10 จังหวัดในไทยที่ครัวเรือนมี “เงินเหลือ” มากที่สุด
จังหวัดที่ครัวเรือนมีรายได้สูง ไม่จำเป็นต้องมีเงินเหลือมากเสมอไป เพราะอีกด้านของสมการคือค่าครองชีพ หากรายรับมากแต่รายจ่ายสูงตาม ส่วนต่างที่เหลือก็อาจไม่โดดเด่นอย่างที่หลายคนคิด
เมื่อนำ “รายได้ทั้งสิ้นเฉลี่ยต่อเดือน” ลบด้วย “ค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นเฉลี่ยต่อเดือน” จากตารางรายจังหวัดของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ผลที่ได้มีทั้งจังหวัดเศรษฐกิจสำคัญ เมืองเกษตร และจังหวัดขนาดเล็กที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง
อย่างไรก็ตาม คำว่า “เงินเหลือ” ในบทความนี้เป็นเพียงชื่อเรียกส่วนต่างทางสถิติ ไม่ได้หมายความว่าครัวเรือนทุกหลังมีเงินสดเหลือหรือเก็บออมได้ตามจำนวนดังกล่าว
“เงินเหลือ” ในที่นี้คำนวณอย่างไร
การจัดอันดับใช้ข้อมูลจากรายงาน รายได้และการกระจายรายได้ของครัวเรือน พ.ศ. 2566 ระดับจังหวัด โดยคำนวณดังนี้
รายได้ทั้งสิ้นเฉลี่ยต่อเดือน − ค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นเฉลี่ยต่อเดือน = ส่วนต่างรายได้–ค่าใช้จ่าย
รายได้ทั้งสิ้นของการสำรวจไม่ได้มีเฉพาะเงินเดือนหรือเงินสด แต่รวมรายได้จากการทำงาน เงินช่วยเหลือ รายได้ที่ไม่เป็นตัวเงิน ตลอดจนค่าประเมินการอยู่อาศัยในบ้านของตนเอง
ขณะที่ค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นไม่รวมค่าผ่อนบ้านหรือที่ดิน รายจ่ายเพื่อสะสมทุน และรายการที่ถือเป็นการออม เช่น เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จึงไม่ควรนำตัวเลขส่วนต่างไปตีความว่าเป็น “เงินสดพร้อมใช้” หรือ “ยอดเงินออมจริง” โดยตรง สำนักงานสถิติแห่งชาติ: ตารางรายได้ และ ตารางค่าใช้จ่าย
ค่าเฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ที่รายได้ 29,030 บาท ค่าใช้จ่าย 23,695 บาท จึงมีส่วนต่างประมาณ 5,335 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน
| อันดับ | จังหวัด/พื้นที่ | รายได้เฉลี่ย | ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย | ส่วนต่างต่อเดือน |
|---|---|---|---|---|
| 1 | จันทบุรี | 43,857 | 27,322 | 16,535 บาท |
| 2 | นครศรีธรรมราช | 33,414 | 23,069 | 10,345 บาท |
| 3 | ปทุมธานี | 45,729 | 36,003 | 9,726 บาท |
| 4 | อ่างทอง | 27,923 | 18,710 | 9,213 บาท |
| 5 | สุโขทัย | 26,857 | 18,211 | 8,646 บาท |
| 6 | ชุมพร | 32,324 | 23,736 | 8,588 บาท |
| 7 | ตราด | 31,521 | 23,181 | 8,340 บาท |
| 8 | สิงห์บุรี | 30,869 | 22,967 | 7,902 บาท |
| 9 | ยะลา | 26,759 | 19,030 | 7,729 บาท |
| 10 | กรุงเทพมหานคร | 40,051 | 32,736 | 7,315 บาท |
หน่วย: บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน และเป็นค่าเฉลี่ยจากการสำรวจ ไม่ใช่ตัวเลขของครัวเรือนทุกหลัง
1. จันทบุรี — ส่วนต่าง 16,535 บาท
จันทบุรีอยู่ในอันดับหนึ่งอย่างชัดเจน ด้วยรายได้เฉลี่ย 43,857 บาทต่อเดือน เทียบกับค่าใช้จ่าย 27,322 บาท ทำให้มีส่วนต่างถึง 16,535 บาท มากกว่าค่าเฉลี่ยทั้งประเทศเกินสามเท่า
