หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
ตรวจหวย ผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 16 กันยายน 2569
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

10 จังหวัดในไทยที่ครัวเรือนมี “เงินเหลือ” มากที่สุด

โพสท์โดย กฤติน พันธ์ดี

จังหวัดที่ครัวเรือนมีรายได้สูง ไม่จำเป็นต้องมีเงินเหลือมากเสมอไป เพราะอีกด้านของสมการคือค่าครองชีพ หากรายรับมากแต่รายจ่ายสูงตาม ส่วนต่างที่เหลือก็อาจไม่โดดเด่นอย่างที่หลายคนคิด

เมื่อนำ “รายได้ทั้งสิ้นเฉลี่ยต่อเดือน” ลบด้วย “ค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นเฉลี่ยต่อเดือน” จากตารางรายจังหวัดของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ผลที่ได้มีทั้งจังหวัดเศรษฐกิจสำคัญ เมืองเกษตร และจังหวัดขนาดเล็กที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง

อย่างไรก็ตาม คำว่า “เงินเหลือ” ในบทความนี้เป็นเพียงชื่อเรียกส่วนต่างทางสถิติ ไม่ได้หมายความว่าครัวเรือนทุกหลังมีเงินสดเหลือหรือเก็บออมได้ตามจำนวนดังกล่าว

“เงินเหลือ” ในที่นี้คำนวณอย่างไร

การจัดอันดับใช้ข้อมูลจากรายงาน รายได้และการกระจายรายได้ของครัวเรือน พ.ศ. 2566 ระดับจังหวัด โดยคำนวณดังนี้

รายได้ทั้งสิ้นเฉลี่ยต่อเดือน − ค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นเฉลี่ยต่อเดือน = ส่วนต่างรายได้–ค่าใช้จ่าย

รายได้ทั้งสิ้นของการสำรวจไม่ได้มีเฉพาะเงินเดือนหรือเงินสด แต่รวมรายได้จากการทำงาน เงินช่วยเหลือ รายได้ที่ไม่เป็นตัวเงิน ตลอดจนค่าประเมินการอยู่อาศัยในบ้านของตนเอง

ขณะที่ค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นไม่รวมค่าผ่อนบ้านหรือที่ดิน รายจ่ายเพื่อสะสมทุน และรายการที่ถือเป็นการออม เช่น เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จึงไม่ควรนำตัวเลขส่วนต่างไปตีความว่าเป็น “เงินสดพร้อมใช้” หรือ “ยอดเงินออมจริง” โดยตรง สำนักงานสถิติแห่งชาติ: ตารางรายได้ และ ตารางค่าใช้จ่าย

ค่าเฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ที่รายได้ 29,030 บาท ค่าใช้จ่าย 23,695 บาท จึงมีส่วนต่างประมาณ 5,335 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน

อันดับจังหวัด/พื้นที่รายได้เฉลี่ยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยส่วนต่างต่อเดือน
1 จันทบุรี 43,857 27,322 16,535 บาท
2 นครศรีธรรมราช 33,414 23,069 10,345 บาท
3 ปทุมธานี 45,729 36,003 9,726 บาท
4 อ่างทอง 27,923 18,710 9,213 บาท
5 สุโขทัย 26,857 18,211 8,646 บาท
6 ชุมพร 32,324 23,736 8,588 บาท
7 ตราด 31,521 23,181 8,340 บาท
8 สิงห์บุรี 30,869 22,967 7,902 บาท
9 ยะลา 26,759 19,030 7,729 บาท
10 กรุงเทพมหานคร 40,051 32,736 7,315 บาท

หน่วย: บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน และเป็นค่าเฉลี่ยจากการสำรวจ ไม่ใช่ตัวเลขของครัวเรือนทุกหลัง

1. จันทบุรี — ส่วนต่าง 16,535 บาท

จันทบุรีอยู่ในอันดับหนึ่งอย่างชัดเจน ด้วยรายได้เฉลี่ย 43,857 บาทต่อเดือน เทียบกับค่าใช้จ่าย 27,322 บาท ทำให้มีส่วนต่างถึง 16,535 บาท มากกว่าค่าเฉลี่ยทั้งประเทศเกินสามเท่า

เบาะแสสำคัญอยู่ในโครงสร้างรายได้ รายงานเดียวกันพบว่าครัวเรือนผู้ถือครองทำการเกษตรในจันทบุรีมีรายได้ประจำเฉลี่ย 73,709 บาท สูงที่สุดในกลุ่มจังหวัด ซึ่งอาจช่วยอธิบายว่าทำไมค่าเฉลี่ยรายได้รวมของพื้นที่จึงโดดเด่น

