คิดถึงใครแล้วเขาโทรมา ความบังเอิญนี้เกิดขึ้นได้แค่ไหนในทางสถิติ
เคยมีช่วงเวลาที่นั่งคิดถึงใครบางคนขึ้นมา แล้วไม่กี่นาทีต่อมาโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นสายจากคนคนนั้นพอดี หลายคนเจอเหตุการณ์แบบนี้แล้วรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างเชื่อมโยงกันอยู่ บางคนเรียกว่าใจตรงกัน บางคนมองว่าเป็นลางบอกเหตุ แต่ถ้าเอาเรื่องนี้มาวางบนโต๊ะของสถิติ คำถามที่น่าสนใจก็คือ เหตุการณ์แบบนี้หายากจริงไหม หรือจริง ๆ แล้วมันเกิดขึ้นได้บ่อยกว่าที่เราเคยสังเกต
มนุษย์เรามีความสามารถพิเศษอย่างหนึ่ง คือการจำเรื่องราวที่ทำให้รู้สึกสะดุดใจได้ดี วันไหนคิดถึงเพื่อนแล้วเพื่อนโทรมา เหตุการณ์นั้นจะติดอยู่ในความทรงจำ แต่วันที่คิดถึงใครสักคนแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น เรามักปล่อยผ่านไปโดยไม่ได้เก็บมาเล่าให้ใครฟัง
ลองนึกถึงชีวิตประจำวัน โทรศัพท์ของคนหนึ่งคนอาจมีรายชื่อคนรู้จักหลายสิบหรือหลายร้อยคน ในแต่ละวันเราก็มีความคิดแวบเข้ามามากมาย บางครั้งเป็นคนเก่า เพื่อนร่วมงาน ญาติ หรือคนที่ไม่ได้ติดต่อกันมานาน เมื่อจำนวนความคิดและจำนวนการสื่อสารเพิ่มขึ้น โอกาสที่สองเหตุการณ์จะมาเจอกันในช่วงเวลาใกล้ ๆ กันก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
นักสถิติมักอธิบายเรื่องนี้ผ่านแนวคิดเรื่องความน่าจะเป็น ไม่ใช่การดูแค่เหตุการณ์เดียว แต่ดูจำนวนครั้งที่เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นทั้งหมด ถ้าคนหนึ่งคิดถึงใครสักคนวันละหลายครั้ง และคนรอบตัวมีโอกาสโทรเข้ามาหลายครั้งต่อวัน สักวันหนึ่งก็ย่อมมีจังหวะที่ความคิดกับสายโทรศัพท์มาชนกันพอดี
ตัวอย่างง่าย ๆ คือการโยนเหรียญ แม้โอกาสออกหัวหรือก้อยจะเท่ากัน แต่ถ้าโยนเป็นร้อยเป็นพันครั้ง รูปแบบแปลก ๆ ก็เกิดขึ้นได้ เช่น ออกหัวติดกันหลายครั้ง คนที่เห็นเหตุการณ์นั้นครั้งแรกอาจรู้สึกว่ามันไม่น่าจะเกิด แต่เมื่อจำนวนครั้งมากพอ เรื่องที่ดูพิเศษก็กลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติของตัวเลข
อีกเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวข้องคือสมองของมนุษย์มักมองหาความหมายจากเหตุการณ์ต่าง ๆ เพราะในอดีตการจับความสัมพันธ์รอบตัวเคยช่วยให้มนุษย์เอาตัวรอดได้ เมื่อเห็นร่องรอยบางอย่าง สมองจึงพยายามเชื่อมโยงว่าอะไรเป็นสาเหตุของอะไร แม้บางครั้งสองเรื่องนั้นอาจเกิดขึ้นใกล้กันเพียงเพราะจังหวะบังเอิญ
ไม่ได้หมายความว่าความรู้สึกตอนเจอเหตุการณ์แบบนี้ไม่มีคุณค่า หลายครั้งมันเป็นช่วงเวลาที่ทำให้คนยิ้ม ทำให้นึกถึงความสัมพันธ์ดี ๆ หรือทำให้กลับไปติดต่อคนที่ห่างหายไปนาน ความรู้สึกพิเศษของช่วงเวลานั้นยังคงอยู่ เพียงแต่ความรู้สึกกับคำอธิบายทางสถิติเป็นคนละเรื่องกัน
