ผู้ดูแลผู้ป่วยโรคจิตเภทควรดูแลสุขภาพจิตของตัวเองอย่างไร เพราะภาวะหมดไฟเกิดขึ้นได้จริง

การรับมือกับอาการป่วยของคนที่เรารักเป็นเรื่องที่ต้องใช้พลังงานมหาศาล ยิ่งเมื่อต้องเผชิญกับโรคที่ซับซ้อนอย่างจิตเภท หลายคนอาจรู้สึกว่าการทุ่มเทให้เต็มร้อยคือหน้าที่และเครื่องพิสูจน์ของความรัก ความรับผิดชอบต่อเพื่อนมนุษย์หรือคนในครอบครัวมักจะถูกวางไว้เหนือความต้องการส่วนตัวเสมอ จนบางครั้งก็เผลอลืมไปว่าตัวคนดูแลเองก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีขีดจำกัดทางอารมณ์และร่างกายเช่นกัน
บรรยากาศในบ้านที่มีคนป่วยมักจะมีความตึงเครียดแฝงอยู่เสมอ เสียงพูดคุยที่ไม่ปกติ พฤติกรรมที่คาดเดาไม่ได้ หรือแม้แต่ความนิ่งเฉยที่ยาวนานเกินไป สิ่งเหล่านี้หล่อหลอมความกังวลให้กลายเป็นความเหนื่อยล้าสะสม พอกินเวลานานเข้าโดยไม่ได้ระบายออกมา ความรู้สึกหดหู่หรือภาวะหมดไฟก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป มันมักจะค่อยๆ คืบคลานเข้ามาโดยที่เราไม่ทันตั้งตัว ความรู้สึกท้อแท้เริ่มเข้ามาแทนที่ความตั้งใจดี ความหงุดหงิดง่ายเริ่มเข้ามาแทนความเห็นอกเห็นใจ และเมื่อถึงจุดหนึ่งอาจจะรู้สึกว่าตัวเองเริ่มไม่เป็นตัวเอง
การอนุญาตให้ตัวเองได้พักไม่ใช่เรื่องเห็นแก่ตัว การจัดตารางเวลาเพื่อมีพื้นที่ส่วนตัววันละเล็กวันละน้อยอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยต่อลมหายใจได้ บางทีการหาเวลาออกไปเดินเล่นในสวนใกล้บ้าน หรือแค่ได้นั่งดื่มน้ำชาสักแก้วโดยไม่ต้องคิดถึงเรื่องการกินยาหรืออาการของผู้ป่วย อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อยมากในสายตาคนอื่น แต่ในวันที่ต้องแบกความรับผิดชอบที่หนักอึ้ง สิ่งเล็กๆ เหล่านี้กลับมีค่ามหาศาล เพราะมันคือช่วงเวลาที่จิตใจได้ถอยออกมาตั้งหลัก
การหาพื้นที่ปลอดภัยในการระบายความรู้สึกก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน หลายคนเก็บงำความทุกข์ไว้เพียงลำพังด้วยความกลัวว่าคนอื่นจะมองไม่ดี หรือกลัวคนป่วยจะรู้สึกไม่สบายใจ แต่การได้มีใครสักคนที่พร้อมรับฟังอย่างเข้าใจโดยไม่ตัดสิน หรือการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับกลุ่มคนที่มีสถานการณ์ใกล้เคียงกัน จะทำให้เห็นว่าปัญหาที่เผชิญไม่ได้แปลกประหลาด และเราไม่ได้สู้อยู่คนเดียวบนโลกนี้ การได้ปลดปล่อยความคิดที่อัดอั้นออกมาบ้าง ช่วยลดแรงกดดันในอกได้มาก
