ไวรัสตับอักเสบบี รู้ทันก่อนตับเสียถาวร
หลายคนรู้ว่าตัวเองติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีโดยบังเอิญจากการตรวจสุขภาพ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่มีอาการเจ็บป่วยให้สังเกตเลย นี่จึงเป็นเหตุผลที่โรคนี้ถูกเรียกว่าเป็น "ภัยเงียบ" เพราะสามารถอยู่ในร่างกายได้นานหลายสิบปี ก่อนจะเริ่มทำลายตับจนเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง
ไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B Virus หรือ HBV) เป็นไวรัสที่เข้าไปติดเชื้อในเซลล์ตับ ทำให้เกิดการอักเสบของตับ บางคนสามารถกำจัดเชื้อออกจากร่างกายได้เอง แต่บางคนเชื้อจะคงอยู่เป็นเวลานานจนกลายเป็นผู้ติดเชื้อเรื้อรัง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคตับแข็งและมะเร็งตับในอนาคต
ประเทศไทยเคยเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีจำนวนมาก โดยเฉพาะคนที่เกิดก่อนมีโครงการฉีดวัคซีนให้ทารกแรกเกิดอย่างทั่วถึง ปัจจุบันอัตราการติดเชื้อในเด็กลดลงอย่างมาก แต่ในผู้ใหญ่ยังพบผู้ติดเชื้อเรื้อรังอยู่จำนวนไม่น้อย หลายคนไม่รู้ว่าตัวเองเป็นพาหะ เพราะไม่เคยตรวจเลือด
การติดต่อของไวรัสชนิดนี้เกิดจากการสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ เช่น
- จากแม่สู่ลูกระหว่างคลอด
- การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน
- การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน
- การสัก เจาะ หรือทำหัตถการด้วยอุปกรณ์ที่ไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้ออย่างเหมาะสม
- การสัมผัสเลือดผ่านบาดแผล
ในทางกลับกัน ไวรัสตับอักเสบบีไม่ได้ติดต่อผ่านการกินข้าวร่วมกัน การจับมือ การกอด การไอ จาม หรือการใช้ห้องน้ำร่วมกัน จึงไม่ควรรังเกียจหรือเลือกปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อ
หลังได้รับเชื้อ บางคนอาจไม่มีอาการเลย แต่บางรายอาจมีอาการภายในประมาณ 1–4 เดือน เช่น อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ ปวดเมื่อยตัว ปวดชายโครงด้านขวา ปัสสาวะสีเข้ม ตัวเหลือง ตาเหลือง และอุจจาระสีซีด อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดกับทุกคน
ผู้ใหญ่ที่ได้รับเชื้อครั้งแรกส่วนใหญ่สามารถกำจัดไวรัสได้เองหลังจากระบบภูมิคุ้มกันทำงานเต็มที่ แต่ในทารกที่ติดเชื้อจากมารดา ความเสี่ยงที่จะกลายเป็นผู้ติดเชื้อเรื้อรังสูงมาก นี่จึงเป็นเหตุผลที่การป้องกันการติดเชื้อจากแม่สู่ลูกมีความสำคัญอย่างยิ่ง
เมื่อเชื้ออยู่ในร่างกายเป็นเวลานาน การอักเสบเรื้อรังจะค่อย ๆ ทำให้เนื้อตับเกิดพังผืด จากนั้นอาจพัฒนาเป็นตับแข็ง ตับวาย หรือมะเร็งตับ แม้ว่าผู้ป่วยจะยังรู้สึกแข็งแรงก็ตาม ดังนั้นการไม่มีอาการไม่ได้หมายความว่าตับยังปกติ
การวินิจฉัยทำได้โดยการตรวจเลือด แพทย์จะตรวจหาสารบ่งชี้ต่าง ๆ เช่น HBsAg ซึ่งใช้บอกว่ามีเชื้ออยู่ในร่างกายหรือไม่ รวมถึงอาจตรวจระดับไวรัสในเลือด การทำงานของตับ และในบางรายอาจตรวจอัลตราซาวนด์หรือประเมินพังผืดของตับเพิ่มเติม
ผู้ที่ควรพิจารณาตรวจหาไวรัสตับอักเสบบี ได้แก่
- ผู้ที่เกิดก่อนมีโครงการฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึง
- คนในครอบครัวที่มีผู้ติดเชื้อ
- คู่สมรสหรือคู่นอนของผู้ติดเชื้อ
- หญิงตั้งครรภ์
- บุคลากรทางการแพทย์
- ผู้ที่เคยใช้เข็มร่วมกับผู้อื่น
- ผู้ที่มีผลเลือดตับผิดปกติโดยไม่ทราบสาเหตุ