แต่ตัวเลขนี้ไม่ควรถูกตีความว่าเกษตรกรทุกครัวเรือนมีรายได้ระดับเดียวกัน เพราะรายได้ภาคเกษตรอาจต่างกันมากตามขนาดกิจการ ผลผลิต ราคา และฤดูกาล

2. นครศรีธรรมราช — ส่วนต่าง 10,345 บาท

นครศรีธรรมราชมีรายได้เฉลี่ย 33,414 บาท และค่าใช้จ่าย 23,069 บาท เหลือส่วนต่าง 10,345 บาทต่อเดือน เป็นจังหวัดเดียวอีกแห่งที่ส่วนต่างสูงเกินหนึ่งหมื่นบาท

ข้อมูลจำแนกตามสถานะทางเศรษฐสังคมยังพบว่า ครัวเรือนผู้ประกอบธุรกิจนอกภาคเกษตรในจังหวัดมีรายได้ประจำเฉลี่ย 56,519 บาท สูงที่สุดในกลุ่มจังหวัดที่สำรวจ

จุดเด่นของนครศรีธรรมราชจึงอาจไม่ได้มาจากรายได้ทางเดียว แต่เกิดจากโครงสร้างเศรษฐกิจที่มีทั้งการเกษตร การค้าและกิจการของครัวเรือนอยู่ร่วมกัน

3. ปทุมธานี — ส่วนต่าง 9,726 บาท

ปทุมธานีมีรายได้เฉลี่ย 45,729 บาท สูงที่สุดในตารางรายจังหวัดปี 2566 แต่มีค่าใช้จ่ายสูงถึง 36,003 บาทเช่นกัน ส่วนต่างจึงอยู่ที่ 9,726 บาท

รายงานระบุว่าครัวเรือนลูกจ้างกลุ่มผู้จัดการ นักวิชาการ ผู้ปฏิบัติงานวิชาชีพ เสมียน พนักงานขายและบริการในปทุมธานี มีรายได้ประจำเฉลี่ย 50,631 บาท สูงที่สุดในกลุ่มจังหวัด

ตัวเลขสะท้อนลักษณะของพื้นที่ปริมณฑลที่มีโอกาสด้านงานและรายได้สูง ขณะเดียวกันก็ต้องรับภาระค่าเดินทาง ที่อยู่อาศัย และค่าครองชีพในเขตเมืองด้วย

4. อ่างทอง — ส่วนต่าง 9,213 บาท

อ่างทองเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า การมีส่วนต่างสูงไม่จำเป็นต้องเกิดจากรายได้สูงที่สุดเสมอไป รายได้เฉลี่ยของจังหวัดอยู่ที่ 27,923 บาท ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยประเทศ แต่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่เพียง 18,710 บาท

ผลลัพธ์คือส่วนต่าง 9,213 บาท หรือประมาณหนึ่งในสามของรายได้เฉลี่ย ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับหลายจังหวัด

สิ่งที่ต้องระวังคือ ค่าใช้จ่ายต่ำอาจสะท้อนทั้งระดับราคา รูปแบบการบริโภค การพึ่งพาทรัพยากรในครัวเรือน ตลอดจนโครงสร้างอายุและขนาดครัวเรือน ไม่ได้แปลว่าทุกคนมีคุณภาพชีวิตหรือกำลังซื้อสูงกว่าเสมอไป

5. สุโขทัย — ส่วนต่าง 8,646 บาท

สุโขทัยมีรายได้เฉลี่ย 26,857 บาท และค่าใช้จ่าย 18,211 บาท เกิดส่วนต่าง 8,646 บาทต่อเดือน

รายได้ของจังหวัดไม่ได้อยู่ในกลุ่มสูงสุดของประเทศ แต่ระดับค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศมากทำให้สุโขทัยขึ้นมาอยู่ในห้าอันดับแรก

ตัวเลขลักษณะนี้ช่วยให้เห็นว่า การพิจารณาเฉพาะอันดับรายได้อาจไม่เพียงพอ ต้องดูว่าครัวเรือนต้องใช้เงินเท่าใดในการดำรงชีวิตควบคู่กันด้วย

6. ชุมพร — ส่วนต่าง 8,588 บาท

ครัวเรือนในชุมพรมีรายได้เฉลี่ย 32,324 บาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 23,736 บาท จึงมีส่วนต่าง 8,588 บาท

ต่างจากอ่างทองและสุโขทัย ชุมพรไม่ได้ติดอันดับเพราะค่าใช้จ่ายต่ำมาก แต่เกิดจากรายได้ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศพอสมควร ขณะที่ค่าใช้จ่ายใกล้เคียงระดับประเทศ

นี่เป็นตัวอย่างของจังหวัดที่รักษาช่องว่างระหว่างรายได้กับค่าใช้จ่ายไว้ได้ แม้รายจ่ายไม่ได้อยู่ในกลุ่มต่ำที่สุด