เบาะแสสำคัญอยู่ในโครงสร้างรายได้ รายงานเดียวกันพบว่าครัวเรือนผู้ถือครองทำการเกษตรในจันทบุรีมีรายได้ประจำเฉลี่ย 73,709 บาท สูงที่สุดในกลุ่มจังหวัด ซึ่งอาจช่วยอธิบายว่าทำไมค่าเฉลี่ยรายได้รวมของพื้นที่จึงโดดเด่น
แต่ตัวเลขนี้ไม่ควรถูกตีความว่าเกษตรกรทุกครัวเรือนมีรายได้ระดับเดียวกัน เพราะรายได้ภาคเกษตรอาจต่างกันมากตามขนาดกิจการ ผลผลิต ราคา และฤดูกาล
2. นครศรีธรรมราช — ส่วนต่าง 10,345 บาท
นครศรีธรรมราชมีรายได้เฉลี่ย 33,414 บาท และค่าใช้จ่าย 23,069 บาท เหลือส่วนต่าง 10,345 บาทต่อเดือน เป็นจังหวัดเดียวอีกแห่งที่ส่วนต่างสูงเกินหนึ่งหมื่นบาท
ข้อมูลจำแนกตามสถานะทางเศรษฐสังคมยังพบว่า ครัวเรือนผู้ประกอบธุรกิจนอกภาคเกษตรในจังหวัดมีรายได้ประจำเฉลี่ย 56,519 บาท สูงที่สุดในกลุ่มจังหวัดที่สำรวจ
จุดเด่นของนครศรีธรรมราชจึงอาจไม่ได้มาจากรายได้ทางเดียว แต่เกิดจากโครงสร้างเศรษฐกิจที่มีทั้งการเกษตร การค้าและกิจการของครัวเรือนอยู่ร่วมกัน
3. ปทุมธานี — ส่วนต่าง 9,726 บาท
ปทุมธานีมีรายได้เฉลี่ย 45,729 บาท สูงที่สุดในตารางรายจังหวัดปี 2566 แต่มีค่าใช้จ่ายสูงถึง 36,003 บาทเช่นกัน ส่วนต่างจึงอยู่ที่ 9,726 บาท
รายงานระบุว่าครัวเรือนลูกจ้างกลุ่มผู้จัดการ นักวิชาการ ผู้ปฏิบัติงานวิชาชีพ เสมียน พนักงานขายและบริการในปทุมธานี มีรายได้ประจำเฉลี่ย 50,631 บาท สูงที่สุดในกลุ่มจังหวัด
ตัวเลขสะท้อนลักษณะของพื้นที่ปริมณฑลที่มีโอกาสด้านงานและรายได้สูง ขณะเดียวกันก็ต้องรับภาระค่าเดินทาง ที่อยู่อาศัย และค่าครองชีพในเขตเมืองด้วย
4. อ่างทอง — ส่วนต่าง 9,213 บาท
อ่างทองเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า การมีส่วนต่างสูงไม่จำเป็นต้องเกิดจากรายได้สูงที่สุดเสมอไป รายได้เฉลี่ยของจังหวัดอยู่ที่ 27,923 บาท ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยประเทศ แต่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่เพียง 18,710 บาท
ผลลัพธ์คือส่วนต่าง 9,213 บาท หรือประมาณหนึ่งในสามของรายได้เฉลี่ย ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับหลายจังหวัด
สิ่งที่ต้องระวังคือ ค่าใช้จ่ายต่ำอาจสะท้อนทั้งระดับราคา รูปแบบการบริโภค การพึ่งพาทรัพยากรในครัวเรือน ตลอดจนโครงสร้างอายุและขนาดครัวเรือน ไม่ได้แปลว่าทุกคนมีคุณภาพชีวิตหรือกำลังซื้อสูงกว่าเสมอไป
5. สุโขทัย — ส่วนต่าง 8,646 บาท
สุโขทัยมีรายได้เฉลี่ย 26,857 บาท และค่าใช้จ่าย 18,211 บาท เกิดส่วนต่าง 8,646 บาทต่อเดือน
รายได้ของจังหวัดไม่ได้อยู่ในกลุ่มสูงสุดของประเทศ แต่ระดับค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศมากทำให้สุโขทัยขึ้นมาอยู่ในห้าอันดับแรก
ตัวเลขลักษณะนี้ช่วยให้เห็นว่า การพิจารณาเฉพาะอันดับรายได้อาจไม่เพียงพอ ต้องดูว่าครัวเรือนต้องใช้เงินเท่าใดในการดำรงชีวิตควบคู่กันด้วย
6. ชุมพร — ส่วนต่าง 8,588 บาท
ครัวเรือนในชุมพรมีรายได้เฉลี่ย 32,324 บาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 23,736 บาท จึงมีส่วนต่าง 8,588 บาท
ต่างจากอ่างทองและสุโขทัย ชุมพรไม่ได้ติดอันดับเพราะค่าใช้จ่ายต่ำมาก แต่เกิดจากรายได้ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศพอสมควร ขณะที่ค่าใช้จ่ายใกล้เคียงระดับประเทศ
