7 ประเพณีและเทศกาลแปลกจากทั่วโลก ที่ยังจัดสืบต่อมาถึงปัจจุบัน
โลกของเรามีวัฒนธรรมที่หลากหลาย แต่ละประเทศล้วนมีประเพณีที่สะท้อนความเชื่อ ศาสนา ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของผู้คน
บางพิธีอาจดูแปลกหรือหวาดเสียวในสายตาคนนอก แต่สำหรับคนในพื้นที่กลับเป็นส่วนสำคัญของอัตลักษณ์ชุมชน บางงานสืบทอดมาหลายร้อยปี ขณะที่บางเทศกาลเพิ่งเกิดขึ้นในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา แต่ได้รับการจัดต่อเนื่องจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมือง
ต่อไปนี้คือ 7 ประเพณีและเทศกาลจากหลายประเทศ ที่มีชื่อเสียงและยังคงจัดขึ้นในปัจจุบัน
1. เทศกาลกระโดดข้ามทารก El Colacho ประเทศสเปน
เทศกาล El Colacho จัดขึ้นที่หมู่บ้านกัสตรีโย เด มูร์เซีย ในแคว้นกัสติยาและเลออน ประเทศสเปน โดยมีรากเหง้าย้อนไปถึงคริสต์ศตวรรษที่ 17 และจัดร่วมกับช่วงเทศกาลคอร์ปัสคริสตี
ไฮไลต์สำคัญคือชายที่แต่งกายเป็นตัวละครปีศาจจะวิ่งและกระโดดข้ามทารกซึ่งเกิดในช่วงปีที่ผ่านมา เด็ก ๆ จะนอนอยู่บนฟูกที่ปูไว้บนถนน
พิธีนี้เป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์เกี่ยวกับการต่อสู้ระหว่างความดีกับความชั่ว รวมถึงความเชื่อเรื่องการปกป้องเด็กจากสิ่งไม่ดี แม้ภาพที่ปรากฏจะดูหวาดเสียว แต่การกระโดดเป็นส่วนหนึ่งของพิธีที่ชุมชนเตรียมพื้นที่ไว้โดยเฉพาะ และผู้เข้าร่วมควรปฏิบัติตามกฎของผู้จัดอย่างเคร่งครัด
2. เทศกาลปามะเขือเทศ La Tomatina ประเทศสเปน
La Tomatina เป็นเทศกาลประจำเมืองบูโญล ประเทศสเปน ซึ่งเริ่มต้นในปี 1945 จากเหตุการณ์ปามะเขือเทศระหว่างคนในท้องถิ่น ก่อนพัฒนาเป็นกิจกรรมประจำปีที่มีผู้เข้าร่วมจากหลายประเทศ
เทศกาลจัดขึ้นในวันพุธสุดท้ายของเดือนสิงหาคม ผู้เข้าร่วมจะขว้างมะเขือเทศสุกใส่กันเป็นเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง ท่ามกลางถนนที่ถูกคลุมเพื่อช่วยลดความเสียหายและทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น
มะเขือเทศที่นำมาใช้เป็นมะเขือเทศสุกเกินไปหรือไม่เหมาะสำหรับจำหน่ายสด ผู้เข้าร่วมยังได้รับคำแนะนำให้บีบมะเขือเทศให้นิ่มก่อนขว้าง เพื่อลดโอกาสทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บ
แม้ La Tomatina จะไม่ใช่ประเพณีโบราณหลายร้อยปี แต่การจัดต่อเนื่องมาหลายทศวรรษทำให้งานนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของเมืองบูโญล
3. พิธีพลิกกระดูก Famadihana ประเทศมาดากัสการ์
Famadihana หรือพิธีที่มักเรียกว่า “การพลิกกระดูก” เป็นประเพณีของชาวมาลากาซีในประเทศมาดากัสการ์ ซึ่งให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวกับบรรพบุรุษ
ทุก ๆ หลายปี สมาชิกในครอบครัวจะเปิดสุสาน นำร่างของบรรพบุรุษที่ห่อผ้าออกมาเปลี่ยนผ้าห่อใหม่ พร้อมเล่นดนตรี เต้นรำ และใช้เวลาร่วมกัน ก่อนนำร่างกลับเข้าสู่สุสานอีกครั้ง
สำหรับคนนอก พิธีนี้อาจดูไม่คุ้นเคย แต่สำหรับครอบครัวที่ปฏิบัติ ถือเป็นการแสดงความเคารพ ความกตัญญู และการรักษาความทรงจำของผู้ล่วงลับให้ยังคงอยู่กับคนรุ่นหลัง
อย่างไรก็ตาม ประเพณีนี้ไม่ได้ปฏิบัติเหมือนกันทั่วประเทศ รายละเอียดและช่วงเวลาการประกอบพิธีอาจแตกต่างกันไปตามครอบครัวและชุมชน
4. เทศกาลบุฟเฟต์ลิง จังหวัดลพบุรี ประเทศไทย
จังหวัดลพบุรีมีชื่อเสียงจากลิงแสมที่อาศัยอยู่ใกล้แหล่งชุมชนและโบราณสถานมาเป็นเวลานาน จึงเกิดการจัด เทศกาลบุฟเฟต์ลิง โดยนำผลไม้ ผัก และอาหารมาตกแต่งเป็นโต๊ะอาหารให้ลิงกิน
งานนี้สะท้อนความผูกพันระหว่างเมืองกับลิง ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัด และมักเชื่อมโยงกับเรื่องราวของหนุมานในวรรณคดีรามเกียรติ์