7. ตราด — ส่วนต่าง 8,340 บาท

ตราดมีรายได้เฉลี่ย 31,521 บาท และค่าใช้จ่าย 23,181 บาท เหลือส่วนต่าง 8,340 บาท

จุดที่น่าสังเกตคือ จังหวัดมีรายได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศประมาณ 2,500 บาท แต่ค่าใช้จ่ายกลับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศเล็กน้อย ช่องว่างจึงขยายกว่าที่ตัวเลขรายได้เพียงอย่างเดียวจะบอกได้

อย่างไรก็ตาม การเป็นจังหวัดที่มีกิจกรรมเศรษฐกิจหลายลักษณะอาจทำให้รายได้ของครัวเรือนแต่ละกลุ่มแตกต่างกันมาก ค่าเฉลี่ยจึงไม่ใช่ภาพแทนของทุกครอบครัว

8. สิงห์บุรี — ส่วนต่าง 7,902 บาท

สิงห์บุรีมีรายได้เฉลี่ย 30,869 บาท ค่าใช้จ่าย 22,967 บาท และมีส่วนต่าง 7,902 บาทต่อเดือน

รายได้เฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศเล็กน้อย ขณะที่รายจ่ายต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศประมาณ 700 บาท การขยับเพียงเล็กน้อยทั้งสองด้านรวมกันทำให้จังหวัดติดอันดับแปด

นี่คือกรณีที่ส่วนต่างไม่ได้เกิดจากตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งโดดเด่นมาก แต่เกิดจากสมดุลระหว่างรายได้และค่าใช้จ่าย

9. ยะลา — ส่วนต่าง 7,729 บาท

ยะลามีรายได้เฉลี่ย 26,759 บาท ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ แต่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 19,030 บาท จึงยังมีส่วนต่าง 7,729 บาท

ข้อมูลนี้ต่างจากภาพจำที่ว่า จังหวัดต้องมีรายได้สูงมากจึงจะมีเงินเหลือมาก เพราะในกรณีของยะลา ปัจจัยสำคัญคือระดับค่าใช้จ่ายเฉลี่ยที่ต่ำกว่าเกณฑ์ประเทศ

สำนักงานสถิติแห่งชาติยังตั้งข้อสังเกตว่า ยะลา ปัตตานี และนราธิวาสมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคมากกว่าร้อยละ 90 ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด แสดงว่ารายจ่ายส่วนใหญ่ถูกใช้กับการดำรงชีวิตประจำวัน

10. กรุงเทพมหานคร — ส่วนต่าง 7,315 บาท

กรุงเทพมหานครมีรายได้เฉลี่ยสูงถึง 40,051 บาท แต่ค่าใช้จ่ายก็สูงถึง 32,736 บาท ส่วนต่างจึงเหลือ 7,315 บาท และอยู่เพียงอันดับสิบ

ส่วนต่างดังกล่าวคิดเป็นประมาณ 18.3% ของรายได้ ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยประเทศที่ประมาณ 18.4% ต่างจากจันทบุรีซึ่งมีส่วนต่างเกือบ 37.7% ของรายได้

กรุงเทพมหานครจึงเป็นตัวอย่างชัดเจนว่า รายได้สูงไม่ได้ทำให้เงินเหลือสูงตามสัดส่วนเสมอไป เมื่อค่าครองชีพและรายจ่ายของครัวเรือนสูงตามไปด้วย

ในทางการปกครอง กรุงเทพมหานครเป็นเขตปกครองพิเศษ ไม่ใช่จังหวัด แต่รายงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติจัดไว้เป็นหน่วยระดับจังหวัด จึงนำมารวมในการจัดอันดับครั้งนี้ หากนับเฉพาะ 76 จังหวัดโดยไม่รวมกรุงเทพมหานคร นครปฐมซึ่งมีส่วนต่าง 7,259 บาทจะขึ้นมาอยู่ในอันดับสิบแทน

ตัวเลขเดียวกัน แต่มีเรื่องราวต่างกัน

เมื่อมองรวมกัน รายชื่อแบ่งได้เป็นสองกลุ่มใหญ่ กลุ่มแรกคือจังหวัดที่มีรายได้ค่อนข้างสูง เช่น จันทบุรี ปทุมธานี นครศรีธรรมราช และชุมพร ส่วนอีกกลุ่มคือจังหวัดที่รายได้ไม่โดดเด่นมาก แต่มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยค่อนข้างต่ำ เช่น อ่างทอง สุโขทัย และยะลา