นี่เป็นตัวอย่างของจังหวัดที่รักษาช่องว่างระหว่างรายได้กับค่าใช้จ่ายไว้ได้ แม้รายจ่ายไม่ได้อยู่ในกลุ่มต่ำที่สุด
7. ตราด — ส่วนต่าง 8,340 บาท
ตราดมีรายได้เฉลี่ย 31,521 บาท และค่าใช้จ่าย 23,181 บาท เหลือส่วนต่าง 8,340 บาท
จุดที่น่าสังเกตคือ จังหวัดมีรายได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศประมาณ 2,500 บาท แต่ค่าใช้จ่ายกลับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศเล็กน้อย ช่องว่างจึงขยายกว่าที่ตัวเลขรายได้เพียงอย่างเดียวจะบอกได้
อย่างไรก็ตาม การเป็นจังหวัดที่มีกิจกรรมเศรษฐกิจหลายลักษณะอาจทำให้รายได้ของครัวเรือนแต่ละกลุ่มแตกต่างกันมาก ค่าเฉลี่ยจึงไม่ใช่ภาพแทนของทุกครอบครัว
8. สิงห์บุรี — ส่วนต่าง 7,902 บาท
สิงห์บุรีมีรายได้เฉลี่ย 30,869 บาท ค่าใช้จ่าย 22,967 บาท และมีส่วนต่าง 7,902 บาทต่อเดือน
รายได้เฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศเล็กน้อย ขณะที่รายจ่ายต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศประมาณ 700 บาท การขยับเพียงเล็กน้อยทั้งสองด้านรวมกันทำให้จังหวัดติดอันดับแปด
นี่คือกรณีที่ส่วนต่างไม่ได้เกิดจากตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งโดดเด่นมาก แต่เกิดจากสมดุลระหว่างรายได้และค่าใช้จ่าย
9. ยะลา — ส่วนต่าง 7,729 บาท
ยะลามีรายได้เฉลี่ย 26,759 บาท ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ แต่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 19,030 บาท จึงยังมีส่วนต่าง 7,729 บาท
ข้อมูลนี้ต่างจากภาพจำที่ว่า จังหวัดต้องมีรายได้สูงมากจึงจะมีเงินเหลือมาก เพราะในกรณีของยะลา ปัจจัยสำคัญคือระดับค่าใช้จ่ายเฉลี่ยที่ต่ำกว่าเกณฑ์ประเทศ
สำนักงานสถิติแห่งชาติยังตั้งข้อสังเกตว่า ยะลา ปัตตานี และนราธิวาสมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคมากกว่าร้อยละ 90 ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด แสดงว่ารายจ่ายส่วนใหญ่ถูกใช้กับการดำรงชีวิตประจำวัน
10. กรุงเทพมหานคร — ส่วนต่าง 7,315 บาท
กรุงเทพมหานครมีรายได้เฉลี่ยสูงถึง 40,051 บาท แต่ค่าใช้จ่ายก็สูงถึง 32,736 บาท ส่วนต่างจึงเหลือ 7,315 บาท และอยู่เพียงอันดับสิบ
ส่วนต่างดังกล่าวคิดเป็นประมาณ 18.3% ของรายได้ ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยประเทศที่ประมาณ 18.4% ต่างจากจันทบุรีซึ่งมีส่วนต่างเกือบ 37.7% ของรายได้
กรุงเทพมหานครจึงเป็นตัวอย่างชัดเจนว่า รายได้สูงไม่ได้ทำให้เงินเหลือสูงตามสัดส่วนเสมอไป เมื่อค่าครองชีพและรายจ่ายของครัวเรือนสูงตามไปด้วย
ในทางการปกครอง กรุงเทพมหานครเป็นเขตปกครองพิเศษ ไม่ใช่จังหวัด แต่รายงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติจัดไว้เป็นหน่วยระดับจังหวัด จึงนำมารวมในการจัดอันดับครั้งนี้ หากนับเฉพาะ 76 จังหวัดโดยไม่รวมกรุงเทพมหานคร นครปฐมซึ่งมีส่วนต่าง 7,259 บาทจะขึ้นมาอยู่ในอันดับสิบแทน
ตัวเลขเดียวกัน แต่มีเรื่องราวต่างกัน
เมื่อมองรวมกัน รายชื่อแบ่งได้เป็นสองกลุ่มใหญ่ กลุ่มแรกคือจังหวัดที่มีรายได้ค่อนข้างสูง เช่น จันทบุรี ปทุมธานี นครศรีธรรมราช และชุมพร ส่วนอีกกลุ่มคือจังหวัดที่รายได้ไม่โดดเด่นมาก แต่มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยค่อนข้างต่ำ เช่น อ่างทอง สุโขทัย และยะลา
