หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

10 จังหวัดในไทยที่ครัวเรือนมี “เงินเหลือ” มากที่สุด

โพสท์โดย กฤติน พันธ์ดี

จังหวัดที่ครัวเรือนมีรายได้สูง ไม่จำเป็นต้องมีเงินเหลือมากเสมอไป เพราะอีกด้านของสมการคือค่าครองชีพ หากรายรับมากแต่รายจ่ายสูงตาม ส่วนต่างที่เหลือก็อาจไม่โดดเด่นอย่างที่หลายคนคิด

เมื่อนำ “รายได้ทั้งสิ้นเฉลี่ยต่อเดือน” ลบด้วย “ค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นเฉลี่ยต่อเดือน” จากตารางรายจังหวัดของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ผลที่ได้มีทั้งจังหวัดเศรษฐกิจสำคัญ เมืองเกษตร และจังหวัดขนาดเล็กที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง

อย่างไรก็ตาม คำว่า “เงินเหลือ” ในบทความนี้เป็นเพียงชื่อเรียกส่วนต่างทางสถิติ ไม่ได้หมายความว่าครัวเรือนทุกหลังมีเงินสดเหลือหรือเก็บออมได้ตามจำนวนดังกล่าว

“เงินเหลือ” ในที่นี้คำนวณอย่างไร

การจัดอันดับใช้ข้อมูลจากรายงาน รายได้และการกระจายรายได้ของครัวเรือน พ.ศ. 2566 ระดับจังหวัด โดยคำนวณดังนี้

รายได้ทั้งสิ้นเฉลี่ยต่อเดือน − ค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นเฉลี่ยต่อเดือน = ส่วนต่างรายได้–ค่าใช้จ่าย

รายได้ทั้งสิ้นของการสำรวจไม่ได้มีเฉพาะเงินเดือนหรือเงินสด แต่รวมรายได้จากการทำงาน เงินช่วยเหลือ รายได้ที่ไม่เป็นตัวเงิน ตลอดจนค่าประเมินการอยู่อาศัยในบ้านของตนเอง

ขณะที่ค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นไม่รวมค่าผ่อนบ้านหรือที่ดิน รายจ่ายเพื่อสะสมทุน และรายการที่ถือเป็นการออม เช่น เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จึงไม่ควรนำตัวเลขส่วนต่างไปตีความว่าเป็น “เงินสดพร้อมใช้” หรือ “ยอดเงินออมจริง” โดยตรง สำนักงานสถิติแห่งชาติ: ตารางรายได้ และ ตารางค่าใช้จ่าย

ค่าเฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ที่รายได้ 29,030 บาท ค่าใช้จ่าย 23,695 บาท จึงมีส่วนต่างประมาณ 5,335 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน

อันดับจังหวัด/พื้นที่รายได้เฉลี่ยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยส่วนต่างต่อเดือน
1 จันทบุรี 43,857 27,322 16,535 บาท
2 นครศรีธรรมราช 33,414 23,069 10,345 บาท
3 ปทุมธานี 45,729 36,003 9,726 บาท
4 อ่างทอง 27,923 18,710 9,213 บาท
5 สุโขทัย 26,857 18,211 8,646 บาท
6 ชุมพร 32,324 23,736 8,588 บาท
7 ตราด 31,521 23,181 8,340 บาท
8 สิงห์บุรี 30,869 22,967 7,902 บาท
9 ยะลา 26,759 19,030 7,729 บาท
10 กรุงเทพมหานคร 40,051 32,736 7,315 บาท

หน่วย: บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน และเป็นค่าเฉลี่ยจากการสำรวจ ไม่ใช่ตัวเลขของครัวเรือนทุกหลัง

