หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

กำไรมหาศาลแต่ยังออกหุ้นกู้ บริษัทใหญ่กำลังขาดเงินหรือวางแผนอะไร?


เขียนโดย thoughtloop

ทำไมบริษัทใหญ่ยังต้องกู้เงิน ทั้งที่กำไรปีละหลายหมื่นล้าน?

หลายคนเคยเห็นข่าวว่า บริษัทแห่งหนึ่งเพิ่งประกาศกำไรหลายหมื่นล้านบาท แต่ไม่กี่วันต่อมากลับมีข่าวว่า

“บริษัทเตรียมออกหุ้นกู้”

หรือ

“บริษัทกู้เงินจากธนาคารหลายพันล้านบาท”

คำถามที่ตามมาคือ กำไรก็เยอะ เงินสดก็น่าจะมี แล้วจะกู้เงินไปทำไม?

ความจริงแล้ว การกู้เงินของบริษัทใหญ่ไม่ได้แปลว่าบริษัทกำลังมีปัญหาเสมอไป ในหลายกรณี มันคือเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยให้บริษัทบริหารเงินสด รักษาความคล่องตัว และเตรียมพร้อมสำหรับการลงทุนในอนาคต

กำไร ไม่ได้แปลว่ามีเงินสดเต็มบัญชี

คำว่า “กำไร” กับคำว่า “เงินสด” ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

ลองนึกถึงร้านขายเฟอร์นิเจอร์ที่ขายสินค้าได้ 10 ล้านบาท แต่ลูกค้าซื้อแบบผ่อนชำระ ร้านอาจบันทึกรายได้และกำไรจากการขายได้แล้ว ขณะที่เงินสดจริงยังทยอยเข้ามาไม่ครบ

บริษัทขนาดใหญ่ก็คล้ายกัน รายได้บางส่วนอาจอยู่ในรูปของลูกหนี้การค้า สินค้าคงเหลือ หรือเงินที่ยังรอรับตามสัญญา

ดังนั้น บริษัทอาจมีกำไรมากในงบการเงิน แต่เงินสดที่พร้อมนำมาใช้ทันทีอาจไม่ได้มากอย่างที่หลายคนคิด

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมนักลงทุนจึงมักดูทั้งตัวเลขกำไรและ กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ควบคู่กัน เพราะกำไรบอกว่าธุรกิจทำเงินได้หรือไม่ ส่วนกระแสเงินสดช่วยบอกว่าเงินสดไหลเข้ามาจริงมากน้อยเพียงใด

เงินสดของบริษัทมีหน้าที่มากกว่าการลงทุน

สมมติว่าบริษัทมีเงินสดอยู่ 20,000 ล้านบาท และกำลังจะสร้างโรงงานใหม่ราคา 10,000 ล้านบาท

หลายคนอาจคิดว่า ก็แค่หยิบเงินสดครึ่งหนึ่งออกมาใช้

แต่ผู้บริหารจำนวนมากจะคิดอีกแบบ

หากใช้เงินสดก้อนใหญ่ไปทันที บริษัทอาจเหลือเงินหมุนเวียนน้อยลง ขณะที่ยังมีค่าใช้จ่ายอีกหลายด้าน เช่น

หากเกิดวิกฤต เศรษฐกิจชะลอตัว ลูกค้าจ่ายเงินล่าช้า หรือมีโครงการที่น่าสนใจเข้ามา บริษัทที่เก็บเงินสดไว้บางส่วนย่อมมีความคล่องตัวมากกว่า

การกู้เงินบางส่วนจึงช่วยให้บริษัทยังมีเงินสดสำรองไว้รับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ แทนที่จะนำเงินทั้งหมดไปผูกไว้กับโรงงาน อาคาร หรือโครงการระยะยาว

เพราะ “ต้นทุนของเงิน” มีราคา

ลองสมมติว่า บริษัทสามารถกู้เงินได้ด้วยดอกเบี้ยปีละ 3% ขณะที่โครงการใหม่คาดว่าจะสร้างผลตอบแทนได้ปีละ 10%

ในมุมของบริษัท การกู้เงินที่มีต้นทุน 3% เพื่อนำไปสร้างผลตอบแทน 10% อาจคุ้มค่ากว่าการใช้เงินสดทั้งหมดของตัวเอง

ส่วนต่างระหว่างผลตอบแทนจากโครงการกับต้นทุนการกู้ อาจช่วยเพิ่มผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นได้

นี่คือเหตุผลที่หลายบริษัทเลือกใช้ทั้งเงินของบริษัทและเงินกู้ควบคู่กัน ไม่ได้ใช้แหล่งเงินทุนเพียงแบบเดียว

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขผลตอบแทนจากโครงการเป็นเพียงการคาดการณ์ หากรายได้ต่ำกว่าที่วางแผนไว้ แต่บริษัทยังต้องจ่ายดอกเบี้ยตามกำหนด หนี้ก็อาจกลายเป็นความเสี่ยงได้เช่นกัน