นั่นหมายความว่า “ความสามารถในการมีเงินเหลือ” ในระดับจังหวัดอาจเกิดได้จากทั้งการสร้างรายได้ที่สูงขึ้นและการมีต้นทุนการดำรงชีวิตที่ไม่สูงตาม แต่ค่าเฉลี่ยยังไม่สามารถบอกความเหลื่อมล้ำภายในจังหวัดได้
จังหวัดหนึ่งอาจมีค่าเฉลี่ยสูงจากครัวเรือนรายได้สูงเพียงบางกลุ่ม ขณะที่ครัวเรือนจำนวนมากมีรายรับและรายจ่ายต่างจากค่าเฉลี่ยอย่างมาก หากต้องการประเมินฐานะของคนทั่วไปจริง ๆ จึงควรดูค่ามัธยฐาน การกระจายรายได้ หนี้สิน และขนาดครัวเรือนประกอบด้วย
ข้อมูลครึ่งแรกของปี 2568 ระบุว่า ครัวเรือนไทยมีรายได้เฉลี่ย 28,151 บาท และค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 21,984 บาท แต่เป็นข้อมูลคนละช่วงเวลากับตารางรายจังหวัดปี 2566 จึงไม่ควรนำมาปะปนเพื่อจัดอันดับ สรุปผลการสำรวจครัวเรือน พ.ศ. 2568
รายชื่อทั้งสิบจึงไม่ได้บอกว่าจังหวัดใดร่ำรวยที่สุดหรือผู้คนอยู่สบายที่สุด แต่ช่วยเปิดให้เห็นอีกมุมหนึ่งว่า รายได้กับค่าครองชีพต้องถูกอ่านควบคู่กัน และตัวเลขที่ดูเหมือน “เงินเหลือ” อาจซ่อนรายละเอียดมากกว่าที่เห็นในครั้งแรก
แหล่งที่มา: สำนักงานสถิติแห่งชาติ
อ้างอิง:
รายได้เฉลี่ยต่อเดือนของครัวเรือน รายจังหวัด พ.ศ. 2566
ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือนของครัวเรือน รายจังหวัด พ.ศ. 2566
สรุปผลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน พ.ศ. 2566
อนุมัติแน่นอน!! งบกลางป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ นายกฯ อนุทิน ลุยเองมาให้เห็นกับตา ตรวจสอบคันคลอง ร.1 ที่ถูกน้ำเซาะเสียหาย
5 ประเทศอาเซียนที่มีน้ำมันดิบสำรองมากที่สุด ประเทศไหนอยู่อันดับ 1
เลข 67 คืออะไร ทำไมเด็กเจนใหม่พูดกันทุกวัน
เจาะลึกเลขอัญเชิญ "ท้าวเวสสุวรรณ" และศาสตร์เกณฑ์เลขมหาเทพผู้พิทักษ์ขุมทรัพย์ งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
10 อันดับคณะหมอลำที่ดังที่สุดในประเทศไทย พร้อมค่าจ้างโดยประมาณ
ศัพท์ไวรัล “สลิ้งแตก” คืออะไร? เปิดความหมายและที่มาของคำฮิตบนโซเชียล
ปานแดง–ปานดำ ดูคล้ายแต่เกิดต่างกัน แบบไหนควรพบแพทย์?
ทำไมเพลงที่เราไม่ชอบถึงติดอยู่ในหัว? รู้จักอาการ “Earworm”
ย้อนยุคทองตลกคาเฟ่ไทย 5 คณะดังที่คนรุ่นก่อนยังจดจำ
6 ภาพยนตร์กังฟูสุดประหลาด ที่เต็มไปด้วยอาวุธและฉากต่อสู้เหนือจินตนาการ
สถิติหวยออก ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 16 กรกฎาคม
10 จังหวัดที่มีเศรษฐกิจต่อหัวสูงที่สุด
7 ตึกสูงระฟ้าในประเทศไทยที่โดดเด่นบนเส้นขอบฟ้ากรุงเทพฯ
อนุมัติแน่นอน!! งบกลางป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ นายกฯ อนุทิน ลุยเองมาให้เห็นกับตา ตรวจสอบคันคลอง ร.1 ที่ถูกน้ำเซาะเสียหาย
ทำไมเพลงที่เราไม่ชอบถึงติดอยู่ในหัว? รู้จักอาการ “Earworm”
6 ภาพยนตร์กังฟูสุดประหลาด ที่เต็มไปด้วยอาวุธและฉากต่อสู้เหนือจินตนาการ
ปานแดง–ปานดำ ดูคล้ายแต่เกิดต่างกัน แบบไหนควรพบแพทย์?
10 จังหวัดที่ราคาประเมินที่ดินสูงที่สุดนอกกรุงเทพฯ แพงสุดตารางวาละเท่าไร




