หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

10 จังหวัดที่มีเศรษฐกิจต่อหัวสูงที่สุด

เขียนโดย กฤติน พันธ์ดี

จังหวัดที่มีโรงงานขนาดใหญ่กับจังหวัดท่องเที่ยวระดับโลก แบบไหนสร้างมูลค่าเศรษฐกิจต่อคนได้มากกว่ากัน? ข้อมูลล่าสุดให้คำตอบที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจังหวัดอุตสาหกรรมภาคตะวันออกแล้ว ภูเก็ตและพังงายังขยับขึ้นมาติดกลุ่มหัวแถวด้วย

การจัดอันดับครั้งนี้อ้างอิงผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดต่อคน หรือ GPP per capita ปี 2567 จากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งเป็นข้อมูลทางการล่าสุดที่เผยแพร่ในช่วงที่ตรวจสอบเดือนกรกฎาคม 2569

อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจก่อนว่า GPP ต่อหัวไม่ใช่เงินเดือนเฉลี่ย และไม่ใช่จำนวนเงินที่ประชาชนแต่ละคนได้รับจริง แต่เป็นมูลค่าสินค้าและบริการทั้งหมดที่ผลิตขึ้นในจังหวัด หารด้วยจำนวนประชากรในพื้นที่ ตัวเลขจึงสะท้อน “ศักยภาพการผลิตของเศรษฐกิจ” มากกว่าความมั่งคั่งในกระเป๋าของคนทุกคน

รายชื่อต่อไปนี้นับเฉพาะ 76 จังหวัด จึงไม่รวมกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ หากนำกรุงเทพฯ ซึ่งมี GPP ต่อหัว 697,529 บาทต่อปีมารวมด้วย จะอยู่ในอันดับ 2 รองจากระยอง

1. ระยอง — 956,135 บาทต่อคนต่อปี

ระยองยังครองอันดับหนึ่งของประเทศอย่างชัดเจน โดยมี GPP ต่อหัวสูงกว่าจังหวัดอันดับสองมากกว่า 350,000 บาทต่อปี

แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากอุตสาหกรรมมูลค่าสูง ไม่ว่าจะเป็นการกลั่นปิโตรเลียม ปิโตรเคมี เคมีภัณฑ์ ยางและพลาสติก รวมถึงกิจกรรมเกี่ยวกับน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ พื้นที่มาบตาพุดและโครงสร้างพื้นฐานในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกยังทำให้ระยองเป็นหนึ่งในฐานการผลิตที่สำคัญที่สุดของไทย

แต่ตัวเลขเกือบหนึ่งล้านบาทไม่ได้หมายความว่าชาวระยองทุกคนมีรายได้เดือนละเกือบ 80,000 บาท เพราะมูลค่าจำนวนมากเกิดจากบริษัท โรงงาน เครื่องจักร และเงินลงทุนขนาดใหญ่ ไม่ได้กระจายเป็นค่าจ้างในสัดส่วนเดียวกันทั้งหมด

2. ชลบุรี — 601,977 บาทต่อคนต่อปี

ชลบุรีมีจุดแข็งที่หลากหลายกว่าการเป็นจังหวัดท่องเที่ยว เพราะนอกจากพัทยาและธุรกิจบริการแล้ว จังหวัดยังเป็นฐานอุตสาหกรรม ยานยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ท่าเรือ และโลจิสติกส์ขนาดใหญ่

ท่าเรือแหลมฉบังและนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งเชื่อมกิจกรรมการผลิตเข้ากับการส่งออก ขณะที่การท่องเที่ยวช่วยสร้างรายได้ให้โรงแรม ร้านอาหาร การค้า การเดินทาง และอสังหาริมทรัพย์

ลักษณะพิเศษของชลบุรีจึงอยู่ที่การมีเครื่องยนต์เศรษฐกิจมากกว่าหนึ่งตัว หากอุตสาหกรรมบางประเภทชะลอลง ภาคท่องเที่ยวและบริการยังช่วยพยุงกิจกรรมในพื้นที่ได้อีกทางหนึ่ง

3. ฉะเชิงเทรา — 457,059 บาทต่อคนต่อปี

ฉะเชิงเทราอาจมีภาพจำเป็นจังหวัดเกษตรกรรมและเมืองใกล้กรุงเทพฯ แต่โครงสร้างเศรษฐกิจจริงมีฐานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ซ่อนอยู่ ทั้งการผลิตยานยนต์ ชิ้นส่วน เครื่องใช้ไฟฟ้า อาหาร และเครื่องดื่ม