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันลพบุรีต้องเผชิญปัญหาจำนวนลิงในเขตเมืองที่เพิ่มขึ้นจนกระทบต่อความปลอดภัยและการดำเนินชีวิตของประชาชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องบริหารจัดการประชากรลิงควบคู่ไปกับการรักษาภาพลักษณ์ทางวัฒนธรรมของเมือง
สำหรับนักท่องเที่ยว การให้อาหารลิงควรทำเฉพาะในพื้นที่และช่วงเวลาที่กำหนด ไม่ควรถืออาหารหรือสิ่งของล่อตาลิงไว้ใกล้ตัว และควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือเข้าใกล้ลิงมากเกินไป
5. เทศกาลแข่งม้า Palio di Siena ประเทศอิตาลี
Palio di Siena เป็นการแข่งขันขี่ม้ารอบจัตุรัสปีอัซซา เดล กัมโป ใจกลางเมืองเซียนา ประเทศอิตาลี โดยการแข่งขันในรูปแบบที่รู้จักกันปัจจุบันมีประวัติสืบย้อนกลับไปหลายร้อยปี
งานจัดขึ้นปีละสองครั้งในวันที่ 2 กรกฎาคมและ 16 สิงหาคม นักขี่ม้าและม้าจะเป็นตัวแทนของเขตชุมชนต่าง ๆ หรือที่เรียกว่า “Contrade”
ความสำคัญของการแข่งขันไม่ได้อยู่ที่เงินรางวัลเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับศักดิ์ศรี ความภาคภูมิใจ และความผูกพันของผู้คนที่มีต่อเขตของตนเอง
แต่ละเขตมีสี ธง สัญลักษณ์ และพิธีกรรมเฉพาะตัว ทำให้ Palio ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันกีฬา แต่เป็นเหตุการณ์ที่เชื่อมโยงกับโครงสร้างชุมชนและประวัติศาสตร์ของเมืองเซียนาอย่างลึกซึ้ง
6. เทศกาลโอบ้ง Obon ประเทศญี่ปุ่น
เทศกาลโอบ้ง เป็นประเพณีที่มีรากฐานจากพุทธศาสนา ผสมผสานกับความเชื่อดั้งเดิมเรื่องการเคารพบรรพบุรุษของญี่ปุ่น
เชื่อกันว่าช่วงโอบ้งเป็นเวลาที่ดวงวิญญาณของบรรพบุรุษจะกลับมาเยี่ยมลูกหลาน ครอบครัวจำนวนมากจึงเดินทางกลับบ้าน ทำความสะอาดหลุมศพ จัดเครื่องบูชา และจุดโคมไฟเพื่อต้อนรับดวงวิญญาณ
กิจกรรมที่เป็นที่รู้จักคือ Bon Odori หรือการเต้นรำร่วมกัน ซึ่งรูปแบบการเต้นและดนตรีอาจแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น
เมื่อสิ้นสุดเทศกาล บางพื้นที่จะจุดไฟหรือลอยโคมเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการส่งดวงวิญญาณกลับไป ทั้งนี้ วันจัดงานโอบ้งไม่เหมือนกันทั่วญี่ปุ่น บางพื้นที่จัดในเดือนกรกฎาคม ขณะที่หลายพื้นที่จัดในช่วงกลางเดือนสิงหาคม
คำว่า “เทศกาลแห่ผี” จึงอาจไม่ครอบคลุมความหมายทั้งหมด เพราะหัวใจสำคัญของโอบ้งคือ การรำลึกถึงบรรพบุรุษและการกลับมารวมตัวของครอบครัว
7. ประเพณีลอยโคมยี่เป็ง ประเทศไทย
ประเพณียี่เป็ง เป็นวัฒนธรรมสำคัญของชาวล้านนา โดยคำว่า “ยี่เป็ง” หมายถึงวันเพ็ญเดือนสองตามปฏิทินล้านนา ซึ่งมักอยู่ในช่วงเดียวกับเทศกาลลอยกระทง
ผู้คนจะประดับบ้าน วัด และถนนด้วยโคมไฟหลากหลายรูปแบบ พร้อมเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนา ขบวนแห่ และการลอยกระทง
ภาพการปล่อยโคมลอยจำนวนมากขึ้นสู่ท้องฟ้ากลายเป็นภาพที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันทั่วโลก โดยผู้ปล่อยโคมมักอธิษฐานให้เคราะห์ร้ายหรือสิ่งไม่ดีลอยออกไป และขอให้ชีวิตเริ่มต้นด้วยความเป็นสิริมงคล
อย่างไรก็ตาม การปล่อยโคมไม่สามารถทำได้ทุกพื้นที่หรือทุกช่วงเวลา เนื่องจากโคมอาจลอยเข้าสู่เส้นทางการบิน ตกใส่บ้านเรือน หรือก่อให้เกิดเพลิงไหม้ได้ หลายพื้นที่ในเชียงใหม่จึงกำหนดเขตห้ามปล่อย ช่วงเวลาที่อนุญาต และเงื่อนไขการขออนุญาตอย่างชัดเจน
ผู้ที่ต้องการร่วมงานจึงควรตรวจสอบประกาศของจังหวัดและหน่วยงานด้านการบินในปีนั้นก่อนทุกครั้ง ไม่ควรซื้อโคมมาปล่อยเองโดยไม่ตรวจสอบพื้นที่
ทำไมประเพณีเหล่านี้จึงยังคงอยู่?
