คู่มือปฏิบัติ: วิธีคำนวณเงินออมเพื่อการเกษียณแบบง่ายที่ทุกคนทำตามได้จริง
คู่มือปฏิบัติ: วิธีคำนวณเงินออมเพื่อการเกษียณแบบง่ายที่ทุกคนทำตามได้จริง
การวางแผนเกษียณอายุไม่ใช่เรื่องของคนใกล้เกษียณเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนควรเริ่มคิดตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อให้มีเวลาสะสมเงินทุนและปล่อยให้พลังของดอกเบี้ยทบต้นทำงานได้อย่างเต็มที่ ปัญหาใหญ่ของคนส่วนใหญ่คือไม่รู้ว่าต้องมีเงินเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอในวันที่หยุดทำงาน การคำนวณเงินเกษียณด้วยตัวเองอย่างมีหลักการจึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการสร้างความมั่นคงในอนาคต
ขั้นตอนที่ 1: ประเมินค่าใช้จ่ายหลังเกษียณต่อเดือน
ตามหลักการวางแผนการเงินสากล ค่าใช้จ่ายหลังเกษียณมักจะอยู่ที่ประมาณ 70% ของค่าใช้จ่ายในปัจจุบัน เนื่องจากภาระบางอย่างจะลดลงไป เช่น ค่าเดินทางไปทำงาน หรือเงินผ่อนบ้านที่หมดลง อย่างไรก็ตาม หากต้องการคำนวณแบบปลอดภัยและตรงความเป็นจริงที่สุด ให้ลองจินตนาการวิถีชีวิตหลังเกษียณของตนเอง แล้วเคาะตัวเลขค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อเดือนออกมา
ตัวอย่างเช่น: คาดว่าหลังอายุ 60 ปี จะต้องใช้เงินเพื่อค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าหาหมอ และค่าส่วนกลางต่างๆ รวม 20,000 บาทต่อเดือน
ขั้นตอนที่ 2: คำนวณจำนวนปีที่คาดว่าจะใช้เงินหลังเกษียณ
ขั้นตอนนี้คือนำอายุขัยเฉลี่ยที่คาดไว้ ลบด้วยอายุที่จะเกษียณทำงาน เพื่อหาว่าเราต้องเตรียมเงินไว้รองรับชีวิตไปอีกทั้งหมดกี่ปี โดยทั่วไปในประเทศไทยมักจะตั้งเป้าอายุเกษียณไว้ที่ 60 ปี และคาดการณ์อายุขัยเฉลี่ยไว้ที่ประมาณ 80-85 ปี
ตัวอย่างเช่น: เกษียณอายุ 60 ปี และคาดว่าจะมีชีวิตอยู่ถึงอายุ 80 ปี เท่ากับว่าจะมีระยะเวลาหลังเกษียณทั้งหมด 20 ปี (หรือเท่ากับ 240 เดือน)
ขั้นตอนที่ 3: คำนวณเงินก้อนรวมที่ต้องมี ณ วันเกษียณ
เมื่อได้ตัวเลขจากทั้งสองขั้นตอนแรกแล้ว ให้จับตัวเลขมาคูณกันเพื่อหาจำนวนเงินก้อนทั้งหมดที่ต้องสะสมให้ได้ก่อนถึงวันหยุดทำงาน
$$\text{เงินก้อนที่ต้องมี} = \text{ค่าใช้จ่ายต่อเดือน} \times \text{จำนวนเดือนหลังเกษียณ}$$
อ้างอิงจากตัวอย่างข้างต้น: * 20,000 บาท $\times$ 240 เดือน = 4,800,000 บาท
นั่นหมายความว่า ณ วันที่อายุครบ 60 ปี คุณจำเป็นต้องมีเงินก้อนกลมๆ ในบัญชีอย่างน้อย 4.8 ล้านบาท เพื่อให้สามารถถอนเงินออกมาใช้เดือนละ 20,000 บาทได้ไปจนถึงอายุ 80 ปี (หมายเหตุ: ตัวเลขนี้เป็นตัวเลขฐานขั้นต้นที่ยังไม่ได้คำนวณรวมอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งในความเป็นจริงอาจต้องบวกเพิ่มอีกประมาณ 30-50% เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพในอนาคต)
ขั้นตอนที่ 4: วางแผนการออมต่อเดือนจากเวลาที่เหลืออยู่
นำเงินก้อนรวมที่คำนวณได้มาหารด้วยจำนวนเดือนที่เหลืออยู่ก่อนจะถึงอายุเกษียณ เพื่อดูว่าในปัจจุบันเราจำเป็นต้องออมเงินเดือนละเท่าไหร่
ตัวอย่างเช่น: ปัจจุบันอายุ 30 ปี จะเกษียณตอนอายุ 60 ปี มีเวลาเก็บเงินอีก 30 ปี (360 เดือน)
-
4,800,000 บาท $\div$ 360 เดือน = ต้องออมเงินเดือนละ 13,333 บาท
สรุป: หากพบว่าตัวเลขเงินออมต่อเดือนในปัจจุบันสูงเกินกว่าจะจ่ายไหว สิ่งที่ต้องทำไม่ใช่การล้มเลิกความตั้งใจ แต่คือการปรับแผน 2 ทาง ทางแรกคือการลดค่าใช้จ่ายหลังเกษียณลง หรือทางที่สองซึ่งได้ผลดีที่สุดคือการนำเงินออมไปจัดสรรลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อ (เช่น กองทุนรวม หรือหุ้นปันผล) เพื่อให้ผลตอบแทนจากการลงทุนช่วยแบ่งเบาภาระเงินออมรายเดือนของเราลงนั่นเอง
เลขเล็ก ๆ ที่เราไม่เคยสนใจ อาจไม่ได้เป็นแค่เลขธรรมดา
iPhone สร้างยากกว่าพีระมิด 10,000 เท่าจริงหรือ?
10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด
สถิติเลขท้ายสองตัวงวดกลางเดือน 10 ปีย้อนหลัง บวกมุมมองวันพระใหญ่ปลายเดือนสิงหา งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2569
นาฬิกาที่เดินตรงที่สุดในโลกใช้อะตอมจับเวลา
9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทย
อยากมีอาชีพเสริม เริ่มจากอะไรดีถ้ามีเวลาว่างวันละไม่กี่ชั่วโมง?
รุ่นพี่ ม.6 เทพฯ นนท์ สุดทน! ขอพูดบ้าง หลังเห็นกระแสโทษโรงเรียน ลั่น “คนทำไม่ปกติ อย่าโยนความผิดให้ใคร”
“งวดสุดท้าย” หลวงพ่อไห้ 16 ส.ค. 69
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขา
10 ต้นไม้สวยแต่มีพิษ หลายบ้านปลูกโดยไม่รู้
ทำไมพระกฤษณะถึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความรัก
ไข้เลือดออกแล้วเลือดไหลไม่หยุด ต้องกังวลแค่ไหน และเมื่อไรต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที
ประเทศที่กู้เงินจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรกของโลก
คริปโตกันเงินเฟ้อได้จริงไหม ต้องดูที่กติกาการสร้างเหรียญ ไม่ใช่แค่คำว่าอุปทานจำกัด
ดอลลาร์ยังครองโลกแค่ไหน เมื่อบริกส์เริ่มลดการพึ่งพาเงินสหรัฐ
ทำไมไทยติดกับดักรายได้ปานกลาง ทั้งที่มีโรงงาน ส่งออก และเทคโนโลยีครบ
เทมูบุกไทยด้วยของถูก เกมราคาใหม่ที่เอสเอ็มอีไทยต้องปรับตัวให้ทันการแข่งขัน

