หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ไทยไม่เคยเป็นอาณานิคม เบื้องหลังชั้นเชิงการทูตที่โลกต้องจำ

เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมประเทศไทยถึงเป็นประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ไม่เคยตกเป็นอาณานิคมของชาติตะวันตกเลย ทั้งๆ ที่ประเทศเพื่อนบ้านโดยรอบต่างก็ถูกยึดครองไปเกือบทั้งหมด หากมองเผินๆ

อาจคิดว่าเป็นเพราะเรามีกำลังทหารที่เข้มแข็งหรือไม่ แต่ความจริงแล้วเบื้องหลังความสำเร็จอันน่าทึ่งนี้ไม่ได้อยู่ที่แสนยานุภาพทางทหารที่เหนือกว่าชาติใดๆ เลยครับ หากแต่อยู่ที่ “ชั้นเชิงทางการทูต”

อันแยบยลของพระมหากษัตริย์และผู้นำของสยามในอดีตต่างหาก

เราต้องย้อนกลับไปทำความเข้าใจบริบททางประวัติศาสตร์ในช่วงศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นยุคที่ชาติมหาอำนาจยุโรปกำลังแข่งขันกันแผ่ขยายอิทธิพลและยึดครองดินแดนต่างๆ ทั่วโลก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งอุดมไปด้วยทรัพยากรและเป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญ ในเวลานั้น อังกฤษได้เข้ายึดครองพม่าและมลายูจนกลายเป็นอาณานิคมขนาดใหญ่ ในขณะที่ฝรั่งเศสก็รุกคืบเข้ามาควบคุมเวียดนาม

กัมพูชา และลาว บีบให้สยามประเทศอยู่ตรงกลางราวกับถูกหนีบด้วยคีมยักษ์จากสองมหาอำนาจยักษ์ใหญ่

ท่ามกลางสถานการณ์ที่อ่อนไหวและเต็มไปด้วยภัยคุกคาม ผู้นำของสยามในยุคนั้น โดยเฉพาะพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ได้ทรงแสดงพระปรีชาสามารถอันล้ำลึกในการอ่านสถานการณ์โลกและใช้กลยุทธ์ “ถ่วงดุลอำนาจ” ระหว่างอังกฤษและฝรั่งเศสได้อย่างชาญฉลาด พระองค์ทรงตระหนักดีว่าหากสยามเอนเอียงไปทางใดทางหนึ่ง

อีกฝ่ายหนึ่งจะต้องไม่พอใจและอาจบุกเข้ายึดครองทันที ดังนั้น แนวทางที่เลือกใช้คือการวางตัวเป็น “รัฐกันชน” (Buffer State) ซึ่งหมายถึงการเป็นพื้นที่กลางที่ทั้งสองมหาอำนาจต่างตกลงจะปล่อยไว้เป็นเอกราช

เพื่อไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้เปรียบหรือมีพรมแดนประชิดติดกับอาณานิคมของอีกฝ่ายมากเกินไป ซึ่งอาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่ใหญ่กว่าได้

แน่นอนว่าการคงสถานะรัฐกันชนนี้ไม่ได้มาโดยง่ายและต้องแลกมาด้วยการเสียสละอันใหญ่หลวง สยามจำเป็นต้องยอมสละดินแดนบางส่วนที่เคยเป็นของตนให้กับมหาอำนาจทั้งสอง

ไม่ว่าจะเป็นดินแดนทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงที่ปัจจุบันคือประเทศลาวและกัมพูชาบางส่วนให้แก่ฝรั่งเศส หรือรัฐทางตอนเหนือของคาบสมุทรมาลายูที่ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของมาเลเซียให้แก่อังกฤษ

การยอมสละดินแดนเหล่านี้แม้จะเป็นเรื่องที่น่าเจ็บปวดและสูญเสีย แต่ก็เป็นการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ที่เฉียบคม เพื่อให้มหาอำนาจเหล่านั้นพอใจและยอมรับขอบเขตอำนาจของตน

โดยแลกกับการรักษาความเป็นเอกราชของส่วนกลางของประเทศไว้ นี่คือการแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่น การมองการณ์ไกล และความสามารถในการประนีประนอม เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยตรงกับพลังอำนาจที่เหนือกว่าอย่างเทียบไม่ติด

ด้วยการใช้ชั้นเชิงทางการทูตที่ละเอียดอ่อนและซับซ้อนนี้เอง สยามจึงสามารถรอดพ้นจากการถูกยึดครอง และคงสถานะเป็นรัฐเอกราชเพียงหนึ่งเดียวในภูมิภาคได้สำเร็จ นี่ไม่ใช่เรื่องของโชคช่วย

แต่เป็นผลผลิตของพระปรีชาสามารถของผู้นำในอดีตที่พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส สร้างรากฐานความมั่นคงให้กับประเทศชาติมาจนถึงทุกวันนี้ บทเรียนจากการทูตในยุคสมัยนั้นยังคงเป็นสิ่งที่เราสามารถเรียนรู้และนำมาพิจารณาได้

เพื่อให้เห็นถึงคุณค่าของการอยู่รอดทางประวัติศาสตร์ของประเทศเราครับ

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เรื่องดีดีมีทุกวัน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 8 ครั้ง
เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิด 5 นักแสดงเอวีญี่ปุ่นที่ถูกพูดถึงในปี 2025 ใครโดดเด่นที่สุด?ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้จังหวัดที่คนดวงดีที่สุด มีคนถูกหวยรางวัลใหญ่มากที่สุด4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด10 นามสกุลที่พบเห็นบ่อยในไทย มีทั้งแซ่จีนและนามสกุลไทยวิธีรับมือเมื่อพ่อแม่แฟนมาขอยืมเงินอย่างไรให้ถนอมความสัมพันธ์เข็มทิศรู้ทิศเหนือได้อย่างไร10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุดผงซักฟอกดึงคราบสกปรกออกจากผ้าได้อย่างไร7 ชื่อที่คนไทยใช้เยอะที่สุดทำความรู้จักโรคไข้เลือดออกและวิธีรับมืออย่างถูกต้องเพื่อความปลอดภัย108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดที่ผู้หญิงสวยที่สุด มีสเน่ห์และเอกลักษณ์ที่โดดเด่นมากที่สุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เปิดเผยชื่อจริงของคนไทยที่ถูกตั้งมากที่สุดในแต่ละยุคสมัยเปิดความลับโครงสร้างภายในภูเขาไฟที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนโลกทำไมมนุษย์ถึงเลือกเลี้ยงสุนัขทั้งที่อาจมองว่าเป็นสัตว์อันตรายได้เหมือนสัตว์ป่าทำไมชื่อไทยถึงกลายเป็นเรื่องชวนงงเมื่อชาวต่างชาติต้องอ่านออกเสียง
ตั้งกระทู้ใหม่