4 ตำนานที่มาของชื่อ “กาแฟอเมริกาโน” แท้จริงเริ่มจากที่ไหน
เรื่องราวเบื้องหลังชื่อของ กาแฟอเมริกาโน (Americano) เป็นหนึ่งในตำนานที่คอกาแฟทั่วโลกพูดถึงกันมากที่สุด หลายคนคุ้นเคยกับเรื่องทหารอเมริกันนำเอสเปรสโซมาเติมน้ำร้อนในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แต่เมื่อย้อนดูหลักฐานและเรื่องเล่าจากหลายยุค กลับพบว่าที่มาของชื่ออาจซับซ้อนกว่านั้น
คำว่า Americano ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อใช้เรียกกาแฟโดยเฉพาะตั้งแต่ต้น เพราะในภาษาอิตาเลียน สเปน และโปรตุเกส คำนี้มีความหมายพื้นฐานว่า “อเมริกัน” หรือ “แบบอเมริกัน” อยู่แล้ว ก่อนจะค่อย ๆ กลายมาเป็นชื่อเมนูเครื่องดื่มที่รู้จักกันทั่วโลก
ต่อไปนี้คือ 4 ตำนานและข้อสันนิษฐานสำคัญเกี่ยวกับที่มาของชื่อกาแฟอเมริกาโน
1. ทหารอเมริกันเติมน้ำร้อนลงในเอสเปรสโซ
เรื่องเล่าที่แพร่หลายที่สุดย้อนไปถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ระหว่างปี พ.ศ. 2482–2488 หรือ ค.ศ. 1939–1945 เมื่อทหารอเมริกันจำนวนมากเข้าไปประจำการอยู่ในประเทศอิตาลี ดินแดนที่มีวัฒนธรรมการดื่มกาแฟเข้มข้นและจริงจัง
เมื่อทหารอเมริกันต้องการดื่มกาแฟเพื่อเติมความสดชื่น พวกเขาจึงเดินเข้าไปในบาร์กาแฟท้องถิ่น แต่กาแฟที่พบส่วนใหญ่คือ เอสเปรสโซแก้วเล็ก ซึ่งมีรสเข้ม ขม และหนักกว่ากาแฟที่คุ้นเคย
ชาวอเมริกันในเวลานั้นนิยมกาแฟที่ชงด้วยวิธีกรองหรือต้มเป็นแก้วใหญ่ รสชาติค่อนข้างเบา สามารถจิบได้เรื่อย ๆ ต่างจากเอสเปรสโซของอิตาลีที่มักดื่มหมดภายในไม่กี่อึก
ทหารอเมริกันจึงแก้ปัญหาด้วยการขอน้ำร้อนจากบาริสต้า แล้วนำมาเติมลงในเอสเปรสโซเพื่อเจือจางความเข้ม ทำให้ปริมาณกาแฟเพิ่มขึ้นและมีรสใกล้เคียงกับกาแฟที่เคยดื่มในบ้านเกิด
ตามตำนานเล่าว่า บาริสต้าและชาวอิตาลีเริ่มเรียกเครื่องดื่มลักษณะนี้ว่า Caffè Americano ซึ่งแปลตรงตัวว่า “กาแฟแบบอเมริกัน” หรือ “กาแฟสไตล์คนอเมริกัน”
อย่างไรก็ตาม แม้เรื่องนี้จะเป็นคำอธิบายที่ได้รับความนิยมมากที่สุด แต่ยังไม่พบหลักฐานร่วมสมัยที่ยืนยันอย่างชัดเจนว่า ชื่อเมนูถือกำเนิดขึ้นจากทหารอเมริกันในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองโดยตรง จึงควรมองว่าเป็นตำนานที่เล่าต่อกันมา มากกว่าจะเป็นข้อสรุปทางประวัติศาสตร์ที่ยุติแล้ว
2. ชื่อ “อเมริกาโน” อาจปรากฏก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง
อีกข้อสังเกตหนึ่งมาจากงานวรรณกรรมยุโรปที่มีการกล่าวถึงเครื่องดื่มชื่อ Americano ก่อนช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
หนึ่งในงานที่ถูกนำมาอ้างถึงคือวรรณกรรมของ ลุยจิ ปิรันเดลโล (Luigi Pirandello) เรื่อง Il fu Mattia Pascal หรือ มัตเตีย ปัสกัล ผู้ล่วงลับ ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2447 หรือ ค.ศ. 1904
นอกจากนี้ ในเรื่องสั้นชุด Ashenden ของ ซัมเมอร์เซต มอห์ม (Somerset Maugham) ซึ่งตีพิมพ์ในช่วงปลายทศวรรษ 1920 มีฉากที่ตัวละครสั่งเครื่องดื่มชื่อ “Americano” ระหว่างอยู่ในเมืองเนเปิลส์ โดยเหตุการณ์ในเรื่องเกิดขึ้นช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
