6 พฤติกรรมการเงินหลังเรียนจบ ที่อาจกำหนดฐานะคุณในอีก 10 ปี
ช่วงเวลาหลังเรียนจบและเริ่มทำงานปีแรก คือหนึ่งในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของการวางรากฐานชีวิต เพราะพฤติกรรมการใช้เงินและการจัดการรายได้ก้อนแรก มักส่งผลต่อเนื่องไปอีกหลายปี
หากเริ่มต้นด้วยพฤติกรรมทางการเงินที่เหมาะสม โอกาสสร้างเงินเก็บ มีสินทรัพย์ และขยับเข้าใกล้เป้าหมายในอีก 10 ปีข้างหน้าก็อาจง่ายขึ้น แต่หากติดกับดักความสบายชั่วคราว ใช้เงินเกินตัว หรือปล่อยให้หนี้สะสม ชีวิตก็อาจวนอยู่กับภาวะเงินเดือนชนเดือนได้นานกว่าที่คิด
ต่อไปนี้คือ 6 พฤติกรรมการเงินที่คนเพิ่งเรียนจบควรสังเกต เพราะสิ่งเล็ก ๆ ที่ทำซ้ำทุกเดือน อาจกลายเป็นผลลัพธ์ก้อนใหญ่ในอนาคต
อันดับ 1 การให้รางวัลตัวเองจนเกินงาม หรือ Lifestyle Inflation
พฤติกรรมยอดฮิตของเด็กจบใหม่ คือการนำเงินเดือนก้อนแรก ๆ ไปซื้อของที่เคยอยากได้ เช่น เสื้อผ้าแบรนด์เนม โทรศัพท์รุ่นใหม่ หรือกินหรูอยู่สบาย เพื่อชดเชยช่วงเวลาที่ต้องเรียนหนักและยังไม่มีรายได้เป็นของตัวเอง
การให้รางวัลตัวเองไม่ใช่เรื่องผิด แต่ปัญหาอาจเกิดขึ้นเมื่อระดับการใช้ชีวิตสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามรายได้ โดยไม่มีการควบคุม เช่น เงินเดือนเพิ่มก็เพิ่มค่าเช่าห้อง เปลี่ยนรถใหม่ หรือเพิ่มค่าใช้จ่ายประจำทันที
สุดท้ายอาจกลายเป็นคนที่มีรายได้สูงขึ้น แต่ไม่มีเงินเหลือเก็บและไม่มีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นตามรายได้
ทางที่ดีควรกำหนดงบสำหรับความสุขไว้เป็นสัดส่วน และแบ่งเงินออมหรือเงินลงทุนก่อนเริ่มใช้จ่าย ไม่ใช่รอให้เหลือแล้วจึงค่อยเก็บ
อันดับ 2 การก่อหนี้บริโภคตั้งแต่เริ่มทำงาน
การเปิดบัตรเครดิตใบแรก หรือสมัครบริการผ่อนชำระสินค้า ทำได้ง่ายมากในปัจจุบัน แต่พฤติกรรมที่ควรระวังคือ การนำเงินในอนาคตไปซื้อสิ่งของที่ไม่จำเป็นและเสื่อมค่าอย่างรวดเร็ว
ตัวอย่างเช่น การผ่อนโทรศัพท์ราคาเกินกำลัง ผ่อนทริปท่องเที่ยว หรือกู้ซื้อรถยนต์คันแรกที่มีภาระสูงเมื่อเทียบกับรายได้
แม้ยอดผ่อนรายเดือนอาจดูไม่มาก แต่เมื่อมีหลายรายการพร้อมกัน เงินเดือนส่วนหนึ่งจะถูกล็อกไว้ล่วงหน้า ทำให้เหลือเงินสำหรับออม ลงทุน หรือรับมือเหตุฉุกเฉินน้อยลง
ก่อนตัดสินใจผ่อน ควรถามตัวเองว่า ของชิ้นนั้นจำเป็นจริงหรือไม่ หากรายได้หยุดลงชั่วคราวยังสามารถผ่อนต่อได้หรือไม่ และยอดผ่อนทั้งหมดกำลังกระทบค่าใช้จ่ายจำเป็นหรือเปล่า
อันดับ 3 การละเลยเงินสำรองฉุกเฉิน
คนวัยเริ่มทำงานจำนวนไม่น้อยมองข้ามเงินก้อนนี้ เพราะรู้สึกว่ายังไม่มีภาระหรือความเสี่ยงมากนัก แต่เหตุไม่คาดฝันสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการตกงานกะทันหัน อุบัติเหตุ ปัญหาสุขภาพ หรือค่าใช้จ่ายเร่งด่วนในครอบครัว
การไม่มีเงินสำรองอาจทำให้ต้องใช้บัตรเครดิต กู้เงิน หรือยืมคนรอบตัวทันทีเมื่อเกิดปัญหา ซึ่งอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของวงจรหนี้