ปัจจุบันยังไม่มียาที่กำจัดไวรัสออกจากร่างกายได้ทุกกรณี แต่มีการรักษาที่ช่วยควบคุมการแบ่งตัวของไวรัส ลดการอักเสบของตับ และลดความเสี่ยงของโรคตับแข็งและมะเร็งตับได้อย่างมีประสิทธิภาพ แพทย์จะพิจารณาให้ยาตามระดับไวรัส ผลเลือด การทำงานของตับ และความรุนแรงของโรค ไม่ใช่ผู้ติดเชื้อทุกคนจำเป็นต้องเริ่มยาทันที
ผู้ที่ติดเชื้อเรื้อรังควรพบแพทย์ตามนัด ตรวจเลือดและตรวจคัดกรองมะเร็งตับอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะผู้ที่มีตับแข็งหรือมีปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติม การติดตามต่อเนื่องช่วยให้พบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งมีโอกาสรักษาได้ดีกว่า
การดูแลตัวเองเมื่อเป็นไวรัสตับอักเสบบี ได้แก่ หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ซื้อยาหรือสมุนไพรมารับประทานเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ ควบคุมน้ำหนัก รับประทานอาหารที่สมดุล ออกกำลังกาย และแจ้งแพทย์ทุกครั้งก่อนใช้ยาใหม่ เพราะยาบางชนิดอาจมีผลต่อตับ
วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการฉีดวัคซีน วัคซีนไวรัสตับอักเสบบีมีประสิทธิภาพสูงและช่วยป้องกันการติดเชื้อได้ดี ผู้ที่ไม่เคยติดเชื้อและไม่มีภูมิคุ้มกันสามารถปรึกษาแพทย์เพื่อรับวัคซีนได้ นอกจากนี้ยังควรใช้ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ ไม่ใช้เข็มหรือของมีคมร่วมกับผู้อื่น และเลือกสถานพยาบาลหรือร้านสักเจาะที่ได้มาตรฐาน
หญิงตั้งครรภ์ทุกคนควรได้รับการตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบี หากพบว่ามีการติดเชื้อ แพทย์สามารถวางแผนการดูแลทั้งแม่และลูกได้ โดยทารกจะได้รับวัคซีนร่วมกับภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปหลังคลอดตามข้อบ่งชี้ ซึ่งช่วยลดโอกาสการติดเชื้อจากแม่สู่ลูกได้อย่างมาก
ไวรัสตับอักเสบบีไม่ใช่โรคที่ควรตื่นตระหนก แต่ก็ไม่ควรมองข้าม เพราะผู้ติดเชื้อจำนวนมากไม่มีอาการเป็นเวลานาน การตรวจเลือดเพียงครั้งเดียวสามารถช่วยให้รู้สถานะของตัวเอง และหากพบการติดเชื้อก็สามารถเข้าสู่การติดตามรักษาได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องสุขภาพของตับในระยะยาว
อำเภอที่เจริญที่สุด มีเศรษฐกิจดีที่สุดในประเทศไทย
มหัศจรรย์การบินเหนือเมฆของห่านป่ากูเมนนิค (GUSEN GOOSE)
1/10/69 เลขไหนตรงกันหลายสำนัก เทียบให้เห็นชัด 2 ตัวไหนซ้ำ
ครม.เคาะแล้ว! 28–29 ก.ย. 2569 หยุดราชการพิเศษ 4 จังหวัด รับมือสถานการณ์น้ำท่วม
2 ประเทศในโลกที่ไม่มีเครื่องดื่ม coke วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
รวม เลขปฏิทินจีน งวด 1/10/69
10 สำนักดัง 1/10/69 วัดกระแสเลขเด็ดตัวไหนมาแรงสุดบน
ประวัติศาสตร์อันมืดมนของน้ำดื่ม: เครื่องดื่มที่คร่าชีวิตผู้คนมากกว่าสงคราม
10 อันดับเลขขายดีบนแผงงวดนี้ 1/10/69 เลขไหนหมดเกลี้ยง
หญิงที่หย่าร้างแล้วย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านของเพื่อนสนิทและ "ตกหลุมรักสามีของเพื่อน" ตอนนี้พวกเขา 3 คนอยู่ด้วยกันมา 5 ปีและมีลูกด้วยกัน 8 คน!
เลขปฏิทินหลวงพ่อรวย งวด 1 ตุลาคม 69
สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา ทำไมสถานที่แห่งนี้จึงกลายเป็นตำนานเรื่องเรือ และเครื่องบินหายสาบสูญ ?
2 ประเทศในโลกที่ไม่มีเครื่องดื่ม coke วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

