เลือดจากเท้ากลับหัวใจได้อย่างไร
เวลามองจากภายนอก หลายคนอาจสงสัยว่าเลือดที่อยู่ปลายนิ้วเท้าซึ่งต่ำกว่าหัวใจมาก จะไหลย้อนขึ้นไปถึงหัวใจได้อย่างไร โดยเฉพาะเวลายืนหรือเดินที่แรงโน้มถ่วงของโลกเหมือนจะดึงทุกอย่างลงด้านล่าง แต่ความจริงแล้ว ร่างกายของเรามีกลไกหลายอย่างที่ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพจนทำให้เลือดเดินทางกลับหัวใจได้ตลอดเวลา
หัวใจเป็นเหมือนปั๊มหลักของระบบไหลเวียนเลือด ทำหน้าที่สูบฉีดเลือดที่มีออกซิเจนออกไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ผ่านทางหลอดเลือดแดง เมื่อเลือดส่งออกซิเจนและสารอาหารให้เนื้อเยื่อแล้ว เลือดจะไหลกลับเข้าสู่หัวใจผ่านหลอดเลือดดำ เพื่อนำไปยังปอดและเริ่มวงจรใหม่อีกครั้ง
ปัญหาคือ หลอดเลือดดำที่ขาต้องพาเลือดเดินทางสวนทางกับแรงโน้มถ่วง ถ้าอาศัยแรงจากหัวใจเพียงอย่างเดียว เลือดจะไหลกลับได้ไม่ดีพอ ดังนั้นร่างกายจึงมีตัวช่วยสำคัญหลายอย่าง
อย่างแรกคือ "ลิ้นในหลอดเลือดดำ" ภายในหลอดเลือดดำของขาจะมีลิ้นขนาดเล็กเรียงตัวเป็นช่วง ๆ ลิ้นเหล่านี้ทำหน้าที่เหมือนประตูทางเดียว เมื่อเลือดไหลขึ้นไป ลิ้นจะเปิดให้ผ่าน แต่เมื่อเลือดพยายามไหลย้อนกลับลงมา ลิ้นจะปิดทันที จึงช่วยป้องกันไม่ให้เลือดไหลย้อนลงตามแรงโน้มถ่วง
อีกกลไกหนึ่งที่สำคัญมากคือการหดตัวของกล้ามเนื้อน่อง หลายคนเรียกน่องว่าเป็น "หัวใจดวงที่สอง" เพราะทุกครั้งที่เราเดิน วิ่ง หรือแม้แต่ขยับข้อเท้า กล้ามเนื้อน่องจะบีบหลอดเลือดดำที่อยู่ระหว่างกล้ามเนื้อ ทำให้เลือดถูกดันขึ้นไปด้านบน เมื่อลิ้นในหลอดเลือดดำปิดตามจังหวะ เลือดก็จะค่อย ๆ เคลื่อนขึ้นทีละช่วงจนกลับถึงหัวใจ
การหายใจก็มีส่วนช่วยเช่นกัน เมื่อเราหายใจเข้า ความดันภายในทรวงอกจะลดลง ทำให้เกิดแรงดูดเล็กน้อยที่ช่วยดึงเลือดจากหลอดเลือดดำเข้าสู่หัวใจได้ง่ายขึ้น ส่วนเมื่อหายใจออก ความดันจะเปลี่ยนไปช่วยส่งต่อการไหลเวียนในอีกจังหวะหนึ่ง จึงเป็นการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องระหว่างระบบหายใจและระบบไหลเวียนเลือด
หลอดเลือดดำเองก็มีคุณสมบัติยืดหยุ่น สามารถขยายและหดตัวได้ในระดับหนึ่ง เพื่อรองรับปริมาณเลือดที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ร่างกายยังอาศัยการควบคุมจากระบบประสาทและฮอร์โมนในการปรับความตึงของผนังหลอดเลือดให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เช่น ตอนลุกขึ้นยืนเร็ว ๆ หรือออกกำลังกาย
