หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ผึ้งชนกันแล้วร้อง “วูป” จริงหรือ

เขียนโดย TEN OUT OF TEN

ในรังผึ้งที่ดูเหมือนมีแต่เสียงปีกกระพือและเสียงหึ่งต่อเนื่อง ยังมีสัญญาณสั้นมากอีกชนิดหนึ่งซ่อนอยู่ มันฟังคล้ายเสียง “วูป” เบา ๆ จนแทบไม่ได้ยิน และมักเกิดขึ้นเมื่อผึ้งตัวหนึ่งเดินไปชนหรือเบียดกับผึ้งอีกตัวบนรวง

แต่คำว่า “ร้อง” อาจทำให้เข้าใจผิดไปเล็กน้อย เพราะสิ่งที่นักวิจัยตรวจพบไม่ได้เป็นเสียงร้องผ่านปากแบบคนหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มันคือแรงสั่นสะเทือนสั้น ๆ ที่ผึ้งส่งผ่านลำตัวลงไปบนแผ่นรวง รังผึ้งจึงทำหน้าที่คล้ายพื้นไม้ที่ส่งแรงกระแทกไปถึงตัวอื่นได้ แม้ต้นทางจะอยู่ห่างออกไปหลายช่องรวง

สัญญาณนี้เป็นที่รู้จักกันมานานในชื่อที่ใกล้เคียงกับ “สัญญาณหยุด” เพราะมีการสังเกตว่าผึ้งอาจใช้มันเตือนหรือขัดจังหวะผึ้งตัวอื่น โดยเฉพาะในช่วงที่มีการสื่อสารเรื่องแหล่งอาหาร แต่เมื่อนักวิจัยนำอุปกรณ์ตรวจจับแรงสั่นสะเทือนมาติดกับรวงและบันทึกต่อเนื่องเป็นเวลานาน กลับพบว่าสัญญาณดังกล่าวเกิดบ่อยกว่าที่เคยคิดไว้มาก

หลายครั้งมันไม่ได้เกิดระหว่างเหตุการณ์สำคัญอะไรเลย ผึ้งเพียงเดินสวนกัน เบียดกัน หรือชนกันในรังที่มีสมาชิกแน่นขนัด จากนั้นก็เกิดแรงสั่นสั้น ๆ คล้ายเสียง “วูป” ขึ้นมา

ภาพที่ได้จึงออกจะเหมือนคนเดินในห้องมืดแล้วเผลอชนใคร ก่อนหลุดเสียง “อุ๊บ” ออกมาโดยไม่ตั้งใจ เพียงแต่ในกรณีของผึ้ง สัญญาณนั้นถูกส่งผ่านรวงมากกว่าลอยมากับอากาศ

เรื่องนี้ทำให้เห็นว่าชีวิตในรังผึ้งไม่ได้เงียบหรือเป็นระเบียบเหมือนเครื่องจักรอย่างที่มองจากภายนอก ภายในรังมีผึ้งจำนวนมากเดินผ่านช่องแคบ ๆ ขนอาหาร ดูแลตัวอ่อน ทำความสะอาดรวง และเบียดตัวกันอยู่ตลอดเวลา การชนกันจึงแทบหลีกเลี่ยงไม่ได้

นักวิจัยยังพบว่าสัญญาณลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยในช่วงกลางคืน แม้ผึ้งจะไม่ได้ออกบินหาอาหารเหมือนตอนกลางวัน เหตุผลหนึ่งที่เป็นไปได้คือ เมื่อผึ้งจำนวนมากกลับเข้ารัง พื้นที่บนรวงยิ่งหนาแน่น การเดินชนและเบียดกันจึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ควรสรุปว่าผึ้งทุกตัวตั้งใจพูดว่า “ขอโทษ” ทุกครั้งที่ชนกัน เพราะเราไม่สามารถนำความหมายของเสียงมนุษย์ไปใส่ให้สัตว์โดยตรงได้ สัญญาณหนึ่งชนิดอาจเกิดได้จากหลายสถานการณ์ บางครั้งอาจใช้เตือน บางครั้งอาจทำให้ผึ้งอีกตัวหยุดพฤติกรรม และบางครั้งอาจเป็นเพียงปฏิกิริยาหลังถูกกระแทกอย่างกะทันหัน