แม้โลกจะเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่ประเพณีเหล่านี้ยังได้รับการสืบทอด เพราะเป็นสิ่งที่สะท้อนอัตลักษณ์ ความเชื่อ และประวัติศาสตร์ของชุมชน
หลายเทศกาลยังช่วยให้สมาชิกในครอบครัวได้กลับมาพบกัน ถ่ายทอดเรื่องราวจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง และสร้างความภาคภูมิใจในท้องถิ่น ขณะเดียวกัน บางงานก็พัฒนาเป็นกิจกรรมการท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ให้เมืองและผู้ประกอบการในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม การสืบทอดวัฒนธรรมไม่จำเป็นต้องหมายถึงการรักษาทุกรายละเอียดไว้โดยไม่เปลี่ยนแปลง หลายชุมชนต้องปรับกฎ จำนวนผู้เข้าร่วม หรือมาตรการด้านความปลอดภัย เพื่อให้ประเพณียังคงดำเนินต่อไปได้โดยไม่สร้างผลกระทบต่อคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม
สรุป
ประเพณีที่อาจดูแปลกในสายตาคนนอก มักมีความหมายลึกซึ้งสำหรับผู้คนในท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นการเคารพบรรพบุรุษ การขอพร การเฉลิมฉลอง หรือการรักษาเอกลักษณ์ของชุมชน
ทั้ง 7 เรื่องนี้ยังแสดงให้เห็นว่า ไม่ใช่ทุกเทศกาลจะเป็น “ประเพณีโบราณ” ในความหมายเดียวกัน บางงานมีประวัติหลายร้อยปี ขณะที่บางงานเกิดขึ้นในยุคใหม่ แต่ได้รับการสืบทอดอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนของเมือง
สิ่งสำคัญสำหรับผู้เดินทางไม่ใช่เพียงการถ่ายภาพหรือชมความแปลกตา แต่คือการทำความเข้าใจความหมาย เคารพกติกาของเจ้าบ้าน และเข้าร่วมกิจกรรมโดยไม่รบกวนผู้คนหรือคุณค่าดั้งเดิมของประเพณีนั้น
SOURCES:
Tourism of Castilla y León, Associated Press, Visit Tuscany, Public Relations Department of Thailand
REFERENCES:
https://www.turismocastillayleon.com/en/heritage-culture/el-colacho-festival
https://apnews.com/article/529c792878ff2748343e01288e680083
https://www.visittuscany.com/en/ideas/palio-di-siena-all-the-things-you-need-to-know/
https://pscd.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/430302
ประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
อำเภอที่เสี่ยงพบทุ่นระเบิดมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของประเทศไทย
เปิดเลขเสือตกถัง ปกฟ้า งวด 16 กันยายน 2569
EV Bus ฟรีในลำพูนช่วยลดค่าน้ำมันได้เท่าไร
ความลับใต้สายน้ำ: ทำไม “สมบัติทองคำ” ใต้แม่น้ำเจ้าพระยาจึงไม่มีใครแตะต้องได้
ทำไมสายเดี่ยวหลุดไหล่จึงดูมีเสน่ห์แบบไม่ตั้งใจ
ร้านค้าควรรับมืออย่างไรเมื่อโครงการก่อสร้างบังทางเข้า
มีแฟนแล้วทำไมยังอยากช่วยตัวเอง
เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสน
โรงเรียนมัธยมที่มีการแข่งขันกันสูงและสอบเข้ายากมากที่สุดในประเทศไทย
เห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไร
6 โรงพยาบาลในดูไบ ที่อยู่ในระบบส่งต่อผู้ป่วยสุดไฮเทค ทั้งรถสปอร์ตและเฮลิคอปเตอร์
เปิด 5 เขตกรุงเทพฯ ที่มีเงินฝากมากที่สุด อันดับ 1 เงินทะลุ 6 แสนล้าน!
😃 ชวนมาดูของปริศนาที่มีการใช้งานแปลก ๆ จนผู้คนต้องขอความช่วยเหลือจากชาวเน็ตเพื่อใช้งานพวกมัน 😯
6 โรงพยาบาลในดูไบ ที่อยู่ในระบบส่งต่อผู้ป่วยสุดไฮเทค ทั้งรถสปอร์ตและเฮลิคอปเตอร์
EV Bus ฟรีในลำพูนช่วยลดค่าน้ำมันได้เท่าไร









