หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ไททานิคจมเพราะอะไร ทั้งที่ถูกว่าไม่มีวันจม

เขียนโดย evileyes

ไททานิคไม่ได้จมเพราะภูเขาน้ำแข็งเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความผิดพลาดหลายอย่างที่ซ้อนกัน ตั้งแต่การเดินเรือด้วยความเร็วสูงในเขตที่มีน้ำแข็ง การมองเห็นไม่ดี การออกแบบตัวเรือ ไปจนถึงจำนวนเรือชูชีพที่ไม่พอ เมื่อทุกปัจจัยเกิดขึ้นพร้อมกัน เรือที่ถูกมองว่าแข็งแกร่งที่สุดลำหนึ่งของยุคนั้นจึงจมลงภายในเวลาไม่ถึงสามชั่วโมง

คืนวันที่ 14 เมษายน ค.ศ. 1912 ไททานิคกำลังเดินทางเที่ยวแรกจากเมืองเซาแทมป์ตัน ประเทศอังกฤษ ไปยังนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ขณะแล่นอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ เรือได้รับคำเตือนจากเรือลำอื่นหลายครั้งว่าบริเวณข้างหน้ามีน้ำแข็งลอยอยู่จำนวนมาก แต่ไททานิคยังคงเดินทางต่อด้วยความเร็วค่อนข้างสูง

ความเร็วไม่ได้ทำให้เรือจมโดยตรง แต่ทำให้ลูกเรือมีเวลาตอบสนองน้อยมาก เมื่อเวรยามบนเสากระโดงมองเห็นภูเขาน้ำแข็งอยู่ข้างหน้า ระยะห่างเหลือไม่มากพอที่จะหยุดหรือเลี้ยวเรือขนาดมหึมาได้ทัน นายท้ายนำเรือหักหลบ แต่ตัวเรือด้านขวายังเฉียดเข้ากับน้ำแข็ง

หลายคนจินตนาการว่าภูเขาน้ำแข็งต้องเจาะตัวเรือจนเกิดรูขนาดใหญ่ แต่ความเสียหายจริงน่าจะเป็นรอยแยกและแนวรั่วหลายจุดตามแผ่นเหล็กด้านข้าง น้ำทะเลจึงไหลเข้าไปในห้องกันน้ำหลายห้องพร้อมกัน

ไททานิคถูกออกแบบให้แบ่งส่วนล่างของเรือออกเป็นห้องกันน้ำ 16 ห้อง หากน้ำเข้าบางห้อง ประตูกั้นน้ำจะปิดเพื่อไม่ให้น้ำลามไปทั่วเรือ ระบบนี้ทำให้ผู้คนในยุคนั้นเชื่อว่าเรือมีความปลอดภัยสูงมาก

ปัญหาคือผนังกั้นน้ำไม่ได้ปิดสูงถึงดาดฟ้าด้านบนทั้งหมด เมื่อหัวเรือเริ่มจมต่ำลง น้ำในห้องด้านหน้าจึงล้นข้ามผนังกั้นไปยังห้องถัดไปคล้ายกับน้ำที่เทจากช่องหนึ่งไปอีกช่องหนึ่ง ระบบที่ออกแบบมารับความเสียหายเพียงไม่กี่ห้องจึงไม่สามารถช่วยได้ เมื่อน้ำเข้าพร้อมกันมากกว่าที่เรือจะรับไหว

การที่เรือชนแบบเฉียดด้านข้างกลับสร้างปัญหารุนแรงมาก เพราะความเสียหายกระจายไปตามแนวยาวของลำเรือ หากชนตรงหัวเรือ ความเสียหายอาจหนักในจุดเดียว แต่จำนวนห้องที่ถูกน้ำท่วมอาจน้อยกว่า อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์จริง ไม่มีใครสามารถรู้ได้แน่นอนว่าการชนตรงจะให้ผลดีกว่าหรือเลวกว่า

เรื่องคุณภาพเหล็กและหมุดย้ำก็ถูกนำมาศึกษาภายหลัง นักวิจัยพบว่าวัสดุบางส่วนในยุคนั้นอาจเปราะขึ้นเมื่ออยู่ในน้ำเย็นจัด หมุดย้ำบางบริเวณอาจรับแรงได้ไม่ดีเท่าที่ควร สิ่งเหล่านี้อาจทำให้รอยต่อของแผ่นเหล็กเปิดออกง่ายขึ้นเมื่อถูกกระแทก แต่ไม่ใช่ว่าเรือลำนี้ถูกสร้างด้วยวัสดุคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานของยุคนั้นอย่างชัดเจน

สภาพแวดล้อมในคืนนั้นก็มีส่วนสำคัญ ทะเลสงบมากจนแทบไม่มีคลื่นซัดที่ฐานภูเขาน้ำแข็ง ปกติฟองคลื่นสีขาวจะช่วยให้มองเห็นน้ำแข็งได้จากระยะไกล แต่คืนนั้นไม่มีสัญญาณดังกล่าว ท้องฟ้ามืดและไม่มีแสงจันทร์ ทำให้ก้อนน้ำแข็งสีเข้มกลืนไปกับเส้นขอบฟ้า

