ยุคนี้โทรศัพท์ 2 เครื่องกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว เพราะอะไร?
พกโทรศัพท์ 2 เครื่องยุคนี้ ยังจำเป็นจริงหรือแค่อยากวุ่นวายสองเท่า?
ลองสังเกตกระเป๋ากางเกงหรือกระเป๋าถือของคนข้างๆ ดูครับ เชื่อไหมว่าเกินครึ่งตอนนี้ต้องมีวัตถุสี่เหลี่ยมผืนผ้าโผล่ออกมาพร้อมกันถึงสองเครื่อง บางคนถือนิ้วสลับไปมาอย่างคล่องแคล่วเหมือนเป็นจอมยุทธ์ชักกระบี่คู่ จนทำให้คนที่พกเครื่องเดียวเริ่มลังเลว่า หรือเรากำลังพลาดอะไรไป? การหอบสมาร์ทโฟนสองเครื่องไปไหนมาไหนในยุคนี้ มันคือเรื่องของความคุ้มค่า ความสะดวกสบาย หรือจริงๆ แล้วเราแค่หาเรื่องทำให้ชีวิตตัวเองซับซ้อนขึ้นกันแน่
ถ้าลองย้อนไปดูเหตุผลแรกๆ ของคนที่ตัดสินใจซื้อเครื่องที่สอง ส่วนใหญ่ไม่ได้เริ่มจากความลักชัวรี่อะไรเลยครับ แต่มันเริ่มจากความ "ทนไม่ไหว" กับเรื่องงาน! พอ Line งานเริ่มระเบิดกลางดึก หรือเจ้านายทักมาตอนสี่ทุ่ม วันหยุดที่ควรจะได้นอนดูซีรีส์ก็กลายเป็นวันทำงานกลายๆ การมีเครื่องแยก "งาน" กับ "เรื่องส่วนตัว" ออกจากกันเด็ดขาด จึงกลายเป็นสวรรค์ของสุขภาพจิต พอหมดเวลาทำงานก็แค่วางเครื่องงานไว้ หรือเปิดโหมดออฟไลน์ไปเลย โดยที่เครื่องส่วนตัวยังเอาไว้คุยกับแฟน สั่งของออนไลน์ หรือเล่นเกมได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกลัวว่าจะเห็นการแจ้งเตือนงานให้เสียอารมณ์
เอาเข้าจริง เรื่องแบตเตอรี่และฟังก์ชั่นการใช้งานก็เป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญเลยนะ ยุคนี้เราทำทุกอย่างผ่านมือถือ ตั้งแต่ scan จ่ายเงิน เทรดหุ้น ยันดูสตรีมมิ่ง พกเครื่องเดียวแป๊บๆ แบตก็ลดวูบจนต้องวิ่งหาพาวเวอร์แบงค์ แต่พอมีสองเครื่อง ชีวิตเปลี่ยนทันที เครื่องหนึ่งเอาไว้ไถฟีด ดูคลิป ฟังเพลงยาวๆ ส่วนอีกเครื่องเก็บแบตไว้เต็มๆ สำหรับสแกนจ่ายเงิน เรียกรถ หรือติดต่อเรื่องสำคัญเวลากู้ชีพ ยิ่งไปกว่านั้น บางคนยังมิกซ์แอนด์แมตช์ด้วยการใช้สองระบบปฏิบัติการ อย่าง iOS เครื่องหนึ่ง เอาไว้ถ่ายรูป ทำธุรกรรมเสถียรๆ แล้วใช้อีกเครื่องเป็น Android เอาไว้โหลดแอปสายคัสตอม หรือเน้นจอใหญ่ไว้เล่นเกม บอกเลยว่าตอบโจทย์ชีวิตสายเทคโนโลยีสุดๆ
แต่ก็นั่นแหละครับ เหรียญมียอดมันก็ต้องมีด้านล่าง... การพกสองเครื่องมันไม่ได้มีแต่ความฟินเสมอไป ลองนึกภาพเวลาเราต้องเดินทาง หรือแค่ออกไปกินข้าวปากซอย กระเป๋ากางเกงที่เคยเบาสบายกลับตุงไปด้วยโทรศัพท์สองเครื่อง ยิ่งยุคนี้เครื่องรุ่นใหม่ๆ ทั้งใหญ่ทั้งหนัก พกทีเหมือนแบกอิฐบล็อกติดตัว แถมเรื่องความวุ่นวายในการดูแลก็เพิ่มเป็นเท่าตัว ต้องคอยเช็กว่าชาร์จแบตเต็มทั้งสองเครื่องหรือยัง สายชาร์จก็อาจจะต้องพกสองแบบ จ่ายค่าบริการรายเดือนสองค่าย และที่หนักที่สุดคือถ้าเป็นคนขี้ลืม วันไหนลืมเครื่องใดเครื่องหนึ่งไว้ที่บ้าน วันนั้นชีวิตมีรวนแน่นอน
