หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เจาะลึกสาเหตุที่แท้จริงของการหาวตามกัน

เขียนโดย ยายขี้บ่น

เคยสังเกตไหมว่าเวลาเราเห็นใครสักคนหาวปากกว้างขึ้นมา เรามักจะเผลอหาวตามโดยไม่รู้ตัว บางครั้งพยายามจะกลั้นเอาไว้แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหวจนต้องหาวออกมาจนได้

ปรากฏการณ์นี้เป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไปในมนุษย์และสัตว์หลายชนิด

ซึ่งนักวิทยาศาสตร์พยายามหาคําตอบมานานแล้วว่าทําไมพฤติกรรมนี้จึงติดต่อกันได้ง่ายดายเหมือนกับการติดเชื้อทางอากาศ การหาวตามกันจัดเป็นรูปแบบหนึ่งของการเลียนแบบโดยไม่รู้ตัวที่เรียกว่าพฤติกรรมติดต่อ

ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแสดงออกทางอารมณ์และการสร้างความสัมพันธ์ทางสังคมของสิ่งมีชีวิตที่มีสมองซับซ้อน สมมติฐานแรกชี้ไปที่เรื่องของความเห็นอกเห็นใจหรือ Empathy

นักวิจัยพบว่าระดับความสามารถในการเข้าอกเข้าใจผู้อื่นของเรามีความสัมพันธ์โดยตรงกับการหาวตาม

การศึกษากลุ่มตัวอย่างระบุว่าคนที่รับรู้อารมณ์ของผู้อื่นได้ดีหรือมีความผูกพันใกล้ชิดกับคนรอบข้างมักจะมีโอกาสหาวตามคนอื่น

มากกว่าคนทั่วไป เพราะสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้ความรู้สึกของคนอื่นจะถูกกระตุ้นเมื่อเราเห็นคนอื่นทําท่าทางบางอย่าง กลไกนี้คล้ายกับการที่เรายิ้มตอบเมื่อเห็นคนอื่นยิ้มให้

หรือเศร้าตามเมื่อเห็นคนอื่นร้องไห้

อีกหนึ่งทฤษฎีที่น่าสนใจเกี่ยวข้องกับเซลล์ประสาทกระจกเงา หรือ Mirror Neurons ซึ่งเป็นเซลล์สมองชนิดพิเศษที่ทํางานเมื่อเราทํากิจกรรมบางอย่างและยังทํางานเมื่อเราเห็นคนอื่นทํากิจกรรมนั้นด้วย

เซลล์กลุ่มนี้ช่วยให้เราเข้าใจการกระทําของผู้อื่นได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านการคิดวิเคราะห์อย่างหนัก เมื่อเราเห็นเพื่อนหาว เซลล์ประสาทกระจกเงาของเราจะจําลองการกระทํานั้นขึ้นมาในหัว

ทําให้สมองส่งสัญญาณไปที่กล้ามเนื้อใบหน้าและปากให้ทําท่าทางตามโดยอัตโนมัติ นอกจากเรื่องทางสังคมและระบบประสาทแล้ว ยังมีความเชื่อเก่าแก่อีกอย่างหนึ่งที่ว่าเราหาวเพื่อรับออกซิเจนมากขึ้น

แต่งานวิจัยหลายชิ้นในภายหลังได้มาขัดแย้งกับแนวคิดนี้ การหาวไม่ได้ทําให้ปริมาณออกซิเจนในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ แต่การหาวดูเหมือนจะมีส่วนช่วยในเรื่องการควบคุมอุณหภูมิของสมองมากกว่า

เมื่อสมองทํางานหนักหรือมีอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย การหาวจะดึงเอาอากาศเย็นเข้ามาผ่านโพรงจมูก เพื่อช่วยปรับให้อุณหภูมิของเลือดที่ไหลไปเลี้ยงสมองลดลง ทําให้สมองมีความตื่นตัวและทํางานได้ดีขึ้น

การหาวตามกันจึงอาจเป็นกลไกพื้นฐานที่ช่วยให้คนในกลุ่มมีความตื่นตัวไปพร้อมๆ กัน ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในยุคบรรพบุรุษที่การระแวดระวังภัยเป็นสิ่งสําคัญต่อการอยู่รอด

แม้ในปัจจุบันเราจะไม่ต้องคอยระวังนักล่าเหมือนในอดีต แต่สมองก็ยังคงรักษาพฤติกรรมนี้ไว้เพราะเป็นกลไกที่ช่วยเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของมนุษย์ให้แนบแน่นขึ้น

เป็นเรื่องที่น่าทึ่งว่าเพียงแค่การอ้าปากเพราะง่วงนอนเพียงไม่กี่วินาที กลับซ่อนกลไกอันซับซ้อนของสมองและธรรมชาติของความเป็นมนุษย์เอาไว้ได้อย่างลึกซึ้ง

เนื้อหาโดย: ยายขี้บ่น
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ยายขี้บ่น's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 17 ครั้ง
เขียนโดย ยายขี้บ่น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไมเสียงฝนช่วยให้บางคนหลับง่ายเผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569ตัดจากศพ ห่อด้วยกระดาษ เมื่อขยะชันสูตรและเศษหินทำเนียบขาว ถูกแย่งชิงในราคาแพงลิบมหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ10 สัตว์ที่มีอวัยวะเพศยาวที่สุดในโลก อันดับหนึ่งยาวกว่าความสูงของคนทั้งตัวรายงานสภาพความยากจนของคนไทยเกาะงูพิษที่น่ากลัวที่สุดแห่งหนึ่งของโลกนี่คือทะเลทรายที่ร้อนที่สุดในโลกกระป๋องละล้าน! ตำนาน 'ขี้ใส่กระป๋อง' ดักขายคนรวยเลขมงคล หวยงวด 1 สิงหาคม 2569 ถอดรหัสชุดเลข 2 ตัว 3 ตัววันเสาร์มหาโชคสวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
โยเกิร์ตรสผลไม้บางถ้วยน้ำตาลเยอะกว่าที่คิดวิวัฒนาการ "เกาเหลา" จากต้มจืดชาวจีนสู่เมนูคีโตยุคใหม่รายงานสภาพความยากจนของคนไทยตัดจากศพ ห่อด้วยกระดาษ เมื่อขยะชันสูตรและเศษหินทำเนียบขาว ถูกแย่งชิงในราคาแพงลิบ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ศิลปะย่อส่วนในขวดแก้ว: ทำความรู้จักกับ "สวนขวด" (Terrarium) นวัตกรรมสีเขียวสำหรับคนเมือง“ของสำคัญที่สุด ไม่จำเป็นต้องห้อยให้เห็น” ทำไม“ช้าง”สัตว์บกที่ใหญ่ที่สุดจึงไม่มีถุงอัณฑะห้อยอยู่ด้านนอกเหมือนมนุษย์?ไม่ใช่แค่ซามูไร! พารู้จัก 5 ลำดับขั้นขุนนางญี่ปุ่นโบราณที่คุณอาจไม่เคยรู้เรื่องราวของ "จุดเริ่มต้นของมัทฉะ" จากยารักษาโรคในราชสำนักจีน สู่จิตวิญญาณแห่งวิถีเซนในญี่ปุ่น
ตั้งกระทู้ใหม่