หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

มือซ้ายพิมพ์งานหนักกว่าที่คิด

เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน

เวลาพิมพ์ด้วยคีย์บอร์ดแบบวางนิ้วถูกตำแหน่ง มือทั้งสองข้างไม่ได้ทำงานเท่ากันอย่างที่หลายคนเข้าใจ มีตัวเลขที่ถูกพูดถึงกันบ่อยว่า มือซ้ายรับหน้าที่กดแป้นประมาณ 56% ส่วนมือขวาอยู่ที่ราว 44%

ความต่างไม่ได้เกิดจากคนส่วนใหญ่ถนัดมือซ้าย แต่เกี่ยวกับตำแหน่งของตัวอักษรบนคีย์บอร์ดและความถี่ที่ตัวอักษรแต่ละตัวถูกใช้งาน

ถ้ามองคีย์บอร์ดภาษาอังกฤษแบบ QWERTY แล้วแบ่งพื้นที่ตามหลักการพิมพ์สัมผัส มือซ้ายจะดูแลตัวอักษร Q, W, E, R, T, A, S, D, F, G รวมถึงแป้นบางส่วนทางซ้าย ขณะที่มือขวาดูแล Y, U, I, O, P, H, J, K, L และแป้นทางขวา

จุดสำคัญคือ ตัวอักษรที่อยู่ฝั่งซ้ายหลายตัวปรากฏในคำภาษาอังกฤษบ่อย โดยเฉพาะ E, R, T, A และ S เมื่อรวมการใช้งานทั้งหมดแล้ว ภาระจึงเอนไปทางมือซ้ายเล็กน้อย แม้จำนวนแป้นของแต่ละฝั่งจะใกล้เคียงกันก็ตาม

ตัวเลข 56% จึงไม่ได้หมายความว่า ทุกคนจะใช้มือซ้ายกดแป้นตามสัดส่วนนี้เป๊ะ ๆ แต่เป็นค่าประมาณภายใต้เงื่อนไขบางอย่าง เช่น ใช้คีย์บอร์ด QWERTY พิมพ์ภาษาอังกฤษ และวางนิ้วตามตำแหน่งมาตรฐาน

ตำแหน่งเริ่มต้นของการพิมพ์สัมผัสคือ มือซ้ายวางนิ้วบน A, S, D, F และมือขวาวางบน J, K, L กับแป้นเครื่องหมายข้างเคียง นิ้วชี้ทั้งสองข้างจะรับผิดชอบแป้นเพิ่มอีกหนึ่งแนวตรงกลาง ส่วนหัวแม่มือมักใช้กดสเปซบาร์

เมื่อพิมพ์ด้วยวิธีนี้ แต่ละนิ้วมีพื้นที่รับผิดชอบค่อนข้างชัด จึงพอคำนวณได้ว่าอักขระทั้งหมดในข้อความหนึ่งก้อนถูกกดด้วยมือข้างไหนมากกว่ากัน

แต่ถ้าเป็นการพิมพ์แบบจิ้มทีละตัว ใช้นิ้วชี้สองนิ้ว หรือเลื่อนมือไปทั่วคีย์บอร์ด ตัวเลขนี้แทบไม่มีความหมาย เพราะรูปแบบการใช้นิ้วของแต่ละคนต่างกันมาก บางคนกดสเปซบาร์ด้วยมือขวาตลอด บางคนใช้มือซ้าย บางคนกดตัวอักษรกลางคีย์บอร์ดสลับฝั่งตามความเคยชิน

ภาษาที่พิมพ์ก็มีผลโดยตรงเช่นกัน

ตัวเลข 56% มักอ้างอิงกับการพิมพ์ภาษาอังกฤษ ไม่สามารถนำมาใช้กับภาษาไทยแบบตรง ๆ ได้ เพราะตำแหน่งพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และความถี่ของตัวอักษรไทยแตกต่างจากภาษาอังกฤษอย่างมาก ต่อให้ใช้แป้นพิมพ์เครื่องเดียวกัน มือที่ทำงานหนักกว่าอาจเปลี่ยนไปตามชุดภาษาที่เลือก

เนื้อหาที่พิมพ์ก็เปลี่ยนสัดส่วนได้อีก ถ้าข้อความมีตัวเลข เครื่องหมาย หรือคำเฉพาะจำนวนมาก มือข้างหนึ่งอาจทำงานเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โปรแกรมเมอร์ที่พิมพ์วงเล็บ เครื่องหมายเท่ากับ และสัญลักษณ์ต่าง ๆ เป็นประจำ ย่อมมีรูปแบบการใช้มือไม่เหมือนคนที่พิมพ์บทความทั่วไป

นอกจากนี้ยังมีคีย์บอร์ดรูปแบบอื่น เช่น Dvorak หรือ Colemak ซึ่งจัดตำแหน่งตัวอักษรใหม่เพื่อให้พิมพ์ได้คล่องขึ้น ลดการขยับนิ้ว หรือกระจายภาระระหว่างมือให้สมดุลกว่าเดิม เมื่อเปลี่ยนผังแป้น ตัวเลขการใช้งานมือซ้ายและมือขวาก็เปลี่ยนตามทันที

เรื่องนี้ทำให้เห็นข้อจำกัดเก่าแก่ของ QWERTY ได้พอสมควร ผังแป้นชนิดนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้มือทั้งสองทำงานเท่ากันทุกประการ และไม่ได้จัดตัวอักษรโดยดูจากหลักสรีรศาสตร์เพียงอย่างเดียว รูปแบบของมันสืบทอดมาจากยุคเครื่องพิมพ์ดีด ก่อนจะกลายเป็นมาตรฐานที่คนทั่วโลกคุ้นเคย