ร่องรอยเหล่านี้ถูกนำมาใช้ตั้งคำถามว่า ชื่อ Americano อาจมีอยู่ในวัฒนธรรมเครื่องดื่มของยุโรปก่อนที่ทหารอเมริกันจะเข้าไปประจำการในอิตาลีช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
อย่างไรก็ตาม จุดที่ต้องระมัดระวังคือ วรรณกรรมบางเรื่องไม่ได้อธิบายส่วนผสมหรือวิธีชงไว้อย่างชัดเจน คำว่า “Americano” ในบริบทดังกล่าวจึงอาจหมายถึงกาแฟ ค็อกเทล หรือเครื่องดื่มแบบอเมริกันชนิดอื่นก็ได้
หลักฐานทางวรรณกรรมเหล่านี้จึงช่วยยืนยันได้ว่า “คำเรียก” มีการใช้งานมานานแล้ว แต่ยังไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ว่าเป็นกาแฟเอสเปรสโซเติมน้ำร้อนแบบเดียวกับอเมริกาโนในปัจจุบัน
3. ชื่ออาจเชื่อมโยงกับ Americano Cocktail
ก่อนที่คำว่า Americano จะกลายเป็นชื่อกาแฟ อิตาลีมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เรียกว่า Americano Cocktail อยู่ก่อนแล้ว
ค็อกเทลชนิดนี้ประกอบด้วย กัมปารี (Campari) เวอร์มุธหวาน และน้ำโซดา มีรสขมหวานและดื่มง่ายกว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้มข้นหลายชนิด โดยมีรากเชื่อมโยงกับค็อกเทลที่เรียกว่า Milano-Torino
ชื่อ Milano-Torino สื่อถึงแหล่งกำเนิดของส่วนผสม คือกัมปารีจากเมืองมิลานและเวอร์มุธจากเมืองตูริน ก่อนที่สูตรเติมโซดาจะเป็นที่รู้จักในชื่อ Americano ในเวลาต่อมา
ข้อสันนิษฐานหนึ่งระบุว่า ชื่อดังกล่าวได้รับความนิยมจากกลุ่มนักท่องเที่ยวหรือชาวอเมริกันที่เดินทางมาอิตาลีและชื่นชอบเครื่องดื่มสูตรนี้ จึงค่อย ๆ ถูกเรียกว่า Americano หรือเครื่องดื่มแบบอเมริกัน
เมื่อวัฒนธรรมเอสเปรสโซแพร่หลายขึ้น และมีการเติมน้ำร้อนลงในกาแฟเพื่อทำให้รสชาติเบาลง บาริสต้าหรือนักดื่มอาจนำชื่อ Americano ซึ่งมีอยู่แล้วในโลกของค็อกเทลมาใช้กับกาแฟด้วย
แนวคิดนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันโดยตรงว่า ชื่อกาแฟถูกยืมมาจากชื่อค็อกเทลจริง แต่แสดงให้เห็นว่าคำว่า Americano ถูกใช้เรียกเครื่องดื่มในอิตาลีมาก่อนตำนานสงครามโลกครั้งที่สอง
4. ชื่ออาจเดินทางมาจากภาษาสเปนในอเมริกากลาง
ข้อมูลด้านภาษาศาสตร์เสนอเส้นทางที่แตกต่างออกไป โดย Oxford English Dictionary ระบุร่องรอยของคำว่า café americano ในภาษาสเปนแถบอเมริกากลาง ซึ่งใช้เรียกกาแฟรสอ่อนหรือกาแฟที่ไม่เข้มข้นมาตั้งแต่ราวกลางคริสต์ทศวรรษ 1950
บันทึกการใช้คำในภาษาอังกฤษที่มีการอ้างถึงยังปรากฏในหนังสือพิมพ์ The Sunday Gleaner ของจาเมกาในปี 1964 แทนที่จะพบหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรจากร้านกาแฟอิตาลีในยุคสงครามโลกครั้งที่สอง
มุมมองนี้ทำให้นักภาษาศาสตร์บางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า ชื่อกาแฟอเมริกาโนอาจไม่ได้เริ่มต้นในอิตาลีโดยตรง แต่อาจพัฒนาจากการใช้คำในโลกภาษาสเปนและภาษาอังกฤษ ก่อนย้อนกลับไปได้รับความนิยมในภาษาอิตาเลียนภายหลัง
อย่างไรก็ดี การพบคำในเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรช้ากว่า ไม่ได้แปลว่าผู้คนไม่เคยใช้คำดังกล่าวด้วยภาษาพูดมาก่อน เพียงแต่แสดงให้เห็นว่าเรื่องเล่าทหารอเมริกันยังขาดหลักฐานจากช่วงเวลานั้นมารองรับอย่างชัดเจน
แล้วอเมริกาโนในปัจจุบันคืออะไร
