ทําไมพื้นกระเบื้องถึงให้ความรู้สึกเย็นกว่าพื้นไม้เมื่อสัมผัส
เวลาที่เราเดินเท้าเปล่าในบ้าน หลายคนมักจะสังเกตเห็นความแตกต่างที่ชัดเจนมากอย่างหนึ่งคือ เมื่อก้าวเท้าลงบนพื้นกระเบื้อง
เราจะรู้สึกถึงความเย็นเยียบส่งผ่านขึ้นมาจากพื้นได้ทันที
ต่างจากการเดินบนพื้นไม้ที่มักจะให้ความรู้สึกอุ่นสบายกว่า ทั้งที่จริงแล้ววัสดุปูพื้นทั้งสองชนิดนี้อยู่ในสภาพแวดล้อมเดียวกันและมีอุณหภูมิห้องเท่ากัน
แต่มันกลับหลอกประสาทสัมผัสของเราให้รู้สึกแตกต่างกันไป
ซึ่งเรื่องนี้มีคําอธิบายทางวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจและเข้าใจง่ายกว่าที่คิด
คําตอบหลักของเรื่องนี้อยู่ที่สมบัติทางกายภาพที่เรียกว่า การนําความร้อน ซึ่งวัสดุแต่ละชนิดมีค่าการนําความร้อนที่ไม่เท่ากัน
ในทางฟิสิกส์วัสดุที่มีค่าการนําความร้อนสูงจะยอมให้พลังงานความร้อนถ่ายเทผ่านตัวมันได้รวดเร็ว
กระเบื้องนั้นทํามาจากดินเผาหรือหินที่มีความหนาแน่นสูงและโครงสร้างทางโมเลกุลที่ชิดกัน ทําให้มันเป็นตัวนําความร้อนที่ค่อนข้างดี
เมื่อเท้าของเราซึ่งมีอุณหภูมิร่างกายปกติสัมผัสลงไปบนกระเบื้อง
ความร้อนจากฝ่าเท้าจะถูกกระเบื้องดูดซับไปอย่างรวดเร็วและถ่ายเทกระจายออกไปทั่วแผ่นพื้น ทําให้เรารู้สึกว่ากระเบื้องขโมยความร้อนไปจากเท้าจนเกิดเป็นความรู้สึกเย็นนั่นเอง
ในขณะที่พื้นไม้จะมีสมบัติที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ไม้เป็นวัสดุที่มีโครงสร้างเป็นรูพรุนตามธรรมชาติและมีความหนาแน่นต่ํากว่ากระเบื้องมาก โพรงอากาศเล็กๆ
ที่อยู่ในเนื้อไม้ทําหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนชั้นดี
ทําให้ไม้มีค่าการนําความร้อนต่ํา เมื่อเท้าของเราสัมผัสกับพื้นไม้ ความร้อนจากร่างกายจึงไม่ถูกถ่ายเทออกไปอย่างรวดเร็วเหมือนกับพื้นกระเบื้อง
ความร้อนจะยังคงอยู่บริเวณจุดที่สัมผัส
ทําให้เรารู้สึกถึงความอบอุ่นหรืออุณหภูมิที่เป็นมิตรกับร่างกายมากกว่า ซึ่งนี่เป็นเหตุผลสําคัญที่ทําให้ในประเทศเมืองหนาวนิยมใช้พื้นไม้หรือพรมปูพื้นเพื่อรักษาอุณหภูมิภายในบ้านมากกว่าการใช้กระเบื้อง
นอกจากเรื่องการนําความร้อนแล้ว มวลของวัสดุก็มีส่วนช่วยเสริมในเรื่องนี้ด้วย กระเบื้องมักจะมีมวลมากและมีความสามารถในการเก็บความร้อนหรือความเย็นได้สูงกว่าไม้
เมื่อพื้นกระเบื้องเย็นตัวลงในช่วงกลางคืนหรือจากอุณหภูมิห้องที่ปรับต่ําลง มันจะสะสมความเย็นนั้นไว้ในเนื้อวัสดุได้นานกว่า
แต่ไม้กลับเป็นวัสดุที่มีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิพื้นผิวค่อนข้างช้าและไม่ค่อยกักเก็บความเย็นไว้ภายในโครงสร้างมากนัก
ทําให้เวลาสัมผัสจึงไม่รู้สึกถึงความเย็นสะสมเหมือนกับกระเบื้อง
หลายคนอาจสงสัยว่าแล้วถ้าเลือกใช้วัสดุอื่นอย่างหินอ่อนหรือหินแกรนิตล่ะ จะเหมือนกันไหม คําตอบคือยิ่งไปกันใหญ่
เพราะหินเหล่านี้มีความหนาแน่นมากกว่ากระเบื้องเซรามิกเสียอีก
ทําให้มันนําความร้อนจากเท้าเราไปได้เร็วยิ่งกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะรู้สึกว่าพื้นหินเป็นวัสดุที่เย็นที่สุดในบรรดาสามชนิดที่กล่าวมา
ในทางกลับกัน
หากใครที่ชื่นชอบความรู้สึกเย็นสบายเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อน การเลือกใช้พื้นประเภทกระเบื้องหรือหินย่อมตอบโจทย์มากกว่า
เพราะช่วยระบายความร้อนจากร่างกายเราได้ดีเยี่ยม
การเข้าใจธรรมชาติของพื้นผิวเหล่านี้ช่วยให้เราตัดสินใจเลือกวัสดุตกแต่งบ้านได้เหมาะสมมากขึ้น หากเน้นความสวยงามแต่ต้องการความอบอุ่นในห้องนอน
พื้นไม้ดูจะเป็นตัวเลือกที่ลงตัวที่สุด
แต่ถ้าเน้นการทําความสะอาดง่ายและต้องการความรู้สึกเย็นสดชื่นให้กับบ้านในโซนนั่งเล่นหรือห้องครัว พื้นกระเบื้องยังคงเป็นพระเอกที่คุ้มค่าและใช้งานได้ยาวนาน
เพียงแค่เข้าใจกลไกการนําความร้อนของแต่ละวัสดุ
เราก็สามารถจัดสรรพื้นที่ให้ตอบโจทย์การใช้งานและความต้องการของผู้อยู่อาศัยที่แตกต่างกันในแต่ละจุดของบ้านได้อย่างลงตัวที่สุด
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
นอนชดเชยวันหยุด ช่วยลดอาการอดนอนได้แค่ไหน
เปิดประวัติหน้าที่อันตรายของเพื่อนเจ้าบ่าวในสมัยโบราณ
ทำไมวันฝนตกถึงชวนให้โรแมนติก? เข้าใจอารมณ์รักผ่านร่างกายและจิตใจ
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
10 นามสกุลที่พบเห็นบ่อยในไทย มีทั้งแซ่จีนและนามสกุลไทย
เหรียญ 10 มูลค่า 1 ล้านบาท
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
เปิดเบื้องหลังความโหดร้ายและวิถีชีวิตในสงครามสนามเพลาะที่โลกต้องจารึก
10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด
มารู้จัก “ตะขบยักษ์” ผลไม้พื้นบ้านลูกโต รสหวาน ปลูกง่าย
เจาะลึกจุดเปลี่ยนโลกการปฏิวัติอุตสาหกรรมเปลี่ยนวิถีชีวิตผู้คนอย่างไร