มีงานศึกษาด้านจิตวิทยาที่พูดถึงแนวโน้มของมนุษย์ในการจดจำเหตุการณ์ที่ตรงกับความเชื่อหรือความรู้สึกของตัวเอง เช่น คนที่เชื่อเรื่องความบังเอิญแบบมีความหมายมักจำเหตุการณ์ที่สนับสนุนความคิดนั้นได้ดี ส่วนเหตุการณ์จำนวนมากที่ไม่ตรงกันมักไม่ได้ถูกนำมาใส่ใจเท่าไร
เรื่องนี้คล้ายกับการมองเห็นเลขเดิมซ้ำ ๆ บนนาฬิกา หลายคนเคยเห็นเวลา 11:11 หรือ 22:22 แล้วรู้สึกว่ามันเกิดขึ้นบ่อย แต่ความจริงเราไม่ได้มองนาฬิกาทุกวินาที และสมองมักเก็บช่วงเวลาที่โดดเด่นไว้มากกว่าช่วงเวลาปกติ
ถ้ามองด้วยสายตาของคนธรรมดา เหตุการณ์คิดถึงใครแล้วเขาโทรมาอาจเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำ เพราะมันเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์และความรู้สึก แต่ถ้ามองด้วยสายตาของตัวเลข มันเป็นผลจากโอกาส จำนวนครั้งของเหตุการณ์ และวิธีที่สมองเลือกจดจำสิ่งต่าง ๆ
บางครั้งความบังเอิญไม่ได้จำเป็นต้องมีคำอธิบายลึกลับเพื่อให้มีความหมาย ชีวิตประจำวันเต็มไปด้วยจังหวะเล็ก ๆ ที่เราไม่คาดคิด การเข้าใจเรื่องสถิติช่วยให้เราเห็นภาพกว้างขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังเก็บความรู้สึกดี ๆ จากช่วงเวลานั้นไว้ได้เหมือนเดิม
สุดท้ายแล้ว เวลามีใครโทรมาในจังหวะที่เรากำลังคิดถึงเขา ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นอาจเป็นรอยยิ้ม ความรู้สึกแบบนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์มนุษย์ เพียงแค่เบื้องหลังของมันอาจไม่ได้มีเพียงเรื่องของโชคชะตา แต่อาจมีตัวเลข โอกาส และธรรมชาติของสมองซ่อนอยู่ด้วย
MySQL ยังไม่ตาย แต่เส้นทางหลัง Oracle ซื้อ Sun เปลี่ยนโลกฐานข้อมูลโอเพนซอร์สอย่างไร
จังหวัดที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทย
ทำงานมานานแต่ยังไม่โต ต้องดูทั้งหัวหน้า เนื้องาน เป้าหมาย และทางที่กำลังเดิน
10 ต้นไม้สวยแต่มีพิษ หลายบ้านปลูกโดยไม่รู้
5 สำนัก เลขตรงกัน “5” ตัวเดียว งวด 16 ส.ค. 69
สังสารวัฏในมุมเมทริกซ์ ทำไมพุทธศาสนามองชีวิตเป็นวงจรที่ต้องเห็นให้ทัน
เลขท้าย 2 ตัวที่ออกเพียงครั้งเดียวในรอบ 20 ปี
เจ๊เดือนร่างปู่มาแล้ว! ปล่อยเลข 2 ตัว 93-39 งวด 16 ส.ค. 69 คอหวยจับตาเลขสลับ
วันพระมีที่มาอย่างไร และทำไมพระสูตรจึงเล่าถึงเทวดาลงมาดูความดีของมนุษย์ทุกปักษ์
จากคัมภีร์ปีศาจถึงหนังสือถอดรหัสไม่ได้ ทำไมมนุษย์ถึงหลงใหลของต้องห้าม
10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด
เลขเล็ก ๆ ที่เราไม่เคยสนใจ อาจไม่ได้เป็นแค่เลขธรรมดา
ประเทศที่คนชอบมาเที่ยวไทยที่สุด มีนักท่องเที่ยวเข้าไทยมากที่สุด