จะสังเกตได้ว่า เวลานั่งหรือยืนนิ่งเป็นเวลานาน หลายคนจะรู้สึกขาหนักหรือเท้าบวม นั่นเป็นเพราะกล้ามเนื้อน่องแทบไม่ได้หดตัว เลือดจึงไหลกลับหัวใจได้ช้าลงและคั่งอยู่บริเวณขา เมื่อเดินหรือขยับข้อเท้าไม่กี่นาที อาการเหล่านี้มักจะดีขึ้น เพราะปั๊มจากกล้ามเนื้อเริ่มกลับมาทำงาน
ในบางคน หากลิ้นในหลอดเลือดดำเสื่อมหรือปิดไม่สนิท เลือดจะไหลย้อนลงมาและคั่งอยู่ในหลอดเลือด ทำให้เกิดภาวะเส้นเลือดขอด ขาบวม หรือรู้สึกปวดเมื่อยได้ง่าย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องยืนเป็นเวลานาน ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงบางอย่าง
การดูแลระบบไหลเวียนเลือดไม่ใช่เรื่องซับซ้อน การเดินเป็นประจำ การขยับข้อเท้าระหว่างนั่งทำงาน การหลีกเลี่ยงการยืนนิ่งหรือนั่งไขว่ห้างเป็นเวลานาน รวมถึงการรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม ล้วนช่วยให้เลือดไหลเวียนกลับหัวใจได้ดีขึ้น
แม้เลือดจะต้องเดินทางจากปลายนิ้วเท้าที่อยู่ไกลและต่ำกว่าหัวใจ แต่ด้วยการทำงานประสานกันของหัวใจ ลิ้นในหลอดเลือดดำ กล้ามเนื้อน่อง การหายใจ และความยืดหยุ่นของหลอดเลือด ทำให้เลือดสามารถไหลกลับเข้าสู่หัวใจได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต โดยที่เราแทบไม่รู้สึกถึงกระบวนการอันซับซ้อนนี้เลย
9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
ส่องแนวทางเลขเด็ดงวดนี้! "เจ้าพ่อปากแดง" และ "เจ้าแม่ตะเคียน" มาแล้ว คอหวยห้ามพลาด
10 อันดับเลขมาแรงงวด 1 กันยายน 2569 สำรวจจากกระแสข่าวและความนิยมออนไลน์
ห้องสมุดที่ให้ยืม “คน” แทนหนังสือ
เปิดตัวเลข 3 เขื่อนยักษ์ของไทย เขื่อนที่กักเก็บน้ำได้มากที่สุดในประเทศไทย
ไส้กรอกอีสานทำไมต้องใส่ข้าว
5 จังหวัดไทยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด เมื่อวัดเศรษฐกิจโดยภาพรวม
5 ดวงจันทร์ที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ: อันดับ 1 ใหญ่กว่าดาวพุธ
จังหวัดที่มีคนต่างชาติ เข้ามาทำงานอยู่เป็นจำนวนมากที่สุด
6 ประเทศที่ยังไม่มีรถไฟ และดูเหมือนยังไม่จำเป็นต้องสร้างรางรถไฟ
ทำไมเราถึงจำความฝันตัวเองไม่ได้?
ตำนานครกกระเดื่องหรือครกมอง ครกตำข้าวโบราณ เคยเป็นสถานที่หนุ่มสาวพบกัน
ไส้กรอกอีสานทำไมต้องใส่ข้าว
พึ่ง กับ เพิ่ง ต่างกันอย่างไร? คำไหนถูก ใช้แทนกันได้หรือไม่
เปิด 5 มหาวิทยาลัยที่มีนักศึกษา กัมพูชาเรียนมากที่สุดในไทย
5 ดวงจันทร์ที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ: อันดับ 1 ใหญ่กว่าดาวพุธ
รู้ยัง “อำเภอ” ในไทยที่มีชื่อเป็น “สัตว์” ชนิดต่างๆ



