ที่มาของชื่อทวีปต่างๆ บนโลกใบนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากไหนกันแน่
เคยสงสัยกันไหมว่าชื่อของทวีปต่างๆ ที่เราคุ้นหูและเรียกขานกันมาตั้งแต่เด็กนั้น มีที่มาที่ไปอย่างไร หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นชื่อที่ตั้งขึ้นมาลอยๆ หรือได้ยินจากตํานานเล่าขาน แต่จริงๆ
แล้วชื่อเหล่านั้นมีรากเหง้าทางประวัติศาสตร์และภาษาศาสตร์ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เริ่มต้นจากทวีปเอเชีย ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในโลก ชื่อนี้มีรากศัพท์มาจากกรีกโบราณคําว่า Asie หรือ Asia
โดยนักประวัติศาสตร์เชื่อว่าชาวกรีกใช้เรียกพื้นที่ทางตะวันออกของทะเลอีเจียน ซึ่งคํานี้มีที่มาจากคําภาษาอัคคาเดียนที่หมายถึงทางทิศตะวันออกหรือสถานที่ที่พระอาทิตย์ขึ้นนั่นเอง
ขยับมาที่ทวีปยุโรป ซึ่งมีที่มาเชื่อมโยงกับตํานานเทพปกรณัมกรีกอย่างชัดเจน ตามเรื่องเล่าขานกล่าวว่ายุโรปมีที่มาจากชื่อของเจ้าหญิงที่มีชื่อว่า ยูโรปา ซึ่งเป็นหญิงสาวผู้เลอโฉมที่เทพซูสหลงรักและลักพาตัวไป
นอกจากนี้ยังมีมุมมองทางภาษาศาสตร์ที่ระบุว่าคําว่ายุโรปอาจมาจากคําในภาษาเซมิติกที่แปลว่าพระอาทิตย์ตกดิน ซึ่งเป็นการเปรียบเปรยถึงตําแหน่งที่ตั้งของยุโรปที่อยู่ทางตะวันตกของเอเชียนั่นเอง
แม้จะดูเป็นเรื่องเล่าที่คลุมเครืออยู่บ้าง แต่ชื่อนี้ก็ถูกใช้เรียกขานมานานจนกลายเป็นมาตรฐานสากลจนทุกวันนี้
สําหรับทวีปแอฟริกานั้นชื่อมีที่มาจากภาษาละตินคือแอฟริกา แทร์รา ซึ่งเดิมทีเป็นเพียงชื่อที่ชาวโรมันใช้เรียกพื้นที่รอบๆ เมืองคาร์เธจทางตอนเหนือของทวีปเท่านั้น
เชื่อกันว่าชื่อนี้อาจมีรากฐานมาจากภาษาเบอร์เบอร์หรือภาษาฟินีเซียนที่สื่อความหมายถึงฝุ่นละอองหรือดินแดนที่ร้อนระอุ ต่อมาเมื่อมีการสํารวจและทําแผนที่โดยชาวยุโรป ชื่อนี้จึงถูกขยายวงกว้างจนกลายเป็นชื่อเรียกทั้งทวีป
ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วชื่อแอฟริกานั้นเดิมทีหมายถึงแค่พื้นที่ส่วนเล็กๆ บริเวณริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเท่านั้น
ข้ามฝั่งไปยังซีกโลกตะวันตก ทวีปอเมริกาไม่ได้ถูกตั้งชื่อตามคนที่ค้นพบทวีปนี้เป็นคนแรกอย่างคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส แต่ได้รับการตั้งชื่อตาม อเมริโก เวสปุชชี
นักสํารวจชาวอิตาลีผู้ซึ่งมีความมั่นใจว่าดินแดนที่เขาสํารวจนั้นไม่ใช่ส่วนหนึ่งของเอเชียอย่างที่โคลัมบัสเชื่อ แต่เป็นทวีปใหม่ที่ไม่เคยปรากฏในแผนที่มาก่อน ต่อมานักทําแผนที่ชาวเยอรมันชื่อ มาร์ติน วัลด์เซมึลเลอร์
ได้ตีพิมพ์แผนที่โลกฉบับใหม่และให้เกียรติจารึกชื่อของอเมริโกไว้ในฐานะผู้ค้นพบทวีปใหม่ ชื่อนี้จึงแพร่หลายไปทั่วและกลายเป็นชื่อเรียกอย่างเป็นทางการในที่สุด
ส่วนทวีปออสเตรเลียนั้นมีชื่อที่เรียบง่ายกว่าเพื่อน เพราะมาจากภาษาละตินคําว่า Australis ซึ่งแปลว่าทางใต้ หลังจากที่มีการพยายามตามหาดินแดนในตํานานที่เชื่อกันว่าตั้งอยู่ทางตอนใต้ของโลกมาอย่างยาวนาน
เมื่อนักสํารวจพบแผ่นดินขนาดใหญ่แห่งนี้จึงถูกเรียกว่า เทอร์รา ออสเตรลิส อินคอกนิตา หรือดินแดนทางใต้ที่ไม่รู้จัก
และเมื่อเวลาผ่านไปจากการเรียกขานกันบ่อยครั้งชื่อก็ถูกลดทอนลงเหลือเพียงแค่ออสเตรเลียอย่างที่เราใช้งานกันทุกวัน
ทวีปแอนตาร์กติกาเป็นทวีปสุดท้ายที่ชื่อมีความหมายตรงตัวที่สุด มาจากภาษากรีกคําว่า แอนตาร์กติคอส ซึ่งแปลว่าตรงข้ามกับอาร์กติก คําว่าอาร์กติกนั้นมาจากภาษากรีกอีกทีที่แปลว่าหมี
ซึ่งหมายถึงกลุ่มดาวหมีใหญ่ที่เห็นได้ชัดเจนในท้องฟ้าซีกโลกเหนือ ดังนั้นแอนตาร์กติกาจึงหมายถึงดินแดนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับที่ตั้งของกลุ่มดาวหมีนั่นเอง เป็นเรื่องราวที่น่าทึ่งว่าชื่อของสิ่งต่างๆ รอบตัวเรา
มักจะมีที่มาที่ผูกโยงกับทั้งดวงดาว ตํานานโบราณ และการสํารวจของมนุษย์ในสมัยก่อน
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
ลา ดอนเซยา มัมมี่สาวแห่งยอดภูเขาไฟ ผู้หลับใหลมานานกว่า 500 ปี
รายงานสภาพความยากจนของคนไทย
ควักเครื่องในตัวเองมาสู้! กลยุทธ์สุดสยองของ “ปลิงทะเล”
เกาะงูพิษที่น่ากลัวที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
นี่คือทะเลทรายที่ร้อนที่สุดในโลก
สวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
10 สัตว์ที่มีอวัยวะเพศยาวที่สุดในโลก อันดับหนึ่งยาวกว่าความสูงของคนทั้งตัว
รถยนต์พระที่นั่ง Hispano-Suiza ตำนานรถหรูแห่งสเปนในยุคก่อนสงครามโลก
10 หมู่บ้านร้างในประเทศไทย ที่ครั้งหนึ่งเคยมีผู้คนอาศัย แต่ปัจจุบันถูกทิ้งร้าง