ในวันที่ทุกอย่างดูหนักหนาเกินกว่าจะรับไหว การมองหาตัวช่วยจากผู้เชี่ยวชาญไม่ใช่เรื่องที่น่าอาย แต่เป็นการแสดงถึงความฉลาดในการประเมินสถานการณ์ การปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาเพื่อดูแลสุขภาพใจตัวเอง เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด เพราะถ้าคนดูแลพังลงไปเสียก่อน การจะช่วยประคับประคองผู้ป่วยให้ดีขึ้นนั้นย่อมเป็นไปได้ยากขึ้นไปอีก
บางครั้งเราอาจต้องยอมรับความจริงว่า เราไม่สามารถควบคุมอาการป่วยของผู้ป่วยได้เบ็ดเสร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ ความคาดหวังที่สูงเกินไปต่อการรักษาหรือต่อตัวผู้ป่วยมักจะย้อนกลับมาทิ่มแทงเราเอง การยอมรับในขีดจำกัดของตัวเองและของสถานการณ์ อาจช่วยลดความขมขื่นลงได้บ้าง การพยายามทำวันนี้ให้ดีที่สุดในส่วนที่ทำได้ โดยไม่โทษตัวเองหากผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามหวัง คือวิธีถนอมหัวใจตัวเองที่ยั่งยืนที่สุด
ลองสำรวจตัวเองดูบ้างในแต่ละวัน ว่าความสุขเล็กน้อยของตัวเองยังหลงเหลืออยู่บ้างไหม ไม่ว่าจะเป็นการได้ดูรายการโปรด การได้คุยกับเพื่อน หรือการทำกิจกรรมที่เคยชอบ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตาม สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เรากลายเป็นคนดูแลที่ไม่ดี แต่จะทำให้เรามีพลังเหลือพอที่จะดูแลคนที่เรารักต่อไปได้ยาวนานขึ้น ความเมตตาต่อผู้อื่นเป็นเรื่องประเสริฐ แต่การเริ่มฝึกมีความเมตตาต่อตัวเองก่อน ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่มองข้ามไม่ได้เช่นกัน ในเมื่อชีวิตมีขึ้นมีลงเสมอ ก็ขอให้ใช้ชีวิตวันต่อวันไปอย่างไม่เร่งรีบและใจดีกับตัวเองบ้าง
เปิดรายได้ต่อเดือน ช่อง YouTube ฮลุน โซโล่ (Hlun Solo)
ฟอสซิลจากจีนเผยให้เห็นอวัยวะภายในของสัตว์เลื้อยคลานทะเลดึกดำบรรพ์
มีผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวในญี่ปุ่น มากถึง 23 ราย!!
ชาติที่นิยมกินข้าวเหนียวของไทยมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก
ตำนานอดัมกับอีฟ จุดเริ่มต้นของมนุษย์ตามคัมภีร์
มนุษย์ยุคหินเอาชีวิตรอดจากฝนที่ตกติดต่อกันนาน ๆ ได้อย่างไร
เมื่อยูทูบเบอร์เสียชีวิต ลิขสิทธิ์คลิปและช่อง YouTube ตกเป็นของใคร?
ลอตเตอรี่ขายไม่หมดไปไหน? เปิดเบื้องหลังที่หลายคนสงสัยมานาน
7 จังหวัดที่คนมัก "ขับผ่าน" แต่ถ้าแวะ...อาจหลงรักจนอยากกลับไปอีก
แท็กซี่ทำไมต้องมีหลายสี
เเนวทาง "ซุปเปอร์ เฮง เฮง" 1/8/69
วิจารณ์หนัก!! หลังคลิปหนุ่มเลียเท้าคอสเพลย์เยอร์สาว และ ดื่มน้ำแช่เท้าในที่สาธารณะ กลายเป็นไวรัล
ถนนในประเทศไทยที่น่ากลัวที่สุด เสี่ยงอันตรายมากที่สุดในการขับขี่
6 ชุมชนที่อนุรักบ้านเก่าได้ดีที่สุดในประเทศไทย เสน่ห์แห่งอดีตที่ยังมีชีวิต