1. จันทบุรี — ส่วนต่าง 16,535 บาท

จันทบุรีอยู่ในอันดับหนึ่งอย่างชัดเจน ด้วยรายได้เฉลี่ย 43,857 บาทต่อเดือน เทียบกับค่าใช้จ่าย 27,322 บาท ทำให้มีส่วนต่างถึง 16,535 บาท มากกว่าค่าเฉลี่ยทั้งประเทศเกินสามเท่า

เบาะแสสำคัญอยู่ในโครงสร้างรายได้ รายงานเดียวกันพบว่าครัวเรือนผู้ถือครองทำการเกษตรในจันทบุรีมีรายได้ประจำเฉลี่ย 73,709 บาท สูงที่สุดในกลุ่มจังหวัด ซึ่งอาจช่วยอธิบายว่าทำไมค่าเฉลี่ยรายได้รวมของพื้นที่จึงโดดเด่น

แต่ตัวเลขนี้ไม่ควรถูกตีความว่าเกษตรกรทุกครัวเรือนมีรายได้ระดับเดียวกัน เพราะรายได้ภาคเกษตรอาจต่างกันมากตามขนาดกิจการ ผลผลิต ราคา และฤดูกาล

2. นครศรีธรรมราช — ส่วนต่าง 10,345 บาท

นครศรีธรรมราชมีรายได้เฉลี่ย 33,414 บาท และค่าใช้จ่าย 23,069 บาท เหลือส่วนต่าง 10,345 บาทต่อเดือน เป็นจังหวัดเดียวอีกแห่งที่ส่วนต่างสูงเกินหนึ่งหมื่นบาท

ข้อมูลจำแนกตามสถานะทางเศรษฐสังคมยังพบว่า ครัวเรือนผู้ประกอบธุรกิจนอกภาคเกษตรในจังหวัดมีรายได้ประจำเฉลี่ย 56,519 บาท สูงที่สุดในกลุ่มจังหวัดที่สำรวจ

จุดเด่นของนครศรีธรรมราชจึงอาจไม่ได้มาจากรายได้ทางเดียว แต่เกิดจากโครงสร้างเศรษฐกิจที่มีทั้งการเกษตร การค้าและกิจการของครัวเรือนอยู่ร่วมกัน

3. ปทุมธานี — ส่วนต่าง 9,726 บาท

ปทุมธานีมีรายได้เฉลี่ย 45,729 บาท สูงที่สุดในตารางรายจังหวัดปี 2566 แต่มีค่าใช้จ่ายสูงถึง 36,003 บาทเช่นกัน ส่วนต่างจึงอยู่ที่ 9,726 บาท

รายงานระบุว่าครัวเรือนลูกจ้างกลุ่มผู้จัดการ นักวิชาการ ผู้ปฏิบัติงานวิชาชีพ เสมียน พนักงานขายและบริการในปทุมธานี มีรายได้ประจำเฉลี่ย 50,631 บาท สูงที่สุดในกลุ่มจังหวัด

ตัวเลขสะท้อนลักษณะของพื้นที่ปริมณฑลที่มีโอกาสด้านงานและรายได้สูง ขณะเดียวกันก็ต้องรับภาระค่าเดินทาง ที่อยู่อาศัย และค่าครองชีพในเขตเมืองด้วย

4. อ่างทอง — ส่วนต่าง 9,213 บาท

อ่างทองเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า การมีส่วนต่างสูงไม่จำเป็นต้องเกิดจากรายได้สูงที่สุดเสมอไป รายได้เฉลี่ยของจังหวัดอยู่ที่ 27,923 บาท ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยประเทศ แต่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่เพียง 18,710 บาท

ผลลัพธ์คือส่วนต่าง 9,213 บาท หรือประมาณหนึ่งในสามของรายได้เฉลี่ย ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับหลายจังหวัด

สิ่งที่ต้องระวังคือ ค่าใช้จ่ายต่ำอาจสะท้อนทั้งระดับราคา รูปแบบการบริโภค การพึ่งพาทรัพยากรในครัวเรือน ตลอดจนโครงสร้างอายุและขนาดครัวเรือน ไม่ได้แปลว่าทุกคนมีคุณภาพชีวิตหรือกำลังซื้อสูงกว่าเสมอไป