ถ้าถามว่า ณ วันนี้ การใช้โทรศัพท์ 2 เครื่องยังพอไปได้ไหม และยังจำเป็นอยู่หรือเปล่า? คำตอบคงไม่ได้อยู่ที่ตัวเทคโนโลยี แต่อยู่ที่ "สไตล์การใช้ชีวิต" ของแต่ละคนมากกว่า ถ้าคุณเป็นคนที่ต้องการเว้นระยะห่างระหว่างชีวิตการทำงานกับชีวิตส่วนตัวอย่างชัดเจน หรือต้องทำงานที่ต้องสแตนด์บายตลอดเวลา การลงทุนกับเครื่องที่สองก็ถือเป็นทางออกที่คุ้มค่ากับสุขภาพจิตมาก แต่ถ้าคุณเป็นคนชอบความคล่องตัว ไม่อยากภาระเยอะ สมาร์ทโฟนเครื่องเดียวในปัจจุบันที่มีระบบ 2 SIM plus ฟังก์ชั่นแยกโปรไฟล์แอป ก็ถือว่ารับมือได้เกินพอแล้วครับ
แหล่งอ้างอิง
-
บทความวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้สมาร์ทโฟนและการแยก Work-Life Balance จาก TechRadar และ GSMArena
ชนะลอตเตอรี่ 14 ครั้ง ด้วย “คณิตศาสตร์เด็กประถม”
5 ข้อเท็จจริงสุดเจ๋ง เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของหมากฝรั่ง
แรงกัดฮิปโป ทำไมสัตว์กินหญ้าถึงน่ากลัว
รูเล็ก ๆ บนหัวซิป มีไว้ทำอะไร?
รีโมทแอร์ใช้ถ่านอัลคาไลน์ได้ไหม
เคเบิลทีวี จากสายเส้นเดียวถึงยุคสตรีมมิง
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
ผ้าคาดปลายเตียงโรงแรม มีไว้ทำอะไรกันแน่
เลขเด็ด AI ปะทะ ต้นไม้ทาแป้ง ฝั่งไหนพาเข้าเป้ามากกว่ากัน?
อริยสัจ ๔ แผนที่ออกจากความทุกข์
สัตว์เล็กที่สุด เล็กจนมองไม่เห็น
หยิบของแถวหลัง สดกว่าเสมอจริงไหม
😯 ชวนเข้ามาดูกันต่อกับเปิดมุมมองใหม่ ๆ บนโลกใบนี้ ด้วยภาพถ่ายหายากที่คุณอาจไม่เคยเห็นมาก่อน (ชุดที่ 6) 😆
10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัว
ผ้าคาดปลายเตียงโรงแรม มีไว้ทำอะไรกันแน่
5 ข้อเท็จจริงสุดเจ๋ง เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของหมากฝรั่ง
ทำความรู้จัก "แมวน้ำช้าง" ยักษ์ใหญ่แห่งวงศ์แมวน้ำ
ถนนในประเทศไทยที่น่ากลัวที่สุด เสี่ยงอันตรายมากที่สุดในการขับขี่
จากโรงงานอัจฉริยะสู่เศรษฐกิจดิจิทัล “ดร.ประกาย” ร่วมโชว์วิสัยทัศน์ขับเคลื่อนประเทศไทยยุค AI
ลืมภาพ AI เปลี่ยนโลกไปก่อน! มาดู 3 อาชีพเสริมสาย AI ที่หาเงินเข้ากระเป๋าได้จริง (แบบไม่จกตา)
10 ข้อมูลสำคัญที่ไม่ควรส่งให้ AI เสี่ยงข้อมูลส่วนตัวและความลับรั่วไหล
วิธีกดซ่อน “ช่องคอนเทนต์ AI” ใน YouTube ให้หายวับไปจากหน้าฟีด (ฉบับสายคลีน)