หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทําไมพื้นกระเบื้องถึงให้ความรู้สึกเย็นกว่าพื้นไม้เมื่อสัมผัส

เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน

เวลาที่เราเดินเท้าเปล่าในบ้าน หลายคนมักจะสังเกตเห็นความแตกต่างที่ชัดเจนมากอย่างหนึ่งคือ เมื่อก้าวเท้าลงบนพื้นกระเบื้อง

เราจะรู้สึกถึงความเย็นเยียบส่งผ่านขึ้นมาจากพื้นได้ทันที

ต่างจากการเดินบนพื้นไม้ที่มักจะให้ความรู้สึกอุ่นสบายกว่า ทั้งที่จริงแล้ววัสดุปูพื้นทั้งสองชนิดนี้อยู่ในสภาพแวดล้อมเดียวกันและมีอุณหภูมิห้องเท่ากัน

แต่มันกลับหลอกประสาทสัมผัสของเราให้รู้สึกแตกต่างกันไป

ซึ่งเรื่องนี้มีคําอธิบายทางวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจและเข้าใจง่ายกว่าที่คิด

คําตอบหลักของเรื่องนี้อยู่ที่สมบัติทางกายภาพที่เรียกว่า การนําความร้อน ซึ่งวัสดุแต่ละชนิดมีค่าการนําความร้อนที่ไม่เท่ากัน

ในทางฟิสิกส์วัสดุที่มีค่าการนําความร้อนสูงจะยอมให้พลังงานความร้อนถ่ายเทผ่านตัวมันได้รวดเร็ว

กระเบื้องนั้นทํามาจากดินเผาหรือหินที่มีความหนาแน่นสูงและโครงสร้างทางโมเลกุลที่ชิดกัน ทําให้มันเป็นตัวนําความร้อนที่ค่อนข้างดี

เมื่อเท้าของเราซึ่งมีอุณหภูมิร่างกายปกติสัมผัสลงไปบนกระเบื้อง

ความร้อนจากฝ่าเท้าจะถูกกระเบื้องดูดซับไปอย่างรวดเร็วและถ่ายเทกระจายออกไปทั่วแผ่นพื้น ทําให้เรารู้สึกว่ากระเบื้องขโมยความร้อนไปจากเท้าจนเกิดเป็นความรู้สึกเย็นนั่นเอง

ในขณะที่พื้นไม้จะมีสมบัติที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ไม้เป็นวัสดุที่มีโครงสร้างเป็นรูพรุนตามธรรมชาติและมีความหนาแน่นต่ํากว่ากระเบื้องมาก โพรงอากาศเล็กๆ

ที่อยู่ในเนื้อไม้ทําหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนชั้นดี

ทําให้ไม้มีค่าการนําความร้อนต่ํา เมื่อเท้าของเราสัมผัสกับพื้นไม้ ความร้อนจากร่างกายจึงไม่ถูกถ่ายเทออกไปอย่างรวดเร็วเหมือนกับพื้นกระเบื้อง

ความร้อนจะยังคงอยู่บริเวณจุดที่สัมผัส

ทําให้เรารู้สึกถึงความอบอุ่นหรืออุณหภูมิที่เป็นมิตรกับร่างกายมากกว่า ซึ่งนี่เป็นเหตุผลสําคัญที่ทําให้ในประเทศเมืองหนาวนิยมใช้พื้นไม้หรือพรมปูพื้นเพื่อรักษาอุณหภูมิภายในบ้านมากกว่าการใช้กระเบื้อง

นอกจากเรื่องการนําความร้อนแล้ว มวลของวัสดุก็มีส่วนช่วยเสริมในเรื่องนี้ด้วย กระเบื้องมักจะมีมวลมากและมีความสามารถในการเก็บความร้อนหรือความเย็นได้สูงกว่าไม้

เมื่อพื้นกระเบื้องเย็นตัวลงในช่วงกลางคืนหรือจากอุณหภูมิห้องที่ปรับต่ําลง มันจะสะสมความเย็นนั้นไว้ในเนื้อวัสดุได้นานกว่า

แต่ไม้กลับเป็นวัสดุที่มีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิพื้นผิวค่อนข้างช้าและไม่ค่อยกักเก็บความเย็นไว้ภายในโครงสร้างมากนัก

ทําให้เวลาสัมผัสจึงไม่รู้สึกถึงความเย็นสะสมเหมือนกับกระเบื้อง

หลายคนอาจสงสัยว่าแล้วถ้าเลือกใช้วัสดุอื่นอย่างหินอ่อนหรือหินแกรนิตล่ะ จะเหมือนกันไหม คําตอบคือยิ่งไปกันใหญ่