ในความหมายที่ใช้กันทั่วไปทุกวันนี้ กาแฟอเมริกาโนคือเอสเปรสโซที่เติมน้ำร้อน เพื่อเพิ่มปริมาณและลดความเข้มข้นของรสชาติ โดยความเข้มหรือความอ่อนขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตเอสเปรสโซและปริมาณน้ำที่ใช้
แม้จะมีลักษณะคล้ายกาแฟดริปตรงที่เป็นกาแฟดำแก้วใหญ่ แต่อเมริกาโนกับกาแฟดริปไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด เพราะวิธีสกัดกาแฟต่างกัน
อเมริกาโนเริ่มจากเอสเปรสโซที่สกัดด้วยแรงดันแล้วเติมน้ำ ส่วนกาแฟดริปเกิดจากน้ำไหลผ่านผงกาแฟอย่างช้า ๆ จึงอาจให้กลิ่น รสสัมผัส และความเข้มที่แตกต่างกัน แม้ใช้เมล็ดกาแฟชนิดเดียวกันก็ตาม
ชื่อเดียว แต่มีเรื่องเล่ามากกว่าหนึ่งแบบ
จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีข้อสรุปเดียวที่สามารถยืนยันได้อย่างเด็ดขาดว่า ชื่อ Americano ถือกำเนิดจากทหารอเมริกัน ค็อกเทลอิตาลี วรรณกรรมยุโรป หรือการใช้คำในอเมริกากลาง
สิ่งที่ค่อนข้างชัดเจนคือ คำว่า Americano มีความหมายเกี่ยวกับความเป็น “อเมริกัน” หรือ “สไตล์อเมริกัน” อยู่ก่อนแล้ว และถูกนำไปใช้กับเครื่องดื่มมากกว่าหนึ่งชนิด
ดังนั้น ครั้งต่อไปที่สั่งกาแฟอเมริกาโน นอกจากจะได้กาแฟดำที่ดื่มง่ายกว่าเอสเปรสโซแบบช็อตแล้ว ยังได้ดื่มเครื่องดื่มที่มีชื่อเชื่อมโยงกับสงคราม ภาษา วรรณกรรม และวัฒนธรรมการดื่มของหลายประเทศอีกด้วย
SOURCES:
Oxford English Dictionary, Merriam-Webster, International Bartenders Association, Project Gutenberg Canada, Campari
REFERENCES:
https://www.oed.com/dictionary/americano_n2
https://www.merriam-webster.com/dictionary/café Americano
https://iba-world.com/iba-cocktail/americano/
https://www.gutenberg.ca/ebooks/maughamws-ashenden/maughamws-ashenden-00-e.html
10 นามสกุลที่พบเห็นบ่อยในไทย มีทั้งแซ่จีนและนามสกุลไทย
10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด
กินผลไม้สดกับดื่มน้ำผลไม้ แบบไหนให้ประโยชน์มากกว่ากัน
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/7/69
ผมร่วงก่อนวัย 30 อาจสัมพันธ์กับความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมากที่ลดลง 29%
10 จังหวัดค่าเช่าบ้านถูกในไทย เริ่มต้นประมาณ 2,500 บาทต่อเดือน
เหรียญ 10 มูลค่า 1 ล้านบาท
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
19 สิ่งที่คนวัย 30 อยากบอกคนที่อายุน้อยกว่า
จีนปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ โละ 12,000 สาขาวิชา เหตุล้าสมัย
หญิงวัย 82 ติดในอ่างอาบน้ำนาน 9 วัน ใช้เท้าเปิดก๊อกประทังชีวิต
อย่าวางเราเตอร์ผิดที่ ตำแหน่งติดตั้งอาจทำให้ Wi-Fi ช้ากว่าที่ควร
แปรงฟันก่อนนอนแล้ว ทำไมตื่นเช้ายังต้องแปรงอีกครั้ง
ราคาตั๋วเข้าชมฟุตบอลโลกที่แพงที่สุด
สาวจีนเปิดห้องน้ำสาธารณะ พบจิ้งจกหลายสิบตัวเกาะเต็มเพดาน
กินผลไม้สดกับดื่มน้ำผลไม้ แบบไหนให้ประโยชน์มากกว่ากัน
จีนปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ โละ 12,000 สาขาวิชา เหตุล้าสมัย
ผมร่วงก่อนวัย 30 อาจสัมพันธ์กับความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมากที่ลดลง 29%