5. สุโขทัย — ส่วนต่าง 8,646 บาท

สุโขทัยมีรายได้เฉลี่ย 26,857 บาท และค่าใช้จ่าย 18,211 บาท เกิดส่วนต่าง 8,646 บาทต่อเดือน

รายได้ของจังหวัดไม่ได้อยู่ในกลุ่มสูงสุดของประเทศ แต่ระดับค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศมากทำให้สุโขทัยขึ้นมาอยู่ในห้าอันดับแรก

ตัวเลขลักษณะนี้ช่วยให้เห็นว่า การพิจารณาเฉพาะอันดับรายได้อาจไม่เพียงพอ ต้องดูว่าครัวเรือนต้องใช้เงินเท่าใดในการดำรงชีวิตควบคู่กันด้วย

6. ชุมพร — ส่วนต่าง 8,588 บาท

ครัวเรือนในชุมพรมีรายได้เฉลี่ย 32,324 บาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 23,736 บาท จึงมีส่วนต่าง 8,588 บาท

ต่างจากอ่างทองและสุโขทัย ชุมพรไม่ได้ติดอันดับเพราะค่าใช้จ่ายต่ำมาก แต่เกิดจากรายได้ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศพอสมควร ขณะที่ค่าใช้จ่ายใกล้เคียงระดับประเทศ

นี่เป็นตัวอย่างของจังหวัดที่รักษาช่องว่างระหว่างรายได้กับค่าใช้จ่ายไว้ได้ แม้รายจ่ายไม่ได้อยู่ในกลุ่มต่ำที่สุด

7. ตราด — ส่วนต่าง 8,340 บาท

ตราดมีรายได้เฉลี่ย 31,521 บาท และค่าใช้จ่าย 23,181 บาท เหลือส่วนต่าง 8,340 บาท

จุดที่น่าสังเกตคือ จังหวัดมีรายได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศประมาณ 2,500 บาท แต่ค่าใช้จ่ายกลับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศเล็กน้อย ช่องว่างจึงขยายกว่าที่ตัวเลขรายได้เพียงอย่างเดียวจะบอกได้

อย่างไรก็ตาม การเป็นจังหวัดที่มีกิจกรรมเศรษฐกิจหลายลักษณะอาจทำให้รายได้ของครัวเรือนแต่ละกลุ่มแตกต่างกันมาก ค่าเฉลี่ยจึงไม่ใช่ภาพแทนของทุกครอบครัว

8. สิงห์บุรี — ส่วนต่าง 7,902 บาท

สิงห์บุรีมีรายได้เฉลี่ย 30,869 บาท ค่าใช้จ่าย 22,967 บาท และมีส่วนต่าง 7,902 บาทต่อเดือน

รายได้เฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศเล็กน้อย ขณะที่รายจ่ายต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศประมาณ 700 บาท การขยับเพียงเล็กน้อยทั้งสองด้านรวมกันทำให้จังหวัดติดอันดับแปด

นี่คือกรณีที่ส่วนต่างไม่ได้เกิดจากตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งโดดเด่นมาก แต่เกิดจากสมดุลระหว่างรายได้และค่าใช้จ่าย

9. ยะลา — ส่วนต่าง 7,729 บาท

ยะลามีรายได้เฉลี่ย 26,759 บาท ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ แต่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 19,030 บาท จึงยังมีส่วนต่าง 7,729 บาท

ข้อมูลนี้ต่างจากภาพจำที่ว่า จังหวัดต้องมีรายได้สูงมากจึงจะมีเงินเหลือมาก เพราะในกรณีของยะลา ปัจจัยสำคัญคือระดับค่าใช้จ่ายเฉลี่ยที่ต่ำกว่าเกณฑ์ประเทศ