สิ่งที่น่าสนใจกว่าการตั้งชื่อเสียง คือวิธีที่นักวิจัยตรวจพบมัน

หูมนุษย์ที่ยืนอยู่ข้างกล่องเลี้ยงผึ้งมักได้ยินเพียงเสียงรวมจากทั้งรัง แต่เมื่อวางเซนเซอร์ที่ไวต่อแรงสั่นไว้บนรวง จะสามารถแยกสัญญาณสั้น ๆ ออกจากเสียงพื้นหลังได้ จากนั้นจึงนำข้อมูลมาดูเป็นรูปคลื่นและนับจำนวนครั้งที่เกิดขึ้น วิธีนี้ช่วยให้มองเห็นพฤติกรรมที่ตาเปล่าตามไม่ทัน และหูธรรมดาแทบไม่มีทางแยกออก

รวงผึ้งจึงไม่ได้เป็นเพียงที่เก็บน้ำผึ้งหรือห้องเลี้ยงตัวอ่อน แต่มันยังเป็นพื้นผิวสำหรับส่งข้อมูล ผึ้งสามารถรับรู้แรงสั่นจากการเต้นรำ การเคลื่อนไหว และสัญญาณเฉพาะแบบต่าง ๆ ผ่านขาและลำตัว โลกการสื่อสารของพวกมันจึงไม่ได้พึ่งกลิ่นกับเสียงหึ่งเท่านั้น

สำหรับผึ้งที่อาศัยอยู่ในรังมืด แรงสั่นสะเทือนมีประโยชน์มาก เพราะไม่จำเป็นต้องมองเห็นตัวผู้ส่ง และไม่ต้องอาศัยเสียงดังพอให้ลอยผ่านอากาศ สัญญาณเพียงเสี้ยววินาทีก็อาจเดินทางผ่านโครงสร้างของรวงไปถึงผึ้งตัวอื่นที่กำลังเกาะอยู่บนพื้นผิวเดียวกัน

เมื่อมองแบบนี้ เสียง “วูป” เล็ก ๆ จึงเป็นส่วนหนึ่งของระบบสื่อสารที่ซับซ้อนกว่าที่เราคุ้นเคย ผึ้งหนึ่งรังไม่ได้ทำงานร่วมกันได้เพราะมีคำสั่งจากผึ้งนางพญาทุกขั้นตอน แต่เกิดจากสมาชิกจำนวนมากส่งและรับสัญญาณสั้น ๆ ตลอดเวลา ทั้งกลิ่น การสัมผัส การเคลื่อนไหว และแรงสั่น

ผึ้งนางพญาเองไม่ได้ทำหน้าที่เหมือนหัวหน้าที่คอยบอกผึ้งงานว่าแต่ละตัวต้องไปทำอะไร การจัดการในรังเกิดจากพฤติกรรมของผึ้งจำนวนมากที่ตอบสนองต่อสถานการณ์ตรงหน้า เมื่ออาหารลดลง เมื่อพื้นที่แน่น เมื่อมีอันตราย หรือเมื่อมีผึ้งตัวอื่นส่งสัญญาณบางอย่างมา ระบบทั้งรังก็ค่อย ๆ ปรับตัวโดยไม่มีศูนย์สั่งการเพียงจุดเดียว