การกู้ ไม่ได้แปลว่าไม่มีเงิน

ลองเปรียบเทียบกับคนทั่วไป

บางคนมีเงินมากพอซื้อบ้านด้วยเงินสด แต่เลือกกู้บางส่วน เพื่อเก็บเงินสดไว้ลงทุน ใช้ทำธุรกิจ หรือสำรองรับเหตุฉุกเฉิน

บริษัทก็ใช้หลักคิดคล้ายกัน

การมีเงินสดไม่ได้หมายความว่าจะต้องใช้เงินสดทุกครั้ง เพราะการนำเงินก้อนใหญ่ไปลงทุนในสินทรัพย์ระยะยาว อาจทำให้บริษัทเสียความยืดหยุ่นทางการเงิน

ในบางกรณี บริษัทอาจเลือกกู้เพื่อให้ระยะเวลาของเงินทุนสอดคล้องกับโครงการ เช่น ใช้เงินกู้ระยะยาวสร้างโรงงานที่มีอายุใช้งานหลายสิบปี แทนที่จะนำเงินสดหมุนเวียนระยะสั้นออกไปใช้ทั้งหมดในครั้งเดียว

ดอกเบี้ยเป็นต้นทุนที่บริหารได้

อีกเหตุผลหนึ่งคือ หากบริษัทกู้เงินในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับเหมาะสม ก็อาจช่วยควบคุมต้นทุนทางการเงินในระยะยาวได้

หลายบริษัทจึงวางแผนเรื่องการกู้ล่วงหน้า แม้ในวันที่ยังไม่ได้มีความจำเป็นเร่งด่วน โดยอาจนำเงินไปใช้เพื่อ

การออกหุ้นกู้หรือขอสินเชื่อล่วงหน้าอาจช่วยลดความเสี่ยงที่บริษัทจะต้องรีบหาเงินในช่วงที่ตลาดการเงินผันผวน หรือช่วงที่ดอกเบี้ยปรับสูงขึ้น

แล้วกู้เยอะดีไหม?

ไม่เสมอไป

การกู้เงินมีทั้งข้อดีและข้อควรระวัง

หากกู้ในระดับที่เหมาะสม และนำเงินไปลงทุนในโครงการที่สร้างรายได้หรือกระแสเงินสดได้ หนี้ก็สามารถช่วยให้ธุรกิจเติบโตเร็วขึ้น

แต่หากกู้มากเกินไป กู้ระยะสั้นไปลงทุนระยะยาว หรือกู้ไปใช้ในสิ่งที่ไม่สร้างรายได้ ดอกเบี้ยและภาระชำระคืนก็อาจหนักขึ้นเรื่อย ๆ

ปัญหาสำคัญคือ เจ้าหนี้ต้องได้รับชำระดอกเบี้ยและเงินต้นตามกำหนด ไม่ว่าบริษัทจะมีกำไรหรือขาดทุนในช่วงนั้นก็ตาม

หากรายได้ลดลงอย่างกะทันหัน บริษัทที่มีหนี้สูงจึงอาจได้รับผลกระทบเร็วกว่าบริษัทที่มีภาระหนี้ต่ำ

เห็นข่าวบริษัทกู้เงิน ควรดูอะไรบ้าง?

แทนที่จะดูเพียงว่าบริษัทมีหนี้เท่าไร ควรพิจารณาหลายด้านประกอบกัน ได้แก่

1. กู้เงินไปทำอะไร
หากกู้เพื่อขยายธุรกิจ ซื้อเครื่องจักร หรือปรับโครงสร้างหนี้ อาจแตกต่างจากการกู้เพื่อนำมาใช้จ่ายประจำ เพราะเงินสดจากธุรกิจไม่เพียงพอ

2. บริษัทสร้างกระแสเงินสดได้หรือไม่
บริษัทอาจมีกำไร แต่หากเก็บเงินจากลูกค้าไม่ได้ หรือกระแสเงินสดติดลบต่อเนื่อง ก็อาจมีความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง

3. จ่ายดอกเบี้ยไหวแค่ไหน
ควรดูว่ากำไรจากการดำเนินงานและกระแสเงินสดเพียงพอต่อการจ่ายดอกเบี้ยหรือไม่

4. หนี้ครบกำหนดเมื่อไร
หากมีหนี้จำนวนมากครบกำหนดในช่วงเวลาใกล้กัน บริษัทอาจต้องหาเงินก้อนใหม่มาใช้คืนหรือรีไฟแนนซ์

5. รายได้ของธุรกิจผันผวนหรือไม่
ธุรกิจที่รายได้ค่อนข้างสม่ำเสมออาจรองรับหนี้ได้ต่างจากธุรกิจที่ขึ้นลงตามภาวะเศรษฐกิจหรือราคาสินค้า

ดังนั้น ตัวเลขหนี้เพียงอย่างเดียวจึงยังไม่สามารถบอกได้ว่าบริษัทแข็งแรงหรืออ่อนแอ ต้องดูวัตถุประสงค์ของการกู้ ความสามารถในการชำระหนี้ และคุณภาพของกระแสเงินสดร่วมกัน

