นอร์เวย์ยกระดับกฎหมายการค้า ล็อกเกณฑ์จัดซื้อภาครัฐ ดันมาตรการสกัดสินค้าทำลายป่าฝนระดับโลก
จากจุดเริ่มต้นทางประวัติศาสตร์ในปี 2016 ที่รัฐสภานอร์เวย์ได้ประกาศคำมั่นสัญญาอันยิ่งใหญ่ในการเป็นประเทศแรกของโลกที่จะยุติการจัดซื้อสินค้าที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่าฝนเขตร้อน ในวันนี้ เจตนารมณ์ดังกล่าวได้ถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้น โดยเปลี่ยนผ่านจากข้อตกลงภายในประเทศไปสู่การบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดและเป็นรูปธรรมร่วมกับมาตรฐานสากล เพื่อปิดกั้นไม่ให้สินค้าที่สร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมสามารถมีที่ยืนในตลาดนอร์เวย์ได้อีกต่อไป
กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายนี้คือการประกาศใช้ข้อบังคับใหม่ภายใต้กฎหมายการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ซึ่งกำหนดให้หน่วยงานภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมดต้องให้น้ำหนักและเกณฑ์คะแนนด้านภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมไม่น้อยกว่า 30% ในการพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะการประมูล หรือต้องระบุเงื่อนไขทางเทคนิคด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดลงในข้อกำหนดโดยตรง เว้นแต่จะเป็นโครงการที่มีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยมากจนไม่มีนัยสำคัญ ซึ่งจะต้องมีการบันทึกเหตุผลกำกับไว้อย่างชัดเจน มาตรการนี้ส่งผลให้ภาคเอกชนที่ต้องการเป็นคู่ค้ากับรัฐต้องปรับตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยต้องปฏิบัติตามเกณฑ์ความยั่งยืนและเปิดเผยข้อมูลที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับในห่วงโซ่อุปทานเพื่อยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำลายป่า
นอกจากมาตรการภายในประเทศแล้ว นอร์เวย์ยังเดินหน้าประสานความร่วมมือในระดับสากล โดยกระทรวงภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับกระทรวงเกษตรและอาหาร ได้เตรียมนำกฎระเบียบว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป หรือ EUDR เข้ามาปรับใช้ภายใต้ข้อตกลงเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) กฎระเบียบนี้จะทำให้สินค้าควบคุมอย่าง ไม้, กาแฟ, โกโก้, ยางพารา, น้ำมันปาล์ม รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปที่จะนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศ ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบสถานะอย่างเข้มงวด โดยต้องพิสูจน์ด้วยข้อมูลพิกัดภูมิศาสตร์ว่าไม่ได้ผลิตในพื้นที่ป่าที่ถูกทำลายหรือเสื่อมโทรมหลังวันที่ 31 ธันวาคม 2020
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากข้อตกลง EEA มีข้อจำกัดที่ไม่ครอบคลุมสินค้าเกษตรบางรายการ รัฐบาลนอร์เวย์จึงได้เตรียมทางออกด้วยการเร่งศึกษาการออกกฎระเบียบภายในประเทศมาบังคับใช้ควบคู่กัน เพื่ออุดช่องว่างและสกัดกั้นห่วงโซ่อุปทานของสินค้ากลุ่มอาหารและการปศุสัตว์ที่อยู่นอกเหนือข้อตกลง เช่น ถั่วเหลืองสำหรับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ และเนื้อวัว เพื่อสร้างความมั่นใจว่าการบริโภคภายในประเทศจะไม่ไปสร้างผลกระทบต่อผืนป่าแอมะซอนและป่าดิบชื้นอื่นๆ ทั่วโลก
การเคลื่อนไหวทั้งหมดของนอร์เวย์ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่านนโยบายสิ่งแวดล้อมจากระดับอุดมการณ์ในอดีตมาสู่การสร้างมาตรฐานระบบนิเวศทางเศรษฐกิจใหม่ การผสานพลังระหว่างเม็ดเงินจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐควบคู่ไปกับกฎหมายการค้าสากลและกฎระเบียบในประเทศ กลายเป็นเครื่องมืออันทรงพลังที่ช่วยปกป้องป่าฝนเขตร้อนของโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
ที่มาและแหล่งอ้างอิงข้อมูล (Sources & References):
• Government of Norway (Regjeringen.no): แถลงการณ์ร่วมอย่างเป็นทางการระหว่างกระทรวงภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงเกษตรและอาหาร เรื่องการบังคับใช้กฎระเบียบ EUDR และแนวทางการออกกฎหมายในประเทศควบคุมสินค้าเกษตร (Soy & Beef)
• Net Zero Compare Policy Framework: รายงานสรุปการบังคับใช้กฎหมายการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐของนอร์เวย์และการปรับหลักเกณฑ์คะแนนสิ่งแวดล้อม 30%
• Rainforest Foundation Norway (RFN): รายงานความคืบหน้าของภาคประชาสังคมและการติดตามผลการดำเนินงานด้านนโยบายป่าไม้ปลอดการทำลายระบบนิเวศของรัฐบาลนอร์เวย์
เขียนโดย davin
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
10 ถนนในประเทศไทยที่ขึ้นชื่อว่าเกิดอุบัติเหตุบ่อยและมีจุดเสี่ยงสูง
ทำไมกินคำโตหรือดื่มน้ำอัดลมแล้วต้องสะอึก
ทำไมน้ำดื่มที่แพงที่สุดในโลก ถึงมีราคาขวดละ 2 ล้านบาท?
ทำไมคนนั่งหลังเวียนหัวง่ายกว่าคนขับเวลาเจอทางโค้ง
ความจริงของยางลบสองสี ฝั่งสีน้ำเงินไม่ได้มีไว้ลบปากกา รู้ไว้ก่อนกระดาษพัง
"น้อยหน่า" vs "น้อยโหน่ง" ต่างกันอย่างไร?
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
10 รถจักรยานยนต์ยุค 80 รุ่นดัง ที่หลายคนยังจดจำ
เรื่องจริง “เป็ดทะเลสาบอาร์เจนตินา” มีอันนั้นยาวเป็นเกลียว ยาวกว่าคนเยอะเลย
เหรียญ 10 มูลค่า 1 ล้านบาท
เปิดตำนาน "พิธีอาบน้ำสะดือมังกร" ความมหัศจรรย์แห่งทะเลสัตหีบ
ควอกกา: เปิดความลับสัตว์ยิ้มสวยแห่งเกาะร็อตเนสต์
อิกัวนาทะเล ต้นแบบก็อตซิลล่าแห่งกาลาปากอส สิ่งมีชีวิตหนึ่งเดียวที่พิชิตมหาสมุทร
ทำไมกางเกงนักเรียนชายมี 3 สี? เปิดความหมายแต่ละสี
ข้าวโพดน่ากินมาก! ไวรัลพ่อค้าหล่อ คลิปเดียวยอดวิวทะลุ 63 ล้าน คนแห่ไปชื่นชมจนได้ฉายา "สถานที่ท่องเที่ยวอันดับหนึ่ง" ของเมือง
