ฮ่องกงที่เคยรุ่งเรือง ทำไมเศรษฐกิจและความได้เปรียบจึงชะลอตัวลง?
หลังจากเคยได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่มีเศรษฐกิจเสรีและมีพลวัตมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ฮ่องกง กลับเผชิญความท้าทายต่อเนื่อง โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา
อย่างไรก็ตาม การบอกว่าฮ่องกง “ตกต่ำ” อาจเป็นคำที่รุนแรงเกินไป เพราะฮ่องกงยังมีตลาดทุนขนาดใหญ่ เป็นศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศ และมีบทบาทเชื่อมโยงจีนแผ่นดินใหญ่กับตลาดโลก สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ ความได้เปรียบซึ่งเคยโดดเด่นกว่าคู่แข่งกำลังลดลง และฮ่องกงต้องแข่งขันหนักกว่าเดิม
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ประเมินในปี 2026 ว่า เศรษฐกิจฮ่องกงยังฟื้นตัวต่อเนื่องและผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศกลับสูงกว่าระดับก่อนโควิดแล้วในปี 2025 แต่กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังต่ำกว่าแนวโน้มก่อนเกิดโรคระบาด ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนและอัตราการมีส่วนร่วมในตลาดแรงงานยังเป็นจุดอ่อนสำคัญ
สาเหตุของการชะลอตัวไม่ได้มาจากเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่เป็นผลจากหลายปัจจัยที่เกิดขึ้นซ้อนกัน ดังนี้
1. การประท้วงครั้งใหญ่ในปี 2019
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2019 เมื่อรัฐบาลเสนอร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปยังจีนแผ่นดินใหญ่ ประชาชนจำนวนมากกังวลว่าร่างกฎหมายดังกล่าวอาจกระทบต่อระบบกฎหมายและสิทธิของชาวฮ่องกง จึงเกิดการประท้วงครั้งใหญ่และยืดเยื้อหลายเดือน
เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ร้านค้า โรงแรม ร้านอาหาร และสายการบิน ขณะที่นักลงทุนบางส่วนเริ่มกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของเมือง แม้การประท้วงจะยุติลงในเวลาต่อมา แต่ความเชื่อมั่นที่เสียไปต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู
2. กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ
ในปี 2020 รัฐบาลจีนประกาศใช้ กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ ในฮ่องกง ครอบคลุมความผิดเกี่ยวกับการแบ่งแยกดินแดน การล้มล้างอำนาจรัฐ การก่อการร้าย และการสมคบกับต่างชาติ
รัฐบาลจีนระบุว่ากฎหมายนี้ช่วยฟื้นฟูความสงบและเสถียรภาพของเมือง แต่อีกด้านหนึ่ง นักลงทุน รัฐบาลตะวันตก และองค์กรระหว่างประเทศบางส่วนแสดงความกังวลเกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ความเป็นอิสระของระบบกฎหมาย และอนาคตของหลักการ “หนึ่งประเทศ สองระบบ”
บริษัทต่างชาติจึงต้องประเมินความเสี่ยงและแผนการดำเนินธุรกิจในฮ่องกงใหม่ แม้ไม่ได้หมายความว่าทุกบริษัทจะถอนตัวออกไปทั้งหมดก็ตาม
3. การย้ายถิ่นของประชากรวัยทำงาน
หลังปี 2020 ชาวฮ่องกงจำนวนหนึ่งย้ายไปยังสหราชอาณาจักร แคนาดา ออสเตรเลีย และสิงคโปร์
