หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

อาบูนา เยมาตา กูห์ โบสถ์กลางเวหาที่ศรัทธานำทางเหนือความหวาดกลัว

เขียนโดย dukedick

ท่ามกลางภูมิประเทศอันแห้งแล้งและหน้าผาหินสูงตระหง่านของเทือกเขาเกรัลตา ทางตอนเหนือของประเทศเอธิโอเปีย มีศาสนสถานแห่งหนึ่งซ่อนตัวอยู่ในตำแหน่งที่แทบไม่น่าเชื่อว่ามนุษย์จะสามารถเดินทางไปถึงได้ สถานที่แห่งนั้นคือ อาบูนา เยมาตา กูห์ หรือ Abuna Yemata Guh โบสถ์คริสต์ออร์โธดอกซ์ที่สกัดเข้าไปในมวลหินบนยอดหน้าผา และมักได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นหนึ่งในโบสถ์ที่เข้าถึงยากที่สุดในโลก

โบสถ์แห่งนี้ตั้งอยู่ในภูมิภาคทิเกรย์ บริเวณใกล้เมืองฮอว์เซน โดยอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,580 เมตร เมื่อมองจากพื้นเบื้องล่าง ทางเข้าโบสถ์ดูราวกับช่องเล็กๆ ที่เจาะอยู่บนผนังหินกลางท้องฟ้า รอบด้านมีเพียงแท่งหินทรายขนาดมหึมา หุบเขาอันกว้างไกล และความเงียบสงบที่ทำให้สถานที่แห่งนี้ดูแยกขาดจากโลกภายนอกอย่างแท้จริง

ตามขนบความเชื่อของท้องถิ่น โบสถ์นี้เกี่ยวข้องกับ อับบา เยมาตา นักบวชผู้เป็นหนึ่งใน “เก้านักบุญแห่งเอธิโอเปีย” ซึ่งเดินทางเข้ามาเผยแผ่และฟื้นฟูคริสต์ศาสนาในอาณาจักรอักซุมช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 5 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 6 เชื่อกันว่าท่านเลือกภูเขาสูงอันห่างไกลเป็นสถานที่พำนัก ปฏิบัติธรรม และหลีกเร้นจากความวุ่นวาย ก่อนที่ศาสนสถานซึ่งอุทิศแด่ท่านจะกลายเป็นจุดหมายสำคัญของผู้แสวงบุญในเวลาต่อมา

ความพิเศษของอาบูนา เยมาตา กูห์ไม่ได้อยู่เพียงตำแหน่งที่ตั้ง แต่ยังรวมถึงตัวสถาปัตยกรรมซึ่งถูกขุดและสกัดเข้าไปในเนื้อหิน ภายนอกอาจดูเรียบง่ายและกลมกลืนไปกับหน้าผา ทว่าเมื่อก้าวผ่านช่องประตูเข้าไป ภายในกลับเผยให้เห็นห้องสวดมนต์ที่เต็มไปด้วยภาพเขียนศักดิ์สิทธิ์ ทั้งรูปพระเยซู พระแม่มารี อัครสาวก นักบุญ และลวดลายเรขาคณิตอันละเอียดประณีตซึ่งแผ่คลุมไปตามผนัง เสา โค้งประตู และเพดาน

งานศึกษาด้านรูปแบบศิลปะและสัญลักษณ์ทางศาสนาระบุว่า ภาพเขียนส่วนใหญ่ภายในโบสถ์น่าจะมีอายุอยู่ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 15–16 แม้ตัวศาสนสถานจะมีประวัติความเป็นมาย้อนกลับไปเก่าแก่กว่านั้นหลายร้อยปี สีสันของภาพยังคงปรากฏให้เห็นอย่างน่าทึ่ง โดยสภาพอากาศแห้งและตำแหน่งที่ห่างไกลช่วยลดผลกระทบจากความชื้น มลภาวะ และการรบกวนจากภายนอก ภาพเหล่านี้จึงเป็นทั้งงานศิลปะทางศาสนาและหลักฐานสำคัญที่สะท้อนโลกทัศน์ของคริสต์ศาสนาเอธิโอเปียในยุคกลาง

อย่างไรก็ตาม การจะเข้าไปชื่นชมความงามภายในโบสถ์ไม่ใช่เรื่องง่าย การเดินทางเริ่มต้นจากการเดินเท้าผ่านภูมิประเทศที่แห้งแล้งและทางลาดชัน ก่อนจะเข้าสู่ช่วงที่ต้องใช้ทั้งมือและเท้าปีนหน้าผาหินเกือบตั้งตรง ผู้เดินทางต้องอาศัยรอยเว้าตามธรรมชาติและช่องยึดเกาะที่สกัดไว้บนผิวหิน โดยในเส้นทางแบบดั้งเดิมแทบไม่มีราวกั้นหรือบันไดถาวรให้พึ่งพา

เมื่อผ่านช่วงปีนขึ้นไปแล้ว ยังต้องเดินไปตามสันหินและแนวหน้าผาแคบๆ ซึ่งเบื้องข้างเปิดออกสู่เหวลึก ผู้ที่กลัวความสูงอาจรู้สึกว่าทุกย่างก้าวยาวนานกว่าปกติหลายเท่า เพราะบางช่วงมีพื้นที่วางเท้าเพียงเล็กน้อยและไม่มีสิ่งใดบดบังทิวทัศน์ของหุบเขาเบื้องล่าง ก่อนเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ผู้มาเยือนจะถอดรองเท้าตามธรรมเนียมของโบสถ์เอธิโอเปีย การเดินและปีนบนหินด้วยเท้าเปล่าจึงกลายเป็นภาพที่พบเห็นได้บ่อยบนเส้นทางแห่งนี้