ถึงมือซ้ายจะกดแป้นมากกว่าเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะเหนื่อยกว่ามือขวาเสมอไป เพราะความหนักของการพิมพ์ไม่ได้วัดจากจำนวนครั้งอย่างเดียว ต้องดูด้วยว่าใช้นิ้วไหน นิ้วต้องเอื้อมไกลแค่ไหน ต้องกดแป้นพิเศษบ่อยหรือไม่ และมีการกดค้างร่วมกับมืออีกข้างมากเพียงใด

มือขวามักรับหน้าที่สำคัญอย่าง Enter, Backspace และแป้นลูกศร อีกทั้งผู้ใช้คอมพิวเตอร์จำนวนมากยังสลับไปจับเมาส์ด้วยมือขวา ภาระรวมตลอดวันจึงอาจมากกว่าที่ตัวเลขจากการพิมพ์ตัวอักษรบอกไว้

สำหรับคนที่พิมพ์งานนาน ๆ ประเด็นสำคัญกว่าสัดส่วน 56 ต่อ 44 คือท่าทางของข้อมือและแรงที่ใช้กดแป้น ควรวางข้อมือให้ตรง ไม่บิดออกด้านข้าง ไม่ยกไหล่ และไม่เกร็งนิ้วเกินไป คีย์บอร์ดควรอยู่ในระดับที่ข้อศอกงอได้อย่างสบาย

อาการล้าบางครั้งไม่ได้เกิดจากมือข้างหนึ่งทำงานมากกว่า แต่เกิดจากการวางนิ้วผิดตำแหน่งจนต้องเอื้อมซ้ำ ๆ คนที่ไม่ใช้พิมพ์สัมผัสอาจเคลื่อนมือทั้งข้างเพื่อหาตัวอักษร ทำให้ข้อมือและแขนรับภาระมากกว่าการขยับเฉพาะนิ้ว

การฝึกพิมพ์สัมผัสจึงไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะเรื่องความเร็ว แต่ช่วยให้การเคลื่อนไหวเป็นระบบขึ้นด้วย เมื่อแต่ละนิ้วรู้หน้าที่ของตัวเอง สายตาไม่ต้องสลับระหว่างจอกับคีย์บอร์ดบ่อย และมือไม่ต้องวิ่งหาปุ่มไปมา

ตัวเลขที่ว่ามือซ้ายพิมพ์ประมาณ 56% จึงเป็นเกร็ดที่น่าสนใจมากกว่าจะเป็นกฎตายตัว มันสะท้อนว่าการจัดวางตัวอักษรบนคีย์บอร์ดส่งผลต่อร่างกายเราอยู่ตลอด แม้ขณะพิมพ์ เราแทบไม่เคยสังเกตเลยว่ามือข้างไหนกำลังทำงานมากกว่ากัน

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เรื่องดีดีมีทุกวัน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 10 ครั้ง
เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำผ้าคาดปลายเตียงโรงแรม มีไว้ทำอะไรกันแน่รีโมทแอร์ใช้ถ่านอัลคาไลน์ได้ไหมชนะลอตเตอรี่ 14 ครั้ง ด้วย “คณิตศาสตร์เด็กประถม” 5 ข้อเท็จจริงสุดเจ๋ง เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของหมากฝรั่งเคเบิลทีวี จากสายเส้นเดียวถึงยุคสตรีมมิงเลขเด็ด AI ปะทะ ต้นไม้ทาแป้ง ฝั่งไหนพาเข้าเป้ามากกว่ากัน?แรงกัดฮิปโป ทำไมสัตว์กินหญ้าถึงน่ากลัวหวยลาวย้อนหลังและสถิติหวยลาว ข้อมูลที่หลายคนใช้ศึกษาก่อนติดตามผลในแต่ละงวดหยิบของแถวหลัง สดกว่าเสมอจริงไหมรู้หรือไม่? ไม่ใช่แค่ไทยที่กินข้าวเหนียว! เปิดรายชื่อ9ประเทศที่นิยมกิน "ข้าวเหนียว"รูเล็ก ๆ บนหัวซิป มีไว้ทำอะไร?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
😯 ชวนเข้ามาดูกันต่อกับเปิดมุมมองใหม่ ๆ บนโลกใบนี้ ด้วยภาพถ่ายหายากที่คุณอาจไม่เคยเห็นมาก่อน (ชุดที่ 6) 😆10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัวผ้าคาดปลายเตียงโรงแรม มีไว้ทำอะไรกันแน่5 ข้อเท็จจริงสุดเจ๋ง เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของหมากฝรั่งทำความรู้จัก "แมวน้ำช้าง" ยักษ์ใหญ่แห่งวงศ์แมวน้ำถนนในประเทศไทยที่น่ากลัวที่สุด เสี่ยงอันตรายมากที่สุดในการขับขี่
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ผ้าคาดปลายเตียงโรงแรม มีไว้ทำอะไรกันแน่แรงกัดฮิปโป ทำไมสัตว์กินหญ้าถึงน่ากลัวเคเบิลทีวี จากสายเส้นเดียวถึงยุคสตรีมมิงสัตว์เล็กที่สุด เล็กจนมองไม่เห็น
ตั้งกระทู้ใหม่