เพราะหินเหล่านี้มีความหนาแน่นมากกว่ากระเบื้องเซรามิกเสียอีก

ทําให้มันนําความร้อนจากเท้าเราไปได้เร็วยิ่งกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะรู้สึกว่าพื้นหินเป็นวัสดุที่เย็นที่สุดในบรรดาสามชนิดที่กล่าวมา

ในทางกลับกัน

หากใครที่ชื่นชอบความรู้สึกเย็นสบายเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อน การเลือกใช้พื้นประเภทกระเบื้องหรือหินย่อมตอบโจทย์มากกว่า

เพราะช่วยระบายความร้อนจากร่างกายเราได้ดีเยี่ยม

การเข้าใจธรรมชาติของพื้นผิวเหล่านี้ช่วยให้เราตัดสินใจเลือกวัสดุตกแต่งบ้านได้เหมาะสมมากขึ้น หากเน้นความสวยงามแต่ต้องการความอบอุ่นในห้องนอน

พื้นไม้ดูจะเป็นตัวเลือกที่ลงตัวที่สุด

แต่ถ้าเน้นการทําความสะอาดง่ายและต้องการความรู้สึกเย็นสดชื่นให้กับบ้านในโซนนั่งเล่นหรือห้องครัว พื้นกระเบื้องยังคงเป็นพระเอกที่คุ้มค่าและใช้งานได้ยาวนาน

เพียงแค่เข้าใจกลไกการนําความร้อนของแต่ละวัสดุ

เราก็สามารถจัดสรรพื้นที่ให้ตอบโจทย์การใช้งานและความต้องการของผู้อยู่อาศัยที่แตกต่างกันในแต่ละจุดของบ้านได้อย่างลงตัวที่สุด

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เรื่องดีดีมีทุกวัน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 88 ครั้ง
เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
คนโบราณวัดน้ำหนักสินค้ากันอย่างไรทำไม "ยาอม ยาลม ยาดม ยาหม่อง" ถึงกลายเป็นแก๊ง 4 ช่ากู้ชีพคู่กายคนไทย?เลขเด็ด อ.น๊อตตี้ งวด 16 ก.ย. 69ย้อนรอย 6 ห้างดังในกรุงเทพฯ ที่เคยคึกคัก ตั้งแต่ไทยไดมารู เมอร์รี่คิงส์ ถึงนิวเวิลด์และตั้งฮั่วเส็ง วันนี้เหลืออะไรไว้บ้างโรงเรียนมัธยมที่มีการแข่งขันกันสูงและสอบเข้ายากมากที่สุดในประเทศไทยความลับใต้สายน้ำ: ทำไม “สมบัติทองคำ” ใต้แม่น้ำเจ้าพระยาจึงไม่มีใครแตะต้องได้8 ตุ๊กตาผ้า-ไวนิลยุค 80 ที่วันนี้ราคาพุ่งจนนักสะสมต้องตามหาเห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไรประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก6 หนังสือเกม Game Guide ยุคเก่า ที่ราคาแพงกว่าหนังสือเรียนมหาวิทยาลัยรู้ไหม หวยไทยไม่ได้เริ่มที่ 1 และ 16 เปิดที่มา 2417 ใครกำหนดวันหวยออกจนถึงวันนี้7 เบาะรถมอเตอร์ไซค์หนังแท้ ยิ่งนั่งยิ่งมีเงา จนกลายเป็นของแต่งที่นักขี่ตามหา
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
คนโบราณวัดน้ำหนักสินค้ากันอย่างไรร้านริมถนนควรวางแผนเงินสดช่วงก่อสร้างอย่างไรทำไม "ยาอม ยาลม ยาดม ยาหม่อง" ถึงกลายเป็นแก๊ง 4 ช่ากู้ชีพคู่กายคนไทย?6 หนังสือเกม Game Guide ยุคเก่า ที่ราคาแพงกว่าหนังสือเรียนมหาวิทยาลัยเพชฌฆาตแห่งท้องทะเล: ความจริงอันน่าทึ่งของ “วาฬออร์กา” ที่แท้จริงแล้วคือโลมารู้ไหม หวยไทยไม่ได้เริ่มที่ 1 และ 16 เปิดที่มา 2417 ใครกำหนดวันหวยออกจนถึงวันนี้
กระทู้อื่นๆในบอร์ด บ้าน คอนโด ที่ดิน
ที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ กรกฎาคม 2569ให้เช่าที่ดิน 99 ปี เป็นภัยต่อชาติและประชาชนซักผ้าเสร็จแล้ว ควรเปิดฝาเครื่องซักผ้าทิ้งไว้ไหม? เรื่องเล็กที่ช่วยลดกลิ่นอับได้มูลค่าวัดป่าอดุลยาราม 700 ล้านบาท
ตั้งกระทู้ใหม่