โรคจิตเภทกับหลายบุคลิกต่างกันอย่างไร
หลายครั้งเวลาเห็นข่าวหรือเรื่องเล่าเกี่ยวกับคนที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิต จะมีคำสองคำที่ถูกพูดถึงบ่อยมาก คือ โรคจิตเภท และโรคหลายบุคลิก หลายคนอาจเคยได้ยินแล้วรู้สึกว่าสองโรคนี้น่าจะเกี่ยวกับการมีหลายตัวตนหรือการเปลี่ยนพฤติกรรมของคนคนหนึ่ง จนบางครั้งนำสองเรื่องนี้มารวมกันโดยไม่ตั้งใจ
เรื่องนี้เป็นความสับสนที่เกิดขึ้นมานาน เพราะคำว่า "จิตเภท" ในภาษาไทยอาจทำให้บางคนเข้าใจผิดว่าเกี่ยวกับการมีหลายบุคลิก ทั้งที่ความจริงแล้วโรคจิตเภทและโรคหลายบุคลิกเป็นภาวะที่แตกต่างกัน มีลักษณะอาการและแนวทางดูแลไม่เหมือนกัน
โรคจิตเภท หรือ Schizophrenia เป็นโรคทางจิตเวชที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้ความจริง ความคิด และการประมวลผลของสมอง ผู้ที่มีโรคนี้บางรายอาจมีอาการได้ยินเสียงที่คนอื่นไม่ได้ยิน เห็นสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง มีความเชื่อบางอย่างที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง หรือมีความคิดและการพูดที่คนรอบข้างเข้าใจได้ยาก อาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่เป็นโรคจิตเภทจะมีอาการเหมือนกัน บางคนสามารถใช้ชีวิต ทำงาน และดูแลตัวเองได้ดีเมื่อได้รับการรักษาที่เหมาะสม
ส่วนโรคหลายบุคลิก หรือ Dissociative Identity Disorder เป็นภาวะที่เกี่ยวข้องกับการแยกตัวของความรู้สึก ความทรงจำ หรือการรับรู้ตัวตน ผู้ที่มีภาวะนี้อาจมีตัวตนหรือบุคลิกที่แตกต่างกันภายในคนเดียวกัน โดยอาจมีช่วงเวลาที่รู้สึกเหมือนขาดหายจากเหตุการณ์บางอย่าง หรือมีความทรงจำบางช่วงที่ไม่ต่อเนื่อง ภาวะนี้มีความเกี่ยวข้องกับประสบการณ์กระทบกระเทือนทางจิตใจในบางราย
สิ่งที่ทำให้คนจำนวนมากสับสน คือภาพจำจากภาพยนตร์หรือสื่อบันเทิงที่มักนำเสนอคนที่มีหลายบุคลิกแบบชัดเจน เช่น เปลี่ยนน้ำเสียง เปลี่ยนท่าทาง หรือเหมือนเป็นคนละคนทันที ภาพเหล่านี้อาจทำให้หลายคนเข้าใจว่าความผิดปกติทางจิตทุกแบบที่เกี่ยวกับพฤติกรรมเปลี่ยนไปนั้นเป็นโรคเดียวกัน
อีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด คือคำว่า "จิตเภท" ในภาษาไทยฟังดูคล้ายกับการแบ่งแยกหรือแตกออกเป็นหลายส่วน จึงมีคนเชื่อมโยงกับคำว่าหลายบุคลิก แต่ชื่อโรคไม่ได้หมายถึงการมีหลายตัวตน ความหมายของโรคจิตเภทเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของกระบวนการคิด การรับรู้ และการตีความสิ่งรอบตัวมากกว่า