นั่นหมายความว่า “ความสามารถในการมีเงินเหลือ” ในระดับจังหวัดอาจเกิดได้จากทั้งการสร้างรายได้ที่สูงขึ้นและการมีต้นทุนการดำรงชีวิตที่ไม่สูงตาม แต่ค่าเฉลี่ยยังไม่สามารถบอกความเหลื่อมล้ำภายในจังหวัดได้

จังหวัดหนึ่งอาจมีค่าเฉลี่ยสูงจากครัวเรือนรายได้สูงเพียงบางกลุ่ม ขณะที่ครัวเรือนจำนวนมากมีรายรับและรายจ่ายต่างจากค่าเฉลี่ยอย่างมาก หากต้องการประเมินฐานะของคนทั่วไปจริง ๆ จึงควรดูค่ามัธยฐาน การกระจายรายได้ หนี้สิน และขนาดครัวเรือนประกอบด้วย

ข้อมูลครึ่งแรกของปี 2568 ระบุว่า ครัวเรือนไทยมีรายได้เฉลี่ย 28,151 บาท และค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 21,984 บาท แต่เป็นข้อมูลคนละช่วงเวลากับตารางรายจังหวัดปี 2566 จึงไม่ควรนำมาปะปนเพื่อจัดอันดับ สรุปผลการสำรวจครัวเรือน พ.ศ. 2568

รายชื่อทั้งสิบจึงไม่ได้บอกว่าจังหวัดใดร่ำรวยที่สุดหรือผู้คนอยู่สบายที่สุด แต่ช่วยเปิดให้เห็นอีกมุมหนึ่งว่า รายได้กับค่าครองชีพต้องถูกอ่านควบคู่กัน และตัวเลขที่ดูเหมือน “เงินเหลือ” อาจซ่อนรายละเอียดมากกว่าที่เห็นในครั้งแรก

 

แหล่งที่มา: สำนักงานสถิติแห่งชาติ

อ้างอิง:
รายได้เฉลี่ยต่อเดือนของครัวเรือน รายจังหวัด พ.ศ. 2566
ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือนของครัวเรือน รายจังหวัด พ.ศ. 2566
สรุปผลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน พ.ศ. 2566

ตรวจหวย ตรวจล็อตเตอรี่
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
กฤติน พันธ์ดี's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 69 ครั้ง
โพสท์โดย กฤติน พันธ์ดี
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 โรงเรียนชั้นนำในไทยที่มีจุดเด่นต่างกัน เปิดมุมมองก่อนเลือกโรงเรียนให้เหมาะกับเด็กอำเภอล่าสุดของประเทศไทย ที่ถูกแยกออกมาเพื่อตั้งเป็นจังหวัดใหม่รู้หรือไม่? ปลาในประเทศไทยบางชนิดไม่ได้จับหรือซื้อขายกันได้อย่างที่คิด 🐟เลขเด็ด "ปฏิทินคำชะโนด" งวดวันที่ 1 ตุลาคม 2569 สายพญานาค อย่าพลาด!!เลขเด็ด "ปฏิทินท้าวเวสสุวรรณโณ" งวด 1 ต.ค. 69 รวมเลขเด่น 2 ตัว 3 ตัวอำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทยดีใจด้วยเด้อ…คุณเฟย! จากพนักงานโออิชิ สู่เศรษฐี 12 ล้านบาทข่าวช็อก! อแมนด้า เซย์ฟรีด ประกาศหย่าร้าง จบชีวิตสมรส 9 ปีเด็กเทคนิคเรียนสายไหนมากที่สุด เปิดข้อมูลอาชีวะ สายช่างที่มีผู้เรียนมากอันดับ 1มหาวิทยาลัยไทยที่ติดอันดับโลก อันดับ 1 ของไทยอยู่ที่เท่าไร?108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงส่องกระแสตัวเลขก่อนหวยออก 16 ก.ย. 69 รวมเลขจากหลายแหล่งที่ถูกพูดถึง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
มหาวิทยาลัยที่คนลาวชอบที่สุด และนิยมเข้าเรียนมากที่สุดในไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด จัดอันดับ
ทำไมเสียงเพลงในห้างสรรพสินค้าถึงส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อ? เพลงที่ได้ยินทุกวันอาจกำลังเปลี่ยนพฤติกรรมของเรา5 เครื่องวิทยุสื่อสาร Walkie Talkie รุ่นทหาร ที่เลิกผลิตแต่ราคาสูง! จากสนามรบสู่ของสะสมหายากกรุงเทพฯ–เชียงใหม่ติด TOP 50 เมืองดีที่สุดในโลก 2026 เปิดรายชื่อเมืองไทยที่ติดอันดับ7 ลำโพงบลูทูธดีไซน์เรโทร ได้แรงบันดาลใจจากยุค 2000s!รุ่นไหนฮิตจนของขาดตลาด
ตั้งกระทู้ใหม่