ทำเลที่เชื่อมกรุงเทพฯ สมุทรปราการ ชลบุรี และปราจีนบุรี ทำให้จังหวัดเหมาะกับโรงงานและศูนย์กระจายสินค้า ขณะเดียวกันยังมีภาคเกษตรที่สร้างวัตถุดิบให้แก่อุตสาหกรรมอาหารแปรรูป

นี่เป็นตัวอย่างของจังหวัดที่ภาพจำภายนอกอาจไม่ตรงกับโครงสร้างเศรษฐกิจ เพราะพื้นที่เกษตรและชุมชนดั้งเดิมสามารถอยู่ร่วมกับแนวเขตอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ได้ในจังหวัดเดียวกัน

4. ภูเก็ต — 439,652 บาทต่อคนต่อปี

ภูเก็ตเป็นจังหวัดท่องเที่ยวที่มี GPP ต่อหัวสูงที่สุดของไทยในปี 2567 และขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับ 4 ของกลุ่มจังหวัดทั้งหมด

เศรษฐกิจของภูเก็ตได้แรงส่งจากโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง การค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ และบริการที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เมื่อการเดินทางระหว่างประเทศกลับมาเต็มที่ มูลค่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจจึงฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว

ตัวเลขของภูเก็ตยังแสดงให้เห็นว่า จังหวัดไม่จำเป็นต้องมีโรงงานหนักจึงจะสร้าง GPP ต่อหัวได้สูง หากสามารถดึงการใช้จ่ายจากคนนอกพื้นที่เข้ามาหมุนเวียนในภาคบริการได้มากพอ อย่างไรก็ตาม รายได้จากการท่องเที่ยวมีความอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจโลก ค่าเงิน และเหตุการณ์ที่กระทบการเดินทาง

5. พระนครศรีอยุธยา — 438,291 บาทต่อคนต่อปี

แม้อยุธยาจะโดดเด่นในฐานะเมืองมรดกโลก แต่หัวใจสำคัญของเศรษฐกิจจังหวัดกลับอยู่ที่ภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อาหาร และเครื่องดื่ม

ทำเลบนเส้นทางคมนาคมสายเหนือและระยะทางที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ช่วยให้การขนส่งวัตถุดิบ แรงงาน และสินค้าเป็นไปได้สะดวก นิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งจึงกลายเป็นแหล่งสร้างมูลค่าหลักของจังหวัด

อยุธยาจึงมีเศรษฐกิจสองภาพซ้อนกันอยู่ ภาพหนึ่งคือเมืองประวัติศาสตร์และการท่องเที่ยว ส่วนอีกภาพคือฐานการผลิตขนาดใหญ่ซึ่งสร้าง GPP มากกว่าที่นักท่องเที่ยวทั่วไปอาจสังเกตเห็น

6. สมุทรสาคร — 390,952 บาทต่อคนต่อปี

สมุทรสาครมีชื่อเสียงด้านประมงและอาหารทะเล แต่โครงสร้างเศรษฐกิจปัจจุบันพึ่งพาภาคการผลิตอย่างเด่นชัด โดยเฉพาะอาหารแปรรูป ผลิตภัณฑ์พลาสติก โลหะ และสินค้าอุปโภคบริโภค

ข้อมูลปี 2567 ระบุว่าภาคการผลิตของจังหวัดมีมูลค่าประมาณ 287,576 ล้านบาท จาก GPP ทั้งจังหวัด 433,722 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณสองในสาม

จุดแข็งอีกด้านคือทำเลใกล้กรุงเทพฯ มีถนนพระราม 2 เป็นเส้นทางเชื่อมภาคใต้ และมีเครือข่ายโรงงานกับผู้ประกอบการจำนวนมาก สิ่งที่ควรจับตามองคือการเติบโตทางเศรษฐกิจจะเชื่อมโยงกับคุณภาพแรงงาน สภาพแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ได้มากเพียงใด

7. ปราจีนบุรี — 361,645 บาทต่อคนต่อปี

ปราจีนบุรีเป็นอีกจังหวัดที่มีเศรษฐกิจอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แม้ภาพภายนอกจะดูเป็นเมืองเกษตรและประตูสู่อีสานก็ตาม

นิคมอุตสาหกรรมและโรงงานผลิตสินค้าเทคโนโลยี ชิ้นส่วนยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และผลิตภัณฑ์แปรรูปสร้างมูลค่าต่อประชากรได้สูง ขณะที่ทำเลยังเชื่อมโยงกับฐานการผลิตในฉะเชิงเทราและระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก

อย่างไรก็ตาม GPP ต่อหัวของปราจีนบุรีลดลงจาก 388,559 บาทในปี 2566 เหลือ 361,645 บาทในปี 2567 ย้ำให้เห็นว่าจังหวัดที่พึ่งพาการผลิตเพื่อส่งออกอาจได้รับผลกระทบจากวัฏจักรอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจต่างประเทศได้ง่าย