บริษัทระดับโลกก็ใช้เงินกู้

บริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งทั่วโลก แม้จะมีกำไรมหาศาลและถือเงินสดจำนวนมาก ก็ยังเลือกกู้เงินเป็นครั้งคราว

เหตุผลคือบริษัทต้องการบริหารต้นทุนทางการเงิน รักษาสภาพคล่อง วางแผนโครงสร้างเงินทุน และใช้เงินแต่ละก้อนให้เกิดประโยชน์สูงสุด

สำหรับผู้บริหาร เงินสดทุกบาทควรทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะถูกนำไปลงทุน เก็บไว้เป็นเงินสำรอง หรือใช้สนับสนุนการดำเนินงานของธุรกิจ

สรุปแล้ว ทำไมบริษัทใหญ่ยังต้องกู้เงิน?

คำตอบคือ เพราะ “กำไร” ไม่ใช่ “เงินสด” และการกู้เงินก็ไม่ใช่สัญญาณของปัญหาเสมอไป

ในหลายกรณี การกู้เงินคือเครื่องมือบริหารธุรกิจที่ช่วยให้บริษัท

ดังนั้น ครั้งต่อไปที่เห็นข่าวว่าบริษัทใหญ่ประกาศกู้เงินหรือออกหุ้นกู้ อย่าเพิ่งสรุปว่าบริษัทกำลังแย่

สิ่งที่ควรถามต่อคือ บริษัทกู้เงินไปทำอะไร สร้างกระแสเงินสดได้เพียงพอหรือไม่ และมีความสามารถชำระหนี้มากน้อยแค่ไหน

บางครั้งการกู้เงินอาจเป็นสัญญาณของปัญหา แต่ในอีกหลายกรณี มันอาจเป็นส่วนหนึ่งของแผนเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตรอบต่อไป

 

 

เนื้อหาโดย: thoughtloop / AI
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
thoughtloop's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 92 ครั้ง
เขียนโดย thoughtloop
เริ่มจาก Thoughtloop ...
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
แอดแมงปอ งวด 1 ต.ค. 69 ตามรอยเลข 2 ตัว ย้อนกลับไปหาชุด 3 ตัวปริศนาตัวเลข “ทักษาโหรรานี” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดคำใบ้ก่อนเฉลย 6 คู่เลขนิตยสารยี่ปั๊ว งวด 1 ต.ค. 69 ตามเส้นทาง 4-0-6 สู่ชุดเลข 2 ตัวห้องทดลองตัวเลข “นางฟ้าโปรยทรัพย์” งวด 1 ต.ค. 69 ทดลองแยกเลขเด่นจาก 2 ชุด10 เลขขายดีจำเนียรอ่อนนุช 1 ต.ค. 69! เช็กต่อทีละตัว เลขไหนโผล่ซ้ำจากข้อมูลหลายทางนักสืบตามรอยเลข! แกะรอยตาราง 3 สำนักดัง งวด 1 ต.ค. 69 พบเลข 0-5 โผล่ร่วมกันเลขปฏิทินเพจ 1 ต.ค. 69 จาก 4 ตัวหลัก สู่ 4 ชุด 3 ตัว มีอะไรถูกตัดออกบ้าง1/10/69 เลขไหนตรงกันหลายสำนัก เทียบให้เห็นชัด 2 ตัวไหนซ้ำบอล ซุปเปอร์บอล งวด 1 ต.ค. 69 เลขวิ่ง 0 แล้วเลข 6 มาจากไหนเลขธูปมาแรง อ.น๊อตตี้ งวด 1 ต.ค 6910 อันดับเลขขายดีบนแผงงวดนี้ 1/10/69 เลขไหนหมดเกลี้ยงลูกเสือมีไม้พลองไม้ง่ามติดตัวใช้เพื่ออะไร? ไม่ได้ถือไว้เท่ๆ แต่คือชีวิตทั้งชีวิตในป่า
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ศาล รธน.ชี้บาร์โค้ด-QR บัตรเลือกตั้งไม่ขัดรัฐธรรมนูญ รับปาร์ตี้ลิสต์สืบทางเทคนิคได้ แต่ทำจริงยากสื่อนอกรายงานว่า มีผู้เสียชีวิต 8 ราย จากเหตุน้ำท่วมในไทยรถยนต์แบรนด์สัญชาติไทย รุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดตลอดกาล
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมแสงใต้ต้นไม้เป็นวงกลม ทั้งที่ช่องใบไม้ไม่ได้กลม? ที่จริงเรากำลังเห็น “ภาพดวงอาทิตย์”ทำไมงานใหญ่ต้อง “ปูพรมแดง”? ก่อนเป็นทางเดินของดารา มันคือการต้อนรับคนพิเศษแอปช้อปปี้คนนิยมอันดับ 1 ทำไมคนไทยครึ่งประเทศต้องมีติดเครื่องทัวร์คอนเสิร์ตที่ทำเงินได้มากที่สุดตลอดการ อันดับหนึ่งของโลก
ตั้งกระทู้ใหม่