สำนักงานสถิติแห่งชาติยังตั้งข้อสังเกตว่า ยะลา ปัตตานี และนราธิวาสมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคมากกว่าร้อยละ 90 ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด แสดงว่ารายจ่ายส่วนใหญ่ถูกใช้กับการดำรงชีวิตประจำวัน

10. กรุงเทพมหานคร — ส่วนต่าง 7,315 บาท

กรุงเทพมหานครมีรายได้เฉลี่ยสูงถึง 40,051 บาท แต่ค่าใช้จ่ายก็สูงถึง 32,736 บาท ส่วนต่างจึงเหลือ 7,315 บาท และอยู่เพียงอันดับสิบ

ส่วนต่างดังกล่าวคิดเป็นประมาณ 18.3% ของรายได้ ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยประเทศที่ประมาณ 18.4% ต่างจากจันทบุรีซึ่งมีส่วนต่างเกือบ 37.7% ของรายได้

กรุงเทพมหานครจึงเป็นตัวอย่างชัดเจนว่า รายได้สูงไม่ได้ทำให้เงินเหลือสูงตามสัดส่วนเสมอไป เมื่อค่าครองชีพและรายจ่ายของครัวเรือนสูงตามไปด้วย

ในทางการปกครอง กรุงเทพมหานครเป็นเขตปกครองพิเศษ ไม่ใช่จังหวัด แต่รายงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติจัดไว้เป็นหน่วยระดับจังหวัด จึงนำมารวมในการจัดอันดับครั้งนี้ หากนับเฉพาะ 76 จังหวัดโดยไม่รวมกรุงเทพมหานคร นครปฐมซึ่งมีส่วนต่าง 7,259 บาทจะขึ้นมาอยู่ในอันดับสิบแทน

ตัวเลขเดียวกัน แต่มีเรื่องราวต่างกัน

เมื่อมองรวมกัน รายชื่อแบ่งได้เป็นสองกลุ่มใหญ่ กลุ่มแรกคือจังหวัดที่มีรายได้ค่อนข้างสูง เช่น จันทบุรี ปทุมธานี นครศรีธรรมราช และชุมพร ส่วนอีกกลุ่มคือจังหวัดที่รายได้ไม่โดดเด่นมาก แต่มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยค่อนข้างต่ำ เช่น อ่างทอง สุโขทัย และยะลา

นั่นหมายความว่า “ความสามารถในการมีเงินเหลือ” ในระดับจังหวัดอาจเกิดได้จากทั้งการสร้างรายได้ที่สูงขึ้นและการมีต้นทุนการดำรงชีวิตที่ไม่สูงตาม แต่ค่าเฉลี่ยยังไม่สามารถบอกความเหลื่อมล้ำภายในจังหวัดได้

จังหวัดหนึ่งอาจมีค่าเฉลี่ยสูงจากครัวเรือนรายได้สูงเพียงบางกลุ่ม ขณะที่ครัวเรือนจำนวนมากมีรายรับและรายจ่ายต่างจากค่าเฉลี่ยอย่างมาก หากต้องการประเมินฐานะของคนทั่วไปจริง ๆ จึงควรดูค่ามัธยฐาน การกระจายรายได้ หนี้สิน และขนาดครัวเรือนประกอบด้วย

ข้อมูลครึ่งแรกของปี 2568 ระบุว่า ครัวเรือนไทยมีรายได้เฉลี่ย 28,151 บาท และค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 21,984 บาท แต่เป็นข้อมูลคนละช่วงเวลากับตารางรายจังหวัดปี 2566 จึงไม่ควรนำมาปะปนเพื่อจัดอันดับ สรุปผลการสำรวจครัวเรือน พ.ศ. 2568