แม้การเดินทางจะเต็มไปด้วยความหวาดเสียว แต่อาบูนา เยมาตา กูห์ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ท้าทายความกล้าหรือแหล่งท่องเที่ยวผจญภัยเพียงอย่างเดียว สำหรับชุมชนคริสต์ออร์โธดอกซ์ในพื้นที่ ที่นี่คือศาสนสถานซึ่งยังคงมีชีวิต นักบวชเดินทางขึ้นมาประกอบพิธี ผู้ศรัทธานำเด็กมารับศีลล้างบาป และผู้แสวงบุญยังคงก้าวผ่านเส้นทางเดิมที่บรรพบุรุษเคยใช้มานานหลายชั่วอายุคน

การขึ้นสู่โบสถ์จึงมีความหมายมากกว่าการพิชิตหน้าผา ทุกก้าวคือการเผชิญหน้ากับความกลัว ทุกครั้งที่ยื่นมือคว้าร่องหินคือการฝากความไว้วางใจไว้กับประสบการณ์ สมาธิ และศรัทธา เมื่อไปถึงทางเข้า ภาพของผืนแผ่นดินกว้างใหญ่ซึ่งทอดตัวอยู่เบื้องล่างย่อมทำให้เข้าใจได้ว่า เหตุใดนักบวชในอดีตจึงเลือกพื้นที่สูงแห่งนี้เป็นสถานที่สำหรับการภาวนาและแสวงหาความสงบ

อาบูนา เยมาตา กูห์จึงมิใช่เพียงโบสถ์ซึ่งถูกซ่อนอยู่บนหน้าผา หากเป็นอนุสรณ์แห่งความพยายามของมนุษย์ที่จะเข้าใกล้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นสถานที่ซึ่งสถาปัตยกรรม ศิลปะ ธรรมชาติ และความศรัทธาหลอมรวมกันจนแทบแยกไม่ออก และเป็นเครื่องยืนยันว่า สำหรับผู้ศรัทธาบางคนแล้ว ต่อให้หนทางเบื้องหน้าสูงชันและน่าหวาดหวั่นเพียงใด จุดหมายทางจิตวิญญาณก็ยังคงมีพลังมากพอที่จะนำพาพวกเขาขึ้นไปถึง “โบสถ์กลางเวหา” แห่งนี้ได้เสมอ

 

เนื้อหาโดย: dukedick
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 16 ครั้ง
เขียนโดย dukedick
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุดมหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบทําไม"ลิง"ถึงไม่เดิน2ขาเหมือนคนมารู้จัก “ตะขบยักษ์” ผลไม้พื้นบ้านลูกโต รสหวาน ปลูกง่าย10 รถจักรยานยนต์ยุค 80 รุ่นดัง ที่หลายคนยังจดจำเปาบราซิเลีย: จากสีย้อมไฮเอนด์ยุคโบราณ สู่หัวใจเครื่องดนตรีคลาสสิกระดับตำนานทำไม "ปลานิล" ไม่ระบาดเหมือน "ปลาหมอคางดำ" ทั้งที่เข้ามาในไทยก่อน?5 เคล็ดลับและเรื่องจริง ที่คนไทย อาจไม่ค่อยรู้มองไม่เห็น จับต้องไม่ได้ แต่ขายได้เกือบ 6 แสนบาท! ใครยอมซื้อ?ทำไมน้ำดื่มที่แพงที่สุดในโลก ถึงมีราคาขวดละ 2 ล้านบาท?ทำไมเวลาคันแล้วเราต้องเกา? เบื้องหลังกลไกที่ร่างกายสั่งให้ทำโดยไม่รู้ตัวเล็บจริงก็มีอยู่แล้ว...แล้วทำไมหลายคนยังยอมเสียเงินต่อเล็บทุกเดือน?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดที่ผู้ชายหล่อที่สุด ถูกยกย่องว่าหน้าตาดีที่สุดในประเทศไทยเปาบราซิเลีย: จากสีย้อมไฮเอนด์ยุคโบราณ สู่หัวใจเครื่องดนตรีคลาสสิกระดับตำนานทําไม"ลิง"ถึงไม่เดิน2ขาเหมือนคนเล็บจริงก็มีอยู่แล้ว...แล้วทำไมหลายคนยังยอมเสียเงินต่อเล็บทุกเดือน?10 หมู่บ้านร้างในประเทศไทย ที่ครั้งหนึ่งเคยมีผู้คนอาศัย แต่ปัจจุบันถูกทิ้งร้างมองไม่เห็น จับต้องไม่ได้ แต่ขายได้เกือบ 6 แสนบาท! ใครยอมซื้อ?
ความคืบหน้าการสร้างรั้วกั้นเขตชายแดนไทย - กัมพูชาHow to เขียนนิยายให้ทำเงิน: เส้นทางนักเขียนยุคใหม่ในตลาดที่โอกาสสูง แต่แข่งขันดุเดือดตบยุงตายผิดศีลไหม คำถามเล็ก ๆ ที่โยงทั้งเจตนาและการป้องกันโรคเชร็ค แกะเมอริโนที่หลบตัดขน 6 ปี จนมีขนหนัก 27 กิโลกรัม
ตั้งกระทู้ใหม่