บางคนอาจมองว่าทั้งสองโรคมีจุดคล้ายกัน เพราะผู้ที่มีภาวะเหล่านี้อาจแสดงพฤติกรรมที่คนทั่วไปไม่คุ้นเคย หรืออาจมีช่วงที่คนรอบข้างรู้สึกว่าเข้าใจได้ยาก ความคล้ายตรงนี้ทำให้การพูดคุยเรื่องสุขภาพจิตต้องระวังไม่ติดป้ายให้ใครจากพฤติกรรมเพียงไม่กี่อย่าง
อีกฝ่ายหนึ่งอาจมองว่าการแยกความแตกต่างให้ชัดเป็นเรื่องจำเป็น เพราะความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนอาจทำให้ผู้ที่มีปัญหาไม่ได้รับความช่วยเหลือที่ตรงกับสิ่งที่กำลังเจอ บางคนที่มีอาการทางจิตอาจถูกมองด้วยความกลัว ทั้งที่จริงแล้วหลายคนยังมีความสามารถในการเรียน ทำงาน และมีความสัมพันธ์กับคนรอบตัวได้
การพูดถึงโรคจิตเภทและโรคหลายบุคลิกจึงไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อแบ่งว่าโรคไหนรุนแรงกว่าหรือใครมีความผิดปกติมากกว่า แต่เป็นการทำความเข้าใจว่าคำเรียกแต่ละคำมีความหมายเฉพาะของตัวเอง การใช้คำอย่างถูกต้องช่วยลดความเข้าใจผิดและทำให้คนที่กำลังเจอปัญหาได้รับการมองด้วยความเข้าใจมากขึ้น
หลายคนอาจเคยมีความเข้าใจเรื่องสองโรคนี้จากหนัง ข่าว หรือคำบอกเล่ารอบตัว แล้วค่อยมาเปลี่ยนความคิดเมื่อได้อ่านข้อมูลเพิ่มเติม มุมมองของแต่ละคนต่อเรื่องสุขภาพจิตก็อาจแตกต่างกันไป การแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้กันอย่างระมัดระวังอาจช่วยให้สังคมเข้าใจเรื่องเหล่านี้มากขึ้น
ชนเผ่าต่างๆ ที่อาศัยในประเทศไทย และหลายๆคนยังไม่รู้จัก
5 อันดับสิ่งที่ควรซื้อเป็น "มือสอง" เท่านั้น ประหยัดเงินได้มากกว่าครึ่งและคุ้มค่าที่สุด
ทำไมคืนมีเมฆบางครั้งสว่างกว่าฟ้าใส
หมู่บ้านที่แปลกที่สุดในโลก! ถนนเส้นเดียวทอดยาวกว่า 9 กิโลเมตร
10 พิธีกรรายการโทรทัศน์ไทยที่มีค่าตัวสูงที่สุด
มนุษย์ถ้ำในอดีต วันหนึ่งทำอะไรกันบ้าง เมื่อยังไม่มีเทคโนโลยี?
จ่ายเงินซื้อคะแนนแล้วสอบติด สุดท้ายอาจเสียทั้งเงินทั้งตำแหน่ง
เห็ดไม่ได้เป็นพืช ไม่ใช่ผัก (ในทางวิทยาศาสตร์)
ทำไมหม้อสเตนเลสมีคราบสีรุ้งหลังใช้ไปสักพัก
เจาะเลข "ท้าวเวสสุวรรณ" และคัมภีร์ดวงดาวราชาโชคกึ่งกลางปี งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
10 รถจักรยานยนต์ยอดนิยมยุค 90 ที่คนไทยยังจำได้
ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้
8 คุณพ่อในภาพยนตร์ที่น่าจดจำ...
ผัดเห็ดรวมมิตร 5 นาทีเสร็จ! เมนูช่วยชีวิตตอนเป็นหวัด ทำง่ายแถมอร่อยมาก
ทำไมคนฉลาดถึงชอบอยู่คนเดียว? มาดูเหตุผลกัน
10 อันดับประเทศที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมากที่สุดในเอเชีย
ชนเผ่าต่างๆ ที่อาศัยในประเทศไทย และหลายๆคนยังไม่รู้จัก
แฮชแท็กดังไม่ได้แปลว่าทุกคนรู้จัก