เป้าหมายที่มักใช้เป็นแนวทาง คือการมีเงินสำรองประมาณ 3–6 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือน แต่ไม่จำเป็นต้องเก็บให้ครบในครั้งเดียว
อาจเริ่มจากเงินก้อนเล็ก เช่น ค่าใช้จ่าย 1 เดือนก่อน แล้วค่อยเพิ่มอย่างสม่ำเสมอ โดยควรแยกเงินส่วนนี้ออกจากบัญชีที่ใช้จ่ายประจำ เพื่อไม่ให้เผลอนำไปใช้กับเรื่องทั่วไป
อันดับ 4 การคิดว่า “การลงทุน” เป็นเรื่องของอนาคต
เด็กจบใหม่มักคิดว่าตัวเองยังมีรายได้น้อย จึงรอให้เงินเดือนสูงกว่านี้ก่อนค่อยเริ่มลงทุน แต่สิ่งที่วัยเริ่มทำงานมีมากกว่าคนที่เริ่มช้าคือ “เวลา”
การเริ่มลงทุนตั้งแต่อายุยังน้อย แม้เป็นเงินหลักร้อยหรือหลักพัน อาจช่วยสร้างวินัยและเปิดโอกาสให้เงินเติบโตจากผลตอบแทนที่สะสมต่อเนื่องในระยะยาว
การเลื่อนเวลาออกไป 5–10 ปี อาจทำให้ต้องใช้เงินลงทุนต่อเดือนมากขึ้นเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ก่อนลงทุนควรทำความเข้าใจความเสี่ยงของสินทรัพย์แต่ละประเภท ไม่ควรลงทุนเพราะตามกระแส และไม่ควรนำเงินฉุกเฉินหรือเงินที่จำเป็นต้องใช้ในระยะสั้นไปเสี่ยง
สำหรับคนเพิ่งเริ่ม สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่การรีบหาผลตอบแทนสูงที่สุด แต่คือการเริ่มเรียนรู้ วางเป้าหมาย และลงทุนในระดับที่รับความผันผวนได้
อันดับ 5 การขาดการวางแผนและบันทึกทางการเงิน
การใช้เงินแบบไร้ทิศทาง จ่ายไปเรื่อย ๆ ตราบใดที่เงินในบัญชียังไม่หมด เป็นสัญญาณที่ควรระวัง
หากไม่บันทึกรายรับรายจ่าย หรือไม่มีเป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจน อาจไม่รู้เลยว่าเงินรั่วไหลไปกับเรื่องใดบ้าง บางคนไม่ได้ใช้เงินก้อนใหญ่ แต่เสียเงินวันละเล็กละน้อยจนรวมเป็นจำนวนมากในแต่ละเดือน
การทำบัญชีไม่จำเป็นต้องซับซ้อน อาจเริ่มจากแบ่งค่าใช้จ่ายออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ค่าใช้จ่ายจำเป็น ค่าใช้จ่ายเพื่อความสุข และเงินออมหรือเงินลงทุน
เมื่อเห็นภาพรวมชัดขึ้น จะตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าควรลดรายจ่ายตรงไหน และควรจัดสรรเงินเพิ่มให้เป้าหมายใด
เป้าหมายทางการเงินก็ควรมีตัวเลขและระยะเวลาคร่าว ๆ เช่น เก็บเงินฉุกเฉินให้ได้ 50,000 บาทภายใน 1 ปี หรือเก็บเงินดาวน์ที่อยู่อาศัยภายใน 5 ปี เพราะเป้าหมายที่ชัดมักช่วยให้การเก็บเงินมีทิศทางมากขึ้น
อันดับ 6 การไม่ลงทุนในการพัฒนาตัวเอง
ทักษะที่เรียนจบมาอาจไม่เพียงพอกับโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หากหยุดเรียนรู้และใช้เวลาว่างกับความบันเทิงเพียงอย่างเดียว ความสามารถในการเพิ่มรายได้ก็อาจหยุดตามไปด้วย