เวรยามบนเสากระโดงยังไม่มีกล้องส่องทางไกล เนื่องจากกุญแจตู้เก็บกล้องติดไปกับเจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่ไม่ได้ร่วมเดินทาง อย่างไรก็ตาม นักเดินเรือบางคนเห็นว่ากล้องส่องทางไกลอาจไม่ได้ช่วยมากนักในการค้นหาวัตถุที่ยังมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า หน้าที่หลักของมันมักใช้ดูรายละเอียดหลังจากพบวัตถุแล้ว

อีกประเด็นคือเจ้าหน้าที่บนเรือได้รับคำเตือนเรื่องน้ำแข็งหลายข้อความ แต่บางข้อความไม่ได้ส่งถึงสะพานเดินเรืออย่างเหมาะสม พนักงานวิทยุของไททานิคมีหน้าที่รับส่งข้อความส่วนตัวของผู้โดยสารด้วย ทำให้การสื่อสารค่อนข้างหนาแน่น คำเตือนบางฉบับจึงไม่ได้รับความสำคัญเท่าที่ควร

หลังจากชนภูเขาน้ำแข็ง กัปตันและผู้ออกแบบเรือตรวจสอบความเสียหายแล้วพบว่าเรือจะจมแน่นอน จึงสั่งให้เตรียมเรือชูชีพ ปัญหาคือไททานิคมีเรือชูชีพสำหรับคนประมาณ 1,178 คน ขณะที่มีผู้โดยสารและลูกเรือรวมกันมากกว่า 2,200 คน

จำนวนเรือชูชีพที่ไม่พอไม่ได้ถือว่าผิดกฎหมายในเวลานั้น เพราะกฎของอังกฤษคำนวณจำนวนเรือชูชีพตามขนาดตันของเรือ และกฎดังกล่าวล้าสมัยเมื่อเทียบกับเรือโดยสารขนาดใหญ่รุ่นใหม่ เจ้าของเรือจึงติดตั้งเรือชูชีพตามข้อกำหนด แต่ไม่เพียงพอสำหรับทุกคนบนเรือ

ที่เลวร้ายกว่านั้นคือเรือชูชีพหลายลำถูกปล่อยลงไปทั้งที่ยังมีที่ว่าง เนื่องจากลูกเรือบางส่วนกังวลว่าอุปกรณ์ยกอาจรับน้ำหนักไม่ไหว บางคนยังไม่เชื่อว่าเรือจะจมจริง ผู้โดยสารจำนวนหนึ่งจึงลังเลที่จะออกจากเรือใหญ่ที่มีแสงสว่างและดูมั่นคง ไปนั่งในเรือลำเล็กกลางทะเลมืดและหนาวจัด

หลักการให้ผู้หญิงและเด็กลงเรือก่อนถูกตีความไม่เหมือนกัน เจ้าหน้าที่บางคนอนุญาตให้ผู้ชายลงได้เมื่อไม่มีผู้หญิงหรือเด็กอยู่ใกล้ ขณะที่บางคนไม่ยอมให้ผู้ชายลงเลย แม้เรือจะยังมีที่ว่าง ความสับสนนี้ทำให้การอพยพไม่เต็มประสิทธิภาพ

ผู้โดยสารชั้นสามก็เผชิญความยากลำบากมากกว่า เพราะห้องพักอยู่ลึกและห่างจากดาดฟ้าเรือชูชีพ ทางเดินภายในซับซ้อน มีประตูกั้นระหว่างพื้นที่ และหลายคนพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ แม้จะไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าลูกเรือตั้งใจขังผู้โดยสารชั้นสามทั้งหมดไว้ด้านล่าง แต่โครงสร้างเรือและการจัดการอพยพทำให้พวกเขาขึ้นมาถึงดาดฟ้าได้ช้ากว่า

เมื่อหัวเรือรับน้ำมากขึ้น มันจมลึกลงเรื่อย ๆ ส่วนท้ายจึงยกสูงขึ้นจากน้ำ แรงที่กระทำกับโครงสร้างเรือเพิ่มขึ้นจนตัวเรือหักออกเป็นสองส่วน ช่วงเวลาหักอาจเกิดขึ้นขณะส่วนท้ายทำมุมสูง แต่ผู้เห็นเหตุการณ์ในคืนนั้นให้ข้อมูลไม่ตรงกัน เพราะความมืดและความสับสน

ส่วนหัวที่เต็มไปด้วยน้ำจมลงก่อน ส่วนท้ายลอยอยู่ชั่วครู่ จากนั้นตั้งเกือบตรงและจมตามลงไป ไททานิคหายไปใต้ผิวน้ำในช่วงเช้ามืดของวันที่ 15 เมษายน ค.ศ. 1912

ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ไม่ได้เสียชีวิตจากการจมน้ำทันที แต่เสียชีวิตจากภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำ น้ำทะเลบริเวณนั้นเย็นใกล้จุดเยือกแข็ง ร่างกายมนุษย์สูญเสียความร้อนอย่างรวดเร็ว คนที่ตกลงไปจึงมีเวลาเพียงไม่นานก่อนกล้ามเนื้อจะหมดแรงและหมดสติ

เรือโดยสารคาร์พาเธียได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือและรีบเดินทางมายังจุดเกิดเหตุ แต่ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะมาถึง ผู้รอดชีวิตส่วนใหญ่คือคนที่ขึ้นเรือชูชีพได้ มีเพียงไม่กี่คนที่ถูกช่วยขึ้นจากน้ำ

เหตุการณ์ไททานิคจึงไม่ใช่เรื่องของความประมาทของคนคนเดียว และไม่ใช่เพราะเรือมีรูใหญ่จากการชนเพียงครั้งเดียว แต่เป็นห่วงโซ่ของเหตุการณ์ ตั้งแต่การประเมินอันตรายต่ำเกินไป การเดินเรือเร็วในเขตน้ำแข็ง การมองเห็นที่ยาก ข้อจำกัดของการออกแบบ การสื่อสารที่ไม่สมบูรณ์ ไปจนถึงการอพยพที่ล่าช้า

หลังโศกนาฏกรรม กฎความปลอดภัยทางทะเลถูกปรับปรุงอย่างจริงจัง เรือโดยสารต้องมีเรือชูชีพเพียงพอสำหรับทุกคน ต้องซ้อมอพยพ ต้องเฝ้ารับสัญญาณวิทยุตลอดเวลา และมีการตั้งหน่วยลาดตระเวนน้ำแข็งในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ

ไททานิคจึงไม่ได้จมเพราะมันอ่อนแอผิดปกติ แต่เพราะความมั่นใจในเทคโนโลยีสูงกว่าการเตรียมรับเหตุร้าย เรือถูกสร้างให้รอดจากความเสียหายหลายรูปแบบ แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเกินขอบเขตที่ผู้ออกแบบคาดไว้ และเมื่อมนุษย์รู้ตัวว่าปัญหารุนแรงเพียงใด เวลาที่เหลือก็ไม่พอสำหรับการช่วยทุกคนแล้ว

เนื้อหาโดย: evileyes
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
evileyes's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 68 ครั้ง
เขียนโดย evileyes
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
“6-7” คืออะไร? ผู้ใหญ่ได้ยินแล้วงง แต่เด็กพูดกันสนั่น!พระองคุลิมาลจากมหาโจรสู่พระอรหันต์และบทเรียนว่าคนเปลี่ยนชีวิตได้จริง“67” คืออะไร ทำไมเด็กยุคนี้ถึงชอบพูดกันจังหวัดของไทยที่คนรัสเซียชื่นชอบที่สุด และย้ายเข้ามาอาศัยอยู่มากที่สุด7 ประเทศที่พูดคำทักทายว่า ‘สวัสดี’ แล้วฟังไพเราะที่สุดประเทศอันดับ 1 ของโลก ที่ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากไทยมากที่สุดพระศรีอริยเมตไตรยคือพระพุทธเจ้าในอนาคตตามคติพุทธศาสนา10 อันดับโรงเรียนนานาชาติที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย ปี 2569"ปลาเส้น" ไม่ได้ทำจากเนื้อปลา 100% แล้วมันทำจากอะไร?ทำไมพระสังกัจจายน์จึงมีพุงใหญ่ทั้งที่คัมภีร์กล่าวถึงพระมหากัจจานะว่าเป็นพระเถระรูปงามทำไมพระวินัยจึงกำหนดให้บาตรพระทำจากเหล็กหรือดินเผา84,000 พระธรรมขันธ์หมายถึงหน่วยของคำสอนไม่ใช่จำนวนหน้าของพระไตรปิฎก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ฮิตสุดในไทย ได้รับความนิยมสูงที่สุดตลอดกาลทำไมสินค้ามือสองญี่ปุ่นถึงขายดีในไทยเทคโนโลยีไปไกลแค่ไหน 10 ธุรกิจเหล่านี้ก็ยังจำเป็นในชีวิตคนไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
อุปมาเต่าตาบอดเตือนว่าการได้เกิดเป็นมนุษย์คือโอกาสที่ไม่ควรปล่อยผ่านอุปมาถ่มน้ำลายรดฟ้าสอนให้เห็นว่าความคิดร้ายย้อนกลับมาทำร้ายใจตัวเองHouse Edge คือกำแพงคณิตศาสตร์ที่ทำให้คาสิโนได้เปรียบเมื่อเล่นนานพอเหรียญออกหัวติดกันห้าครั้งไม่ได้ทำให้ครั้งต่อไปมีโอกาสออกหัวมากขึ้น
ตั้งกระทู้ใหม่