8. พังงา — 332,727 บาทต่อคนต่อปี

พังงาเป็นชื่อที่หลายคนอาจไม่คาดว่าจะติดอันดับสูง แต่จังหวัดมีทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลระดับนานาชาติ โรงแรม และบริการที่เชื่อมโยงกับภูเก็ต

GPP ต่อหัวของพังงาเพิ่มขึ้นจาก 229,213 บาทในปี 2566 เป็น 332,727 บาทในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 100,000 บาทภายในปีเดียว สะท้อนการฟื้นตัวของกิจกรรมท่องเที่ยวและบริการอย่างชัดเจน

ประชากรที่ไม่มากเมื่อเทียบกับมูลค่าการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวก็มีส่วนทำให้ตัวเลขต่อหัวอยู่ในระดับสูง แต่โครงสร้างเช่นนี้ต้องแลกมากับความเสี่ยงจากฤดูกาลท่องเที่ยว ภัยธรรมชาติ และความผันผวนของตลาดต่างประเทศ

9. สระบุรี — 328,345 บาทต่อคนต่อปี

สระบุรีเป็นศูนย์กลางการผลิตวัสดุก่อสร้าง ปูนซีเมนต์ ผลิตภัณฑ์จากแร่อโลหะ และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นจุดเชื่อมการขนส่งระหว่างกรุงเทพฯ ภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

กิจกรรมอุตสาหกรรมที่ใช้เงินลงทุนและเครื่องจักรจำนวนมากช่วยสร้างมูลค่าการผลิตต่อหัวในระดับสูง แม้ประชาชนทั่วไปอาจรู้จักสระบุรีจากฟาร์มปศุสัตว์ แหล่งท่องเที่ยว หรือบทบาทเมืองผ่านมากกว่า

ตัวเลขปี 2567 ลดลงจาก 409,532 บาทในปีก่อนค่อนข้างมาก จึงควรอ่านควบคู่กับความเคลื่อนไหวของอุตสาหกรรม การก่อสร้าง ต้นทุนพลังงาน และการปรับปรุงข้อมูลย้อนหลังของหน่วยงานผู้จัดทำ

10. สมุทรปราการ — 320,203 บาทต่อคนต่อปี

สมุทรปราการเป็นทั้งฐานอุตสาหกรรม เมืองโลจิสติกส์ และพื้นที่รองรับการขยายตัวของกรุงเทพฯ มีโรงงาน คลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า ท่าเรือ และสนามบินสุวรรณภูมิเป็นองค์ประกอบสำคัญ

แม้จังหวัดจะมีมูลค่า GPP รวมสูงเป็นอันดับต้น ๆ แต่จำนวนประชากรและแรงงานในพื้นที่ก็มากเช่นกัน เมื่อนำมาหารกัน ตัวเลขต่อหัวจึงอยู่อันดับ 10 ไม่ได้สูงเท่าระยองซึ่งมีฐานการผลิตมูลค่าสูงและประชากรน้อยกว่า

กรณีของสมุทรปราการช่วยให้เห็นว่า “เศรษฐกิจจังหวัดใหญ่” กับ “เศรษฐกิจต่อหัวสูง” เป็นคนละเรื่อง จังหวัดหนึ่งอาจผลิตมูลค่ารวมมหาศาล แต่เมื่อเฉลี่ยกับประชากรแล้วอันดับอาจเปลี่ยนไปอย่างมาก

เมื่อมองรวมกัน จะเห็นเศรษฐกิจไทยอีกแบบหนึ่ง

จังหวัดในกลุ่มนี้แบ่งออกได้เป็นสองขั้วใหญ่ ขั้วแรกคือฐานอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ เช่น ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา อยุธยา สมุทรสาคร ปราจีนบุรี สระบุรี และสมุทรปราการ ส่วนอีกขั้วคือเมืองท่องเที่ยวที่ดึงกำลังซื้อจากภายนอกได้สูงอย่างภูเก็ตและพังงา

ภาคตะวันออกและจังหวัดรอบกรุงเทพฯ จึงปรากฏในรายชื่อมากเป็นพิเศษ เพราะเป็นพื้นที่สะสมโรงงาน ท่าเรือ ถนน คลังสินค้า เงินลงทุน และเครือข่ายผู้ผลิตมาหลายทศวรรษ ขณะที่จังหวัดท่องเที่ยวทะเลอันดามันกลับมาโดดเด่นเมื่อการเดินทางระหว่างประเทศฟื้นตัว

