หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เจาะลึกสาเหตุที่แท้จริงว่าทำไมทานอาหารรสเผ็ดแล้วน้ำมูกไหล

เขียนโดย TEN OUT OF TEN

หลายคนที่ชื่นชอบการทานอาหารรสจัดมักจะคุ้นเคยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ เมื่อไหร่ก็ตามที่ตักอาหารเผ็ดร้อนเข้าปากเพียงไม่กี่คำ อาการน้ำมูกไหลหรือเหงื่อซึมตามใบหน้าก็จะตามมาทันที

สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือความผิดปกติของร่างกายแต่อย่างใด แต่เป็นกลไกทางธรรมชาติที่ตอบสนองต่อสารประกอบบางอย่างที่อยู่ในพริก ซึ่งกลไกนี้มีความน่าสนใจและช่วยให้เราเข้าใจการทำงานของระบบในร่างกายได้มากขึ้น

สารสำคัญที่เป็นตัวการหลักคือสารแคปไซซิน ซึ่งเป็นสารที่ให้ความเผ็ดร้อนในพริกนั่นเอง เมื่อเราทานอาหารที่มีพริก สารตัวนี้จะเข้าไปกระตุ้นตัวรับความรู้สึกที่เรียกว่า TRPV1

ซึ่งกระจายอยู่ทั่วร่างกายรวมถึงในช่องปากและจมูก ตัวรับความรู้สึกเหล่านี้มีหน้าที่หลักในการแจ้งเตือนสมองเกี่ยวกับอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นเมื่อสารแคปไซซินเข้าไปจับกับตัวรับเหล่านี้

สมองจะเข้าใจผิดว่าร่างกายกำลังสัมผัสกับความร้อนสูงเกินไป แทนที่จะรับรู้ว่าเป็นเพียงรสชาติเผ็ดเพียงอย่างเดียว เมื่อสมองได้รับสัญญาณผิดพลาดเช่นนั้น

ร่างกายจึงต้องรีบหาทางระบายความร้อนเพื่อรักษาอุณหภูมิภายในให้อยู่ในสภาวะสมดุล การตอบสนองที่เกิดขึ้นคือระบบประสาทอัตโนมัติจะสั่งการให้ต่อมต่างๆ ทำงานหนักขึ้น โดยเฉพาะต่อมเหงื่อที่หนังศีรษะและใบหน้า

และต่อมน้ำมูกภายในโพรงจมูก เพื่อหวังจะใช้ความชื้นเหล่านั้นมาช่วยแลกเปลี่ยนความร้อนและลดอุณหภูมิลงให้เร็วที่สุด

การที่น้ำมูกไหลออกมาหลังจากทานเผ็ดจึงเป็นเสมือนระบบปรับอากาศฉุกเฉินที่ร่างกายเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติ เพื่อขับความร้อนที่คิดว่ากำลังคุกคามเยื่อบุทางเดินหายใจออกไป นอกจากเรื่องของการปรับอุณหภูมิแล้ว

สารแคปไซซินยังส่งผลโดยตรงต่อการกระตุ้นให้เส้นเลือดในโพรงจมูกขยายตัวมากขึ้น การขยายตัวของเส้นเลือดจะทำให้เกิดเลือดมาเลี้ยงบริเวณนั้นมากขึ้น

ซึ่งตามมาด้วยการสร้างน้ำมูกที่เหลวและใสขึ้นกว่าปกติเพื่อล้างสิ่งที่ร่างกายเข้าใจว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมหรือความร้อนสะสมออกไป ยิ่งอาหารมีความเผ็ดมากเท่าไหร่ การกระตุ้นระบบประสาทส่วนนี้ก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่บางคนถึงกับมีน้ำมูกไหลเป็นทางหรือเหงื่อท่วมตัวเวลาทานอาหารรสจัด สิ่งที่น่าทึ่งคือร่างกายมนุษย์มีความฉลาดและรวดเร็วในการส่งสัญญาณเหล่านี้มาก ไม่ว่าจะเป็นมื้อเล็กหรือมื้อใหญ่

หากมีส่วนประกอบของพริกเข้มข้น ร่างกายก็จะพร้อมตอบสนองในลักษณะเดียวกันเสมอ เป็นเรื่องที่น่าสนใจว่าแม้จะเป็นเพียงความรู้สึกที่เกิดจากรสสัมผัส

แต่ร่างกายกลับตอบสนองอย่างจริงจังเสมือนเผชิญกับสถานการณ์อุณหภูมิสูงจริงๆ อาการน้ำมูกไหลจากการทานเผ็ดจึงเป็นเครื่องยืนยันอย่างดีถึงความไวของระบบเซนเซอร์ในร่างกายของเรา ที่พร้อมจะปกป้องเราจากสิ่งเร้าต่างๆ

อยู่เสมอ แหล่งข้อมูลอ้างอิง https://www.scientificamerican.com/article/why-do-chilies-make-you-runny-nose/

เนื้อหาโดย: TEN OUT OF TEN
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
TEN OUT OF TEN's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 42 ครั้ง
เขียนโดย TEN OUT OF TEN
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจนรู้หรือไม่? เมืองไทยมีถนนสวยราวกับภาพวาด 10 เส้นทางนี้ต้องไปให้ได้สักครั้งทำไมประเทศนี้จึงเขียน Laos แต่ออกเสียง ลาวGPT ลองวิเคราะห์เลขงวด 16 ต.ค. 69 คัด 3 ตัวหน้า–3 ตัวท้าย จากตัวเลขที่น่าจับตา7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!จังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุดฝุ่น PM2.5 ทำให้ความจำพร่าได้แค่ไหนกล่องสุ่มทำให้เราอยากเปิดต่อไปอีกเรื่อยๆเรื่องจริงใกล้ตัว! ทำไมเราถึงจำฝันแม่นตอนตื่นนอนใหม่ๆ แต่พอสายกลับลืมสนิท?ทำไมเงินไทยถึงเรียกว่า “บาท” ทั้งที่หลายประเทศใช้คำว่า ดอลลาร์ ปอนด์ หรือเยน?เปิด 5 จังหวัดที่มีทุเรียนราคาสูงที่สุดในไทย จังหวัดไหนครองตลาดพรีเมียมจังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียว
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุดอำเภอที่มีคนอยู่น้อยกว่า 5000 คน เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สุขภาพ
งานวิจัย AMPK ยืดอายุสัตว์ทดลองได้ไกลแค่ไหนEchoNext ช่วยคัดกรองโรคโครงสร้างหัวใจจาก ECG อย่างไรเบคอนนิ่มเกี่ยวข้องกับพยาธิในสมองได้อย่างไรทำไมมนุษย์ยังมีอวัยวะที่ดูเหมือนไม่จำเป็นหลงเหลืออยู่ในร่างกาย ?
ตั้งกระทู้ใหม่