สัญญาณ “วูป” จึงอาจดูเป็นรายละเอียดเล็กมาก แต่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ต่อชีวิตในรัง สิ่งที่มนุษย์ได้ยินเป็นเพียงเสียงหึ่งก้อนเดียว อาจประกอบด้วยเหตุการณ์จิ๋วจำนวนนับไม่ถ้วน ผึ้งกำลังเดินสวนกัน ชนกัน หยุดกัน เตือนกัน หรือปรับพฤติกรรมตามแรงสั่นที่เพิ่งได้รับ

ครั้งต่อไปที่เห็นผึ้งหลายตัวเบียดกันอยู่บนรวง อาจมีเสียง “วูป” เกิดขึ้นแล้วหลายครั้ง เพียงแต่มันเบาและสั้นเกินกว่าหูของเราจะทันสังเกต

เนื้อหาโดย: TEN OUT OF TEN
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
TEN OUT OF TEN's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 87 ครั้ง
เขียนโดย TEN OUT OF TEN
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สวนลุมฯ มีคอนเสิร์ตฟรีถึง 27 ต.ค. ไปหลังเลิกงานยังทันไหม?เครื่องฟอกอากาศสำหรับห้อง 20 ตร.ม. ควรมี CADR เท่าไร?เปิด 5 หลักสูตรแพทยศาสตร์ที่มีค่าเรียนรวมแตะ 7 ล้านบาทสนามบินแห่งเดียวของไทย ที่ตัวสนามบินตั้งอยู่ในเขต 2 จังหวัดเปิด 5 มหาวิทยาลัยราชภัฏที่มีนักศึกษามากที่สุดในปี 2569 อันดับเปลี่ยนจากปีก่อนหรือไม่?ประโยชน์ของกลัวยน้ำว้าเราควรกินอย่างไรเลข AI งวด 1 พ.ย. 69 คัดเลขเด่น 79-97 จับคู่ 48 มีชุดไหนน่าสนใจบ้างเปิด 5 โรงเรียนนานาชาติระดับมัธยมที่แพงที่สุดในไทย ค่าเทอมทะลุล้าน จ่ายจริงปีละเท่าไร?เจาะลึกแนวทางเลขมงคลจากปฏิทินจีน 2 ฉบับคัดพิเศษ งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569หวยลาวเด็ดวันนี้ 19 ต.ค. 2569 เลข 36 ตรงกัน 2 สำนัก เปิดชุดเลข 2 ตัว 3 ตัว พร้อมเลขเด่น 5-3รอยปริศนาในอุดรฯ ถ้าจะฟันธงว่าเป็นรอยไดโนเสาร์ ต้องตรวจอะไรบ้าง?จังหวัดเดียวของประเทศไทย ที่ไม่มี พื้นที่ติดกับจังหวัดอื่นเลย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิด 5 โรงเรียนนานาชาติระดับมัธยมที่แพงที่สุดในไทย ค่าเทอมทะลุล้าน จ่ายจริงปีละเท่าไร?รู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่งทำไมคนที่ชอบเล่นหวยจึงหลงใหลตัวเลขและสถิตอ้างอิงเปิด 7 ประเทศขึ้นชื่อเรื่องกินเผ็ด ไทยติดโผหรือไม่ แล้วชาติไหนกินพริกเป็นอาหาร?เทียบเลขเด็ด 2 สำนัก งวด 1 พ.ย. 69 น้ำตาเทียนชู 4-6-8 นางฟ้าโปรยทรัพย์เน้น 2-3 เปิดชุดเลข 2 ตัวและ 3 ตัวรอยปริศนาในอุดรฯ ถ้าจะฟันธงว่าเป็นรอยไดโนเสาร์ ต้องตรวจอะไรบ้าง?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
บาตรพระมีกี่ขนาด? พระวินัยกำหนดไว้ละเอียดกว่าที่คิดเปิดตำนาน 3 กษัตริย์นักรบไทย ใครผ่านศึกมากที่สุดรู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่งจุดจบของโลกถ้าไม่มีมนุษย์ โลกจะสวยกว่าเดิมหรือพัง
ตั้งกระทู้ใหม่