ผู้ที่เดินทางออกไปจำนวนไม่น้อยอยู่ในวัยทำงานและเป็นบุคลากรทักษะสูง เช่น ผู้เชี่ยวชาญ นักกฎหมาย แพทย์ วิศวกร และผู้ประกอบการ การสูญเสียแรงงานที่มีประสบการณ์อาจส่งผลต่อกำลังแรงงาน การบริโภค และศักยภาพการเติบโตในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ฮ่องกงก็พยายามดึงดูดแรงงานและผู้มีทักษะจากต่างประเทศเข้ามาทดแทน ขณะที่ IMF ระบุว่าอัตราการมีส่วนร่วมในตลาดแรงงานที่ลดลงและโครงสร้างประชากรสูงวัยยังเป็นแรงกดดันสำคัญต่อการเติบโต
4. COVID-19 และมาตรการควบคุมที่เข้มงวด
ขณะที่หลายประเทศเริ่มเปิดพรมแดนตั้งแต่ปี 2021 ฮ่องกงยังดำเนินมาตรการควบคุม COVID-19 ตามแนวนโยบาย Zero-COVID ของจีนแผ่นดินใหญ่
การกักตัวเป็นเวลานาน การจำกัดการเดินทาง และการปิดพรมแดนส่งผลโดยตรงต่อธุรกิจบริการ การท่องเที่ยว การค้าปลีก และการเดินทางเพื่อธุรกิจ บางบริษัทจึงย้ายพนักงานหรือสำนักงานบางส่วนไปยังเมืองอื่น
ฮ่องกงยกเลิกมาตรการควบคุมการเดินทางส่วนใหญ่ในช่วงต้นปี 2023 ซึ่งช่วยให้การท่องเที่ยวและอุปสงค์ภายในประเทศฟื้นตัว แต่ผลกระทบที่สะสมมาตลอดหลายปียังไม่หายไปทันที
5. การแข่งขันจากสิงคโปร์
ฮ่องกงและ สิงคโปร์ แข่งขันกันเป็นศูนย์กลางการเงินของเอเชียมานาน สิงคโปร์มีจุดแข็งด้านเสถียรภาพ ความสัมพันธ์กับทั้งจีนและประเทศตะวันตก นโยบายรับแรงงานต่างชาติ และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ
บริษัท ธนาคาร กองทุน และธุรกิจเทคโนโลยีบางส่วนจึงกระจายสำนักงานหรือบุคลากรไปยังสิงคโปร์มากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าสิงคโปร์เข้ามาแทนที่ฮ่องกงอย่างสมบูรณ์
ดัชนีศูนย์กลางการเงินโลก หรือ GFCI ฉบับที่ 38 ซึ่งเผยแพร่ในเดือนกันยายน 2025 ยังคงจัดให้ฮ่องกงอยู่ในอันดับ 3 ของโลก เหนือสิงคโปร์ที่อยู่ในอันดับ 4 และคะแนนของศูนย์กลางการเงินสี่อันดับแรกห่างกันเพียงเล็กน้อย
6. วิกฤติอสังหาริมทรัพย์ของจีน
เศรษฐกิจและตลาดทุนฮ่องกงเชื่อมโยงกับจีนแผ่นดินใหญ่อย่างลึกซึ้ง เมื่อบริษัทอสังหาริมทรัพย์จีนรายใหญ่ประสบปัญหาหนี้สิน ผลกระทบจึงส่งต่อมายังนักลงทุน ธนาคาร และบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง
การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนยังทำให้ความต้องการระดมทุน การลงทุน และการบริโภคที่เกี่ยวข้องกับฮ่องกงลดลงตามไปด้วย
IMF ระบุว่าบริษัทจีนแผ่นดินใหญ่บางส่วนที่จดทะเบียนในฮ่องกงมีความเปราะบางทางการเงินเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการปรับตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์
7. ตลาดอสังหาริมทรัพย์ภายในฮ่องกง
ฮ่องกงเคยมีราคาที่อยู่อาศัยสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่หลังปี 2021 ตลาดต้องเผชิญทั้งดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ความเชื่อมั่นลดลง และความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยอ่อนตัว
เมื่อราคาอสังหาริมทรัพย์ลดลง ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่เจ้าของบ้าน แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ธนาคาร การลงทุน และการใช้จ่ายของประชาชน
แม้ตลาดที่อยู่อาศัยเริ่มมีสัญญาณทรงตัว แต่ภาคอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะอาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีก ยังเผชิญแรงกดดันจากอัตราพื้นที่ว่างและพฤติกรรมการใช้งานที่เปลี่ยนไป