การแบ่งเงินและเวลาส่วนหนึ่งไปเรียนทักษะเพิ่มเติม ซื้อหนังสือ ฝึกภาษา หรือเรียนรู้เครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับงาน อาจช่วยเพิ่มมูลค่าให้ตัวเอง และเพิ่มโอกาสในการขยับเงินเดือน เปลี่ยนงาน หรือสร้างรายได้เสริมในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องซื้อคอร์สราคาแพงทุกครั้ง ควรเลือกทักษะที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายการทำงาน และประเมินว่าความรู้ที่ได้สามารถนำไปใช้จริงหรือสร้างโอกาสเพิ่มรายได้ได้หรือไม่
บางครั้งการฝึกจากงานจริง การทำโปรเจกต์ส่วนตัว หรือเรียนจากแหล่งความรู้ที่เข้าถึงได้ ก็อาจมีคุณค่าไม่ต่างจากการเรียนหลักสูตรราคาแพง
เช็กลิสต์สั้น ๆ สำหรับคนเพิ่งเริ่มทำงาน
ลองถามตัวเองว่า ทุกเดือนคุณมีพฤติกรรมเหล่านี้หรือยัง
-
มีเงินเหลือเก็บก่อนถึงวันเงินเดือนออกหรือไม่
-
ยอดผ่อนทั้งหมดกำลังกระทบค่าใช้จ่ายจำเป็นหรือเปล่า
-
มีเงินสำรองสำหรับเหตุฉุกเฉินแล้วหรือยัง
-
เริ่มเรียนรู้เรื่องการออมหรือการลงทุนบ้างหรือไม่
-
รู้หรือไม่ว่าแต่ละเดือนเงินหมดไปกับอะไร
-
มีงบหรือเวลาสำหรับพัฒนาทักษะเพิ่มรายได้หรือยัง
อนาคตทางการเงินไม่ได้ถูกตัดสินจากเงินเดือนก้อนแรกเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่ทำซ้ำทุกเดือน
คนที่มีรายได้ไม่สูงมาก แต่ออมสม่ำเสมอ ควบคุมหนี้ และพัฒนาความสามารถของตัวเองอย่างต่อเนื่อง อาจสร้างความมั่นคงได้ดีกว่าคนที่รายได้สูงแต่ใช้หมดทุกเดือน
ช่วง 10 ปีหลังเรียนจบจึงไม่ได้เป็นเพียงช่วงสร้างประสบการณ์ทำงาน แต่ยังเป็นช่วงสำคัญของการสร้างวินัยทางการเงิน ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตไปอีกหลายสิบปี
จัดอันดับ 5 ประเภทประกัน แบบไหนจำเป็น แบบไหนควรคิดให้รอบคอบก่อนซื้อ
เพิ่งรู้! จุดดำรอบกระจกรถ มีไว้ทำอะไร?
ร้านเล็กมีลูกจ้างแค่คนเดียว ต้องขึ้นประกันสังคมหรือไม่? นายจ้างควรรู้ก่อนเกิดปัญหาย้อนหลัง
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด
ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้
วิเคราะห์เลขเบิ้ลย้อนหลัง 20 ปี เลขซ้ำคู่ไหนเคยออกแล้ว และคู่ไหนยังไร้สถิติ
เบื้องหลังคอนเสิร์ตหนึ่งงาน ต้องใช้เงินกี่ล้าน? เปิดงบตั้งแต่งานเล็กถึงเวทีใหญ่
เขาวงกตหินกลางทะเลขาว เส้นทางโบราณที่ยังไม่มีใครรู้ว่าสร้างขึ้นเพื่ออะไร
สื่อกัมพูชาอ้าง ฝรั่งเศสพร้อมให้เอกสารประวัติศาสตร์ ช่วยคลี่คลายข้อพิพาทชายแดนไทย–กัมพูชา
ปลาปิรันยาแดง นักล่าฟันคมแห่งแอมะซอน ที่ไม่ได้กระหายเลือดอย่างในภาพยนตร์
ยุงกัดเหมือนกัน ทำไมบางจุดถึงบวมและคันมากกว่าจุดอื่น?
Why Automatic Pet Feeders Can Fail When Pets Need Them Most
ยุงกัดเหมือนกัน ทำไมบางจุดถึงบวมและคันมากกว่าจุดอื่น?
5 รายการที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย
จัดอันดับ 5 ประเภทประกัน แบบไหนจำเป็น แบบไหนควรคิดให้รอบคอบก่อนซื้อ
7 วิธีลดค่าอาหารในเมือง ช่วยเหลือเงินปลายเดือน โดยไม่ต้องกินแบบทรมานตัวเอง
จัดอันดับ 5 สินทรัพย์เสื่อมค่าเร็ว ยิ่งผ่อนนานยิ่งเสี่ยงจ่ายแพงเกินมูลค่า
6 วิธีกดดันตัวเองให้ประหยัดเงิน แบบไม่เสียสุขภาพจิตและไม่เสียสังคม