รายชื่อทั้งสิบจึงไม่ได้บอกว่าจังหวัดใดร่ำรวยที่สุดหรือผู้คนอยู่สบายที่สุด แต่ช่วยเปิดให้เห็นอีกมุมหนึ่งว่า รายได้กับค่าครองชีพต้องถูกอ่านควบคู่กัน และตัวเลขที่ดูเหมือน “เงินเหลือ” อาจซ่อนรายละเอียดมากกว่าที่เห็นในครั้งแรก

 

แหล่งที่มา: สำนักงานสถิติแห่งชาติ

อ้างอิง:
รายได้เฉลี่ยต่อเดือนของครัวเรือน รายจังหวัด พ.ศ. 2566
ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือนของครัวเรือน รายจังหวัด พ.ศ. 2566
สรุปผลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน พ.ศ. 2566

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
กฤติน พันธ์ดี's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 44 ครั้ง
โพสท์โดย กฤติน พันธ์ดี
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เหตุใดรัชกาลที่ 6 จึงไม่ทรงโปรดธรรมเนียม “นางร้องไห้”ครูสอนมาเกือบ 30 ปี ถึงกับท้อ! เปิดชนวนเหตุเด็กตอบคำถามสุดล้ำเส้น จนโพสต์ระบายสะเทือนโซเชียลยางรถหมดอายุ ดูจากตรงไหนโดยไม่ต้องถามคนขายชีวิตพลิกผันของหม่อมเจ้าออน เมื่อความรักพาออกจากวังสู่โลกที่ต่างกัน8 ของกินที่หลายคนคิดว่าเป็นอาหารไทย แต่จริง ๆ มีบ้านเกิดอยู่ต่างประเทศแนวทางเลขเด็ด "โก๋ เทวดา" งวด 16 สิงหาคม 2569 รวมเลขเด่นทั้งเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัวคนแซว "ลำไย" อวบขึ้น! นายห้างประจักษ์ชัยตอบชัด เหตุผลคือแบบนี้"วอดส์" เปิดที่มาคำไวรัลสุดงง ทำไมคนในโซเชียลถึงพูดกันเต็มฟีดAI วิเคราะห์สถิติ 20 ปีหวยงวด 16 ส.ค.69 ให้เลขท้าย 2 ตัวเน้นๆ!ชนกันจังๆ "ม้าสีหมอก vs เสือตกถัง" งวด 16 ส.ค. 69 สำนักไหนเด็ด มาเทียบกันชัดๆ!7 เหตุการณ์แปลกที่เกิดขึ้นจริง“หมอปลา” ส่งคำอวยพรวันเกิดถึง “ฮุน เซน” แต่เนื้อหาไม่ใช่คำอวยพร
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
7 เลขที่ออกบ่อยที่สุด ของงวด 16 สิงหาคม ย้อนหลัง 30 ปีเหตุใดรัชกาลที่ 6 จึงไม่ทรงโปรดธรรมเนียม “นางร้องไห้”ครูสอนมาเกือบ 30 ปี ถึงกับท้อ! เปิดชนวนเหตุเด็กตอบคำถามสุดล้ำเส้น จนโพสต์ระบายสะเทือนโซเชียลจากเครื่องบูชาเทพถึงของคุ้มครอง 5 อาหารกับความเชื่อในอดีต“หมอปลา” ส่งคำอวยพรวันเกิดถึง “ฮุน เซน” แต่เนื้อหาไม่ใช่คำอวยพร7 เหตุการณ์แปลกที่เกิดขึ้นจริง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด จัดอันดับ
10 ของที่หลายคนคิดว่าจำเป็น แต่จริง ๆ อยู่ได้โดยไม่ต้องซื้อเมื่อเวลามีค่ากว่าเงิน 9 พฤติกรรมที่หลายคนเลือกตัดออกของแพงไม่ได้ฟุ่มเฟือยเสมอ 7 อย่างที่ซื้อดีแล้วใช้ได้นานรายได้ดีแต่เงินไม่เหลือ? 10 พฤติกรรมที่อาจฉุดเงินเก็บ
ตั้งกระทู้ใหม่