8. การพึ่งพาจีนมากขึ้น
ความเชื่อมโยงกับจีนแผ่นดินใหญ่มีทั้งข้อดีและข้อจำกัด
ด้านหนึ่ง ฮ่องกงได้รับประโยชน์จากเงินทุนจีน โครงการ Greater Bay Area ระบบเชื่อมโยงตลาดทุน และบทบาทการเป็นศูนย์กลางเงินหยวนนอกประเทศ
แต่อีกด้านหนึ่ง เมื่อเศรษฐกิจจีนชะลอตัว ฮ่องกงก็รับผลกระทบมากขึ้นตามไปด้วย IMF มองว่าการเชื่อมโยงกับจีนที่ลึกขึ้นสร้างโอกาสใหม่ แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงจากปัจจัยเฉพาะภายในจีนเช่นกัน
9. ความตึงเครียดระหว่างจีนกับสหรัฐฯ
สงครามการค้า การแข่งขันทางเทคโนโลยี และความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ทำให้ฮ่องกงต้องอยู่ตรงกลางระหว่างสองมหาอำนาจ
บริษัทระหว่างประเทศจึงต้องระมัดระวังเรื่องมาตรการควบคุมการส่งออก การคว่ำบาตร และกฎระเบียบที่อาจกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ
สำหรับเมืองที่พึ่งพาการค้าและเงินทุนระหว่างประเทศสูง ความไม่แน่นอนเช่นนี้สามารถส่งผลต่อความเชื่อมั่นได้อย่างรวดเร็ว
10. ภาพลักษณ์ของศูนย์กลางการเงินเปลี่ยนไป
ในอดีต นักลงทุนเลือกฮ่องกงเพราะระบบกฎหมายแบบ Common Law การไหลเวียนของเงินทุนอย่างเสรี ระบบตลาดทุนที่พัฒนาแล้ว และความสะดวกในการเชื่อมต่อกับจีน
จุดแข็งเหล่านี้หลายอย่างยังคงอยู่ แต่ความกังวลด้านกฎหมาย การเมือง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทำให้นักลงทุนบางส่วนมองว่าสภาพแวดล้อมทางธุรกิจมีความไม่แน่นอนมากขึ้น
ขณะเดียวกัน IMF ยังยืนยันว่าระบบธนาคารของฮ่องกงมีเงินทุนและสภาพคล่องอยู่ในระดับแข็งแกร่ง และฮ่องกงยังคงเป็นศูนย์กลางสำคัญด้านการระดมทุน การบริหารสินทรัพย์ และเงินหยวนนอกประเทศ
11. โลกมีศูนย์กลางธุรกิจให้เลือกมากขึ้น
บริษัทระดับโลกไม่ได้มีตัวเลือกเพียงฮ่องกงกับสิงคโปร์อีกต่อไป เมืองอย่างดูไบ โตเกียว โซล เซี่ยงไฮ้ และเซินเจิ้น ต่างพัฒนาระบบการเงิน เทคโนโลยี และนโยบายดึงดูดการลงทุนของตนเอง
ฮ่องกงจึงไม่ได้ครองความได้เปรียบแบบเดิมโดยไม่มีคู่แข่ง แต่ต้องรักษาบุคลากร บริษัท และเงินทุนไว้ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น
12. บทบาทการเป็น “ประตูสู่จีน” ไม่เหมือนเดิม
ในช่วงทศวรรษ 1980–2000 ฮ่องกงเป็นประตูหลักสำหรับธุรกิจต่างชาติที่ต้องการเข้าสู่จีน เพราะระบบตลาดทุนและบริการทางการเงินของจีนแผ่นดินใหญ่ยังไม่พัฒนาเท่าปัจจุบัน
แต่เมื่อเซี่ยงไฮ้ เซินเจิ้น และปักกิ่งพัฒนาความสามารถด้านการเงินและเทคโนโลยีมากขึ้น บริษัทต่างชาติจึงมีช่องทางเข้าสู่ตลาดจีนเพิ่มขึ้น
ฮ่องกงยังมีความสำคัญต่อการระดมทุนข้ามพรมแดน แต่บทบาทการเป็น “ประตูเพียงแห่งเดียว” ลดลง และกำลังเปลี่ยนไปเป็นผู้เชื่อมโยงระบบการเงินจีนกับตลาดโลกมากขึ้น
ฮ่องกงไม่ได้หายไป แต่กำลังเปลี่ยนบทบาท
การชะลอตัวของฮ่องกงเป็นผลจากปัจจัยที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ทั้งการประท้วงปี 2019 กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ การย้ายถิ่นของแรงงานทักษะสูง COVID-19 การแข่งขันจากสิงคโปร์ วิกฤติอสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนความตึงเครียดระหว่างจีนกับประเทศตะวันตก
