เซ็นเอกสารโดยไม่ได้อ่าน หากเกิดปัญหาภายหลังอ้างว่าไม่รู้เนื้อหาได้หรือไม่
เคยมีคำถามที่ถูกพูดถึงกันอยู่บ่อย ๆ เวลามีคนเซ็นสัญญา เซ็นใบยินยอม หรือเซ็นเอกสารบางอย่าง แล้ววันหนึ่งเกิดปัญหาขึ้นมาว่า ถ้าเราไม่ได้อ่านรายละเอียดตั้งแต่แรก จะสามารถบอกได้ไหมว่าไม่รู้ว่าข้างในเขียนอะไรไว้
หลายคนอาจเคยอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องรีบเซ็นเอกสาร เพราะอีกฝ่ายบอกว่าเป็นขั้นตอนปกติ เป็นเอกสารทั่วไป หรือมีหลายหน้าจนไม่ได้อ่านทุกบรรทัด บางครั้งเป็นเรื่องงาน การซื้อขาย การกู้ยืม หรือการทำธุรกรรมต่าง ๆ พอเวลาผ่านไปกลับพบว่ามีเงื่อนไขบางอย่างที่ทำให้ตัวเองเสียเปรียบ จึงเกิดคำถามว่า การบอกว่าไม่ได้อ่านเอกสาร จะช่วยแก้ปัญหาได้หรือไม่
เรื่องนี้มีคนมองหลายแบบ ฝ่ายหนึ่งมองว่าคนเซ็นควรอ่านเอกสารก่อนทุกครั้ง เพราะลายเซ็นเป็นการแสดงว่ารับทราบและยอมรับข้อความในเอกสารนั้นแล้ว ถ้าเซ็นไปโดยไม่ได้อ่าน อาจถูกมองว่าเป็นความประมาทของผู้เซ็นเอง
อีกฝ่ายก็มีมุมมองว่า ในชีวิตจริงไม่ใช่ทุกคนจะมีความรู้ด้านกฎหมายหรือเข้าใจภาษาทางเอกสาร บางเอกสารใช้คำที่ซับซ้อนมาก แม้อ่านครบทุกหน้าอาจยังไม่เข้าใจว่าผลที่ตามมาคืออะไร โดยเฉพาะเอกสารที่เกี่ยวข้องกับสัญญาขนาดใหญ่หรือเงื่อนไขทางธุรกิจ
ตามหลักทั่วไปของการทำสัญญา การลงชื่อในเอกสารมักมีน้ำหนักว่าผู้เซ็นตกลงกับข้อความที่อยู่ในนั้นแล้ว การบอกภายหลังว่าไม่ได้อ่าน อาจไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้เอกสารไม่มีผลทันที เพราะกฎหมายไม่ได้ถือว่าการไม่อ่านเป็นข้อยกเว้นเสมอไป
แต่ในบางกรณี รายละเอียดของเหตุการณ์อาจมีผลต่อการพิจารณา เช่น มีการหลอกลวง มีการปกปิดข้อมูล มีการทำให้เข้าใจผิด หรือมีเงื่อนไขบางอย่างที่อีกฝ่ายไม่ได้เปิดเผยอย่างเหมาะสม เรื่องเหล่านี้อาจทำให้ต้องพิจารณารายละเอียดของการทำสัญญาแต่ละครั้ง
ตัวอย่างเช่น คนหนึ่งได้รับเอกสารให้เซ็นโดยบอกว่าเป็นเพียงแบบฟอร์มทั่วไป แต่ภายหลังพบว่ามีข้อความเกี่ยวกับการยอมรับภาระหนี้จำนวนมาก กรณีลักษณะนี้อาจมีคำถามต่อไปว่า ก่อนเซ็นนั้นมีการอธิบายข้อมูลครบถ้วนหรือไม่ อีกฝ่ายมีเจตนาให้เข้าใจผิดหรือเปล่า และผู้เซ็นมีเหตุผลอะไรที่ทำให้ไม่ได้ตรวจสอบเอกสาร
ขณะเดียวกัน ถ้าเป็นกรณีที่เอกสารถูกส่งมาให้อ่าน มีเวลาเพียงพอ และไม่มีการปิดบังข้อมูล แต่ผู้เซ็นเลือกไม่อ่านเอง การอ้างว่าไม่ทราบรายละเอียดภายหลังอาจทำได้ยากขึ้น เพราะอีกฝ่ายอาจมองว่าผู้เซ็นมีโอกาสตรวจสอบก่อนตัดสินใจแล้ว