แต่ GPP ต่อหัวเพียงตัวเลขเดียวไม่สามารถตอบได้ว่าคนในจังหวัดมีเงินเดือนสูง มีหนี้น้อย หรือมีคุณภาพชีวิตดีกว่าจังหวัดอื่นหรือไม่ การวัดความเป็นอยู่จริงควรดูควบคู่กับรายได้ครัวเรือน ค่าจ้าง การกระจายรายได้ ค่าครองชีพ หนี้สิน และจำนวนคนที่ได้รับประโยชน์จากกิจกรรมเศรษฐกิจเหล่านั้น

ดังนั้น รายชื่อนี้ไม่ได้บอกว่า “คนทั้งจังหวัดรวย” แต่แสดงให้เห็นว่าพื้นที่ใดสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจต่อจำนวนประชากรได้สูง และอะไรคือเครื่องยนต์ที่อยู่เบื้องหลังตัวเลขเหล่านั้น

 

แหล่งที่มา: สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, สำนักงานสถิติแห่งชาติ และข้อมูลวิเคราะห์จากตาราง GPP ปี 2567

อ้างอิง:
ผลิตภัณฑ์ภาคและจังหวัด — สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ความหมายและการใช้ GPP per capita — จดหมายข่าวบัญชีประชาชาติ สศช.
ตารางและบทวิเคราะห์ GPP จังหวัด ปี 2567

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
กฤติน พันธ์ดี's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 30 ครั้ง
เขียนโดย กฤติน พันธ์ดี
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เลข 67 คืออะไร ทำไมเด็กเจนใหม่พูดกันทุกวัน6 ภาพยนตร์กังฟูสุดประหลาด ที่เต็มไปด้วยอาวุธและฉากต่อสู้เหนือจินตนาการอนุมัติแน่นอน!! งบกลางป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ นายกฯ อนุทิน ลุยเองมาให้เห็นกับตา ตรวจสอบคันคลอง ร.1 ที่ถูกน้ำเซาะเสียหาย10 อันดับคณะหมอลำที่ดังที่สุดในประเทศไทย พร้อมค่าจ้างโดยประมาณเจาะลึกเลขอัญเชิญ "ท้าวเวสสุวรรณ" และศาสตร์เกณฑ์เลขมหาเทพผู้พิทักษ์ขุมทรัพย์ งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 25695 ประเทศอาเซียนที่มีน้ำมันดิบสำรองมากที่สุด ประเทศไหนอยู่อันดับ 1เจาะลึกเลขอัญเชิญ "หวยไทยรัฐ-เดลินิวส์" งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569ปานแดง–ปานดำ ดูคล้ายแต่เกิดต่างกัน แบบไหนควรพบแพทย์?ทำไมเพลงที่เราไม่ชอบถึงติดอยู่ในหัว? รู้จักอาการ “Earworm”ย้อนยุคทองตลกคาเฟ่ไทย 5 คณะดังที่คนรุ่นก่อนยังจดจำสถิติหวยออก ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 16 กรกฎาคมศัพท์ไวรัล “สลิ้งแตก” คืออะไร? เปิดความหมายและที่มาของคำฮิตบนโซเชียล
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ไม่มีเงินจ่ายหนี้ กยศ. จะติดคุกหรือไม่? เรื่องสำคัญที่ผู้กู้ไม่ควรปล่อยผ่าน7 ตึกสูงระฟ้าในประเทศไทยที่โดดเด่นบนเส้นขอบฟ้ากรุงเทพฯอนุมัติแน่นอน!! งบกลางป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ นายกฯ อนุทิน ลุยเองมาให้เห็นกับตา ตรวจสอบคันคลอง ร.1 ที่ถูกน้ำเซาะเสียหายทำไมเพลงที่เราไม่ชอบถึงติดอยู่ในหัว? รู้จักอาการ “Earworm”6 ภาพยนตร์กังฟูสุดประหลาด ที่เต็มไปด้วยอาวุธและฉากต่อสู้เหนือจินตนาการปานแดง–ปานดำ ดูคล้ายแต่เกิดต่างกัน แบบไหนควรพบแพทย์?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด จัดอันดับ
ย้อนยุคทองตลกคาเฟ่ไทย 5 คณะดังที่คนรุ่นก่อนยังจดจำ10 จังหวัดที่ราคาประเมินที่ดินสูงที่สุดนอกกรุงเทพฯ แพงสุดตารางวาละเท่าไร10 จังหวัดที่ครัวเรือนแบกหนี้เฉลี่ยสูงที่สุด10 จังหวัดในไทยที่ครัวเรือนมี “เงินเหลือ” มากที่สุด
ตั้งกระทู้ใหม่