อย่างไรก็ตาม การมองว่าฮ่องกงตกต่ำอย่างสิ้นเชิงย่อมไม่สะท้อนภาพทั้งหมด ฮ่องกงยังเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการเงินชั้นนำของโลก มีตลาดหุ้นขนาดใหญ่ เป็นศูนย์กลางเงินหยวนนอกประเทศ และยังมีบทบาทสำคัญสำหรับบริษัทจีนที่ต้องการเข้าถึงเงินทุนระหว่างประเทศ
สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจึงไม่ใช่การหายไปของฮ่องกง แต่เป็นการเปลี่ยนจากศูนย์กลางที่เคยมีข้อได้เปรียบโดดเด่น ไปสู่เมืองการเงินที่ต้องพึ่งพาเศรษฐกิจจีนมากขึ้น และแข่งขันกับศูนย์กลางอื่นอย่างเข้มข้นกว่าเดิม
ความสามารถของฮ่องกงในการรักษาบทบาทระยะยาวจะขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ความเชื่อมั่นของนักลงทุน การรักษาความแข็งแกร่งของระบบกฎหมายและการเงิน รวมถึงความสามารถในการสร้างอุตสาหกรรมและแหล่งเติบโตใหม่ ๆ
SOURCES:
International Monetary Fund (IMF), Z/Yen Group and China Development Institute — Global Financial Centres Index
REFERENCES:
https://www.imf.org/en/news/articles/2026/05/22/pr26168-hong-kong-sar-imf-executive-board-concludes-2026-article-iv-consultation-discussions
https://www.imf.org/en/publications/cr/issues/2026/05/29/people-s-republic-of-china-hong-kong-special-administrative-region-2026-article-iv-576398
https://www.imf.org/en/publications/selected-issues-papers/issues/2025/05/05/corporate-sector-vulnerabilities-in-hong-kong-sar-hong-kong-special-administrative-region-566684
https://www.longfinance.net/programmes/financial-centre-futures/global-financial-centres-index/press/press-release-global-financial-centres-index-38-leading-financial-centres-in-close-competition/
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขา
ทำไมคนฉลาดก็ยังเลิกบุหรี่ไม่ได้ง่ายแม้รู้ผลเสียครบทุกอย่าง
ทำไมคนฉลาดบางคนถึงลองสารเสพติดทั้งที่รู้ความเสี่ยงดี
ประเทศอันดับ 1 ของโลก ที่ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากไทยมากที่สุด
จากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้าน
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
เซฟด่วน! 30 AI สายฟรีตลอดชีวิต เจนวิดีโอไม่จำกัด-แต่งรูป-ลบวัตถุเนียนกริบ ไม่ต้องจ่ายรายเดือน
ทำไมสมองถึงอยากเริ่มเปลี่ยนตัวเองในวันจันทร์ วันที่ 1 หรือปีใหม่ ทั้งที่เริ่มวันนี้ก็ได้
รหัสเลขเด่น "ล๊อตเตอรี่ชี้โขค" 16 สิงหาคม 2569
“เอเวลินน์ ศรียะพันธ์” นักบินหญิงชาวไทยที่สื่อนอกยกฉายา “กัปตันที่สวยที่สุดในประวัติศาสตร์”
10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด
ทำไมคนทำงานถึงอยากลาออกทุกวันแต่ยังติดอยู่กับงานเดิมที่กัดกินใจ
ประเทศที่กู้เงินจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรกของโลก
สังเกตใครอิจฉาคุณอยู่
เซฟด่วน! 30 AI สายฟรีตลอดชีวิต เจนวิดีโอไม่จำกัด-แต่งรูป-ลบวัตถุเนียนกริบ ไม่ต้องจ่ายรายเดือน
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว" หรือ "ทำดีได้ชั่ว ทำชั่วได้ดี"กันแน่? เจาะลึกความจริงในสังคมที่คนตั้งคำถามกันทั้งประเทศ!
สินค้าไทยที่ครองตลาดญี่ปุ่นแบบคนไทยคาดไม่ถึง