สิ่งที่หลายคนมักมองข้ามคือ การเซ็นชื่อไม่ได้เป็นเพียงขั้นตอนเล็ก ๆ บนกระดาษ แต่เป็นการยืนยันว่าตัวเองรับรู้และยอมรับสิ่งที่เขียนอยู่ในเอกสารนั้น การใช้เวลาอ่าน ทำความเข้าใจ หรือสอบถามข้อสงสัยก่อนเซ็นจึงเป็นเรื่องที่ช่วยลดปัญหาในอนาคตได้มาก
ถ้าเจอเอกสารที่ไม่เข้าใจ ไม่จำเป็นต้องรีบเซ็นทันที การขอเวลาอ่าน การขอคำอธิบายจากอีกฝ่าย หรือปรึกษาคนที่มีความรู้ด้านกฎหมาย อาจช่วยให้เห็นรายละเอียดที่มองข้ามไปได้
สุดท้ายแล้ว กรณีเซ็นเอกสารโดยไม่ได้อ่านแล้วเกิดปัญหา คำตอบไม่ได้มีเพียงแค่ว่าใครผิดหรือใครถูก เพราะแต่ละเหตุการณ์มีรายละเอียดแตกต่างกัน ทั้งเรื่องรูปแบบเอกสาร วิธีการนำเสนอข้อมูล และสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนการเซ็น หลายคนจึงใช้เรื่องนี้เป็นบทเรียนว่า ก่อนวางลายเซ็นลงบนกระดาษ ควรให้เวลากับสิ่งที่กำลังยอมรับอยู่เสมอ
3 จังหวัดที่ถูกพูดถึงว่ามีคนถูกรางวัลที่ 1 บ่อยที่สุด
เลข 67 คืออะไร ทำไมเด็กเจนใหม่พูดกันทุกวัน
ศัพท์ไวรัล “สลิ้งแตก” คืออะไร? เปิดความหมายและที่มาของคำฮิตบนโซเชียล
อีก 5 ปี ราคาน้ำมันไทยจะถูกลงหรือแพงขึ้น? มอง 3 แนวโน้มที่อาจเกิดขึ้น
สถิติหวยออก ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 16 กรกฎาคม
แนวโน้มราคาทองคำอีก 5 ปีข้างหน้า ปี 2574 อาจอยู่ที่เท่าไร
10 รถจักรยานยนต์ยอดนิยมยุค 90 ที่คนไทยยังจำได้
“กินคาวไม่กินหวาน” ทำไมถึงถูกมองว่า “สันดานไพร่”
Plage de Meaux หาดทรายริมแม่น้ำใกล้ปารีส พิกัดคลายร้อนเมืองโม
เขตของเมืองกรุงเทพมหานคร ที่ประชากรมีรายได้เฉลี่ยน้อยที่สุด
เชือกสีแดงบนไหล่ตำรวจ คืออะไร และมีไว้ใช้ทำหน้าที่อะไร?
ความเชื่อไสยศาสตร์ "อาถรรพ์บาตรแตก" ถือเป็นเรื่องอัปมงคลขั้นสุด
Plage de Meaux หาดทรายริมแม่น้ำใกล้ปารีส พิกัดคลายร้อนเมืองโม
อีก 5 ปี ราคาน้ำมันไทยจะถูกลงหรือแพงขึ้น? มอง 3 แนวโน้มที่อาจเกิดขึ้น
มติศาลรัฐธรรมนูญ พ.ร.ก.กู้เงินพลังงานผ่านฉลุย แม้มีเสียงข้างน้อย 2 คน
สถิติหวยออก ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 16 กรกฎาคม
เขตของเมืองกรุงเทพมหานคร ที่ประชากรมีรายได้เฉลี่ยน้อยที่สุด
ความเชื่อไสยศาสตร์ "อาถรรพ์บาตรแตก" ถือเป็นเรื่องอัปมงคลขั้นสุด



