หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เรื่องจริงของการค้นพบทวีปอเมริกาที่โคลัมบัสไม่ใช่คนแรก

เขียนโดย evileyes

ใครหลายคนคงเคยจํากันมาตั้งแต่สมัยเรียนว่า คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส คือผู้ที่ค้นพบทวีปอเมริกาเป็นคนแรกในปี ค.ศ. 1492 แต่ถ้าเราลองหยิบข้อมูลทางประวัติศาสตร์มาพิจารณาดูให้ดี

เราจะพบว่าเรื่องนี้อาจไม่ได้เป็นอย่างที่ตําราเรียนเล่มเก่าๆ เคยบอกไว้เสมอไป ความจริงเรื่องการสํารวจทะเลนั้นซับซ้อนกว่าเรื่องเล่าสั้นๆ เพียงแค่คนคนเดียว

นักประวัติศาสตร์พบหลักฐานชัดเจนว่า มีกลุ่มนักเดินเรือชาวนอร์ส หรือชาวไวกิ้ง ที่เดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกมาถึงทวีปอเมริกาเหนือ ตั้งแต่ช่วงประมาณปี ค.ศ. 1000 หรือก่อนโคลัมบัสเกือบ 500 ปี

ผู้นําการสํารวจครั้งนั้นคือ ไลฟ์ อีริกสัน เขาและลูกเรือได้สร้างถิ่นฐานชั่วคราวขึ้นที่บริเวณลานเซอโฌเมโด ในประเทศแคนาดา ขุดพบซากปรักหักพังของอาคารและเครื่องมือเครื่องใช้ที่ยืนยันว่าชาวไวกิ้งเคยอยู่ที่นั่นจริงๆ

ดังนั้น หากจะนับเรื่องช่วงเวลาเพียงอย่างเดียว ผู้ที่มาก่อนย่อมไม่ใช่โคลัมบัส

ยิ่งไปกว่านั้น การใช้คําว่า ค้นพบ อาจเป็นจุดที่สร้างความเข้าใจผิดมากที่สุด เพราะก่อนหน้าที่ชาวไวกิ้งหรือโคลัมบัสจะมาถึง มีผู้คนตั้งรกรากและสร้างอารยธรรมอยู่ในพื้นที่เหล่านี้อยู่ก่อนแล้วนับพันปี

บรรพบุรุษของกลุ่มคนเหล่านี้คือชนพื้นเมืองอเมริกันที่อพยพข้ามสะพานแผ่นดินจากเอเชียเข้ามาตั้งแต่นานมาแล้ว ดังนั้นการที่ชาวยุโรปเดินทางมาถึงแล้วเรียกสิ่งนั้นว่าการค้นพบ

จึงเป็นเพียงมุมมองจากฝั่งผู้เดินทางมาใหม่เท่านั้น ไม่ใช่ความจริงของโลกในขณะนั้น

สิ่งที่โคลัมบัสทําแตกต่างออกไปคือการสร้างการเชื่อมต่อระหว่างสองโลกอย่างถาวร การเดินทางของเขาไม่ได้เป็นเพียงการสํารวจแล้วกลับ แต่คือจุดเริ่มต้นของการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม อาหาร พืชพันธุ์ โรคระบาด

และประชากรขนานใหญ่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อทวีปอเมริกาและยุโรปอย่างมหาศาลและไม่มีวันย้อนกลับ ความสําเร็จที่แท้จริงของโคลัมบัสจึงไม่ใช่การเป็นคนแรกที่เหยียบแผ่นดิน

แต่คือการเปิดประตูสู่วงจรของการติดต่อสื่อสารระหว่างทวีปที่ทําให้ประวัติศาสตร์โลกเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล

การศึกษาประวัติศาสตร์จึงไม่ใช่การหาว่าใครคือคนแรกเสมอไป แต่เป็นการเข้าใจบทบาทและผลกระทบของแต่ละเหตุการณ์ หากเปลี่ยนจากการมองว่าเป็นการค้นพบสิ่งใหม่ มาเป็นการมองว่าเป็นการรวมตัวกันของโลกที่แยกจากกันมานาน

จะช่วยให้เราเข้าใจภาพรวมของเหตุการณ์ในอดีตได้กว้างขวางมากขึ้น เรื่องราวของโคลัมบัสและผู้มาก่อนจึงเป็นบทเรียนสําคัญที่เตือนให้เราตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่งและมองมุมกลับอยู่เสมอ

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนที่สุดของอดีตที่แท้จริง

เนื้อหาโดย: evileyes
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
evileyes's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 5 ครั้ง
เขียนโดย evileyes
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไมช่องประตูตู้เย็นควรเก็บเครื่องปรุง ไม่ใช่นมหรืออาหารสด10 ความเชื่อผิด ๆ เรื่องชาร์จแบตมือถือ ที่หลายคนยังเข้าใจคลาดเคลื่อนเหรียญ 10 มูลค่า 1 ล้านบาท10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงก่อนเป็นสีน้ำเงิน ตู้ไปรษณีย์สหรัฐฯ เคยใช้สีอะไรมาแล้วบ้าง?ที่มาและความสําคัญประวัติศาตร์คลองแสนแสบสายน้ําเส้นเลือดใหญ่คนเมืองมารู้จัก “ตะขบยักษ์” ผลไม้พื้นบ้านลูกโต รสหวาน ปลูกง่ายนอนชดเชยวันหยุด ช่วยลดอาการอดนอนได้แค่ไหน10 นามสกุลที่พบเห็นบ่อยในไทย มีทั้งแซ่จีนและนามสกุลไทย4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุดที่มาของพลุและดอกไม้ไฟ จากการค้นหายาอมตะสู่อาวุธสงคราม
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมหลายคนรู้สึกว่า “ชีวิตดีขึ้น แต่ไม่มีความสุขขึ้น”? เมื่อความสำเร็จไม่ได้เติมเต็มหัวใจเสมอไปทำไมคนจำนวนมากเริ่มเบื่องานประจำ ทั้งที่เมื่อก่อนเป็นความฝันของหลายคนทำไมบางคนยิ่งดึกยิ่งมีความคิดสร้างสรรค์? สมองของคนกลางคืนทำงานอย่างไรทำไมคนจำนวนมากเริ่มใช้ AI เป็นผู้ช่วยชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ทำงานจนถึงเรื่องส่วนตัว
ตั้งกระทู้ใหม่