หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมเราไม่สามารถเกษียณด้วยบิตคอยน์ แต่อสังหาฯ ทำได้?

โพสท์โดย doctorsopon

        ทำไมเราไม่สามารถเกษียณด้วยบิตคอยน์ได้? เพราะการเกษียณที่แท้จริงต้องมีรายได้โดยไม่ต้องขายทรัพย์สิน แต่อสังหาริมทรัพย์นั้นค่อยๆ เติบโตและเป็นรากฐานสำคัญเพื่อความมั่งคั่ง

            ความเชื่อของกลุ่มผู้ถือครองบิตคอยน์ ที่ว่าสินทรัพย์ดิจิทัลนี้จะกลายเป็นฐานรากหลักในการเกษียณอายุและเลี้ยงดูพวกเขายามเกษียณ มักตั้งอยู่บนสมมุติฐานที่ว่าบิตคอยน์ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยทบต้นต่อปี (Compound Annual Growth Rate: CAGR) สูงถึง 200% โดยดูจากสถิติในอดีต ซึ่งพวกเขาใช้ตัวเลข 200% นี้เป็นทฤษฎีอ้างอิง ทำให้เกิดภาพมายาภาพว่าพอร์ตการลงทุนจะเติบโตเป็นทวีคูณอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

            แต่ความจริงก็คือ ตัวเลข 200% CAGR โดยนับจากราคาปีแรกๆ ที่มีการซื้อขายในตลาดคือความเข้าใจผิดที่อันตราย เนื่องจากเป็นการคำนวณจากฐานที่เกือบเป็นศูนย์ ($0.0008 ในปี 2010) สินทรัพย์ทุกประเภทในโลกล้วนอยู่ภายใต้ กฎแห่งตัวเลขจำนวนมาก (Law of Large Numbers) เมื่อมูลค่าตลาด (Market Capitalization) ของบิตคอยน์ ขยายตัวจนพุ่งทะลุล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ อัตราการเติบโตจะเกิดสภาว ผลตอบแทนลดน้อยถอยลง (Diminishing Returns) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เหมือนสินทรัพย์อื่นๆ สถิติเชิงประจักษ์ชี้ชัดว่า อัตราเติบโตของบิตคอยน์ กำลังลดความเร็วลงในทุกรอบวัฏจักร (Cycle CAGR):

 

มายาภาพแผนเกษียณ 25 ปี กับความจริงของการกัดกร่อน 'ฐานทรัพย์'

            ในโลกการวางแผนการเงิน มักมีการอ้างถึง "กฎ 4%" (The 4% Rule) ซึ่งระบุว่าหากเราถอนเงินออกมาใช้ปีละ 4% ของมูลค่าพอร์ตเริ่มต้น พอร์ตนั้นจะสามารถค้ำจุนชีวิตเราได้ขั้นต่ำ 25 ปีจนถึงวันตาย กลุ่มคนที่สะสมบิตคอยน์ 100% เลยทึกทักกันเอาเองว่าพวกเขาสามารถใช้กฎนี้ได้ และจะเหลือมรดกจำนวนมหาศาลไว้ส่งต่อให้ทายาท

แต่ในความเป็นจริง เมื่อคนที่สะสมบิตคอยน์ 100% และตัดสินใจหยุดทำงาน พวกเขาอาจจะอยู่ไม่ถึงแผนเกษียณ 25 ปีด้วยซ้ำ อย่าว่าแต่จะส่งต่อเป็นมรดกเลย

            เหตุผลเพราะโครงสร้างของบิตคอยน์ไม่มีกลไกภายในที่สร้างผลผลิตได้ด้วยตัวเอง (Zero Yield) ตัวระบบไม่มีค่าเช่า ไม่มีเงินปันผล เมื่อผู้เกษียณหยุดทำงานและไม่มีรายได้ใหม่เข้ามาเติม ระบบนี้จะเปลี่ยนสภาพเป็นแบบจำลองการทยอยขายทุนเพื่อใช้ชีวิต” (Slow Liquidation Model) หรือการ “ขายกิน” ที่ต้องหั่นเนื้อสินทรัพย์ออกไปทีละส่วน ทุกครั้งที่กดปุ่มถอนเงิน “ฐานทรัพย์” (Asset Base) จะถูกหักลบ (Deduct) ออกไปในเชิงปริมาณทันที

            บิตคอยน์ไม่ได้เลี้ยงเจ้าของ เจ้าของต่างหากที่ต้องเฉือนบิตคอยน์ ออกมาขายเพื่อเลี้ยงตัวเอง อีก 14 ปีข้างหน้าเมื่อเข้าสู่ยุคผลตอบแทนอิ่มตัวที่ 5–10% การถอนเงินใช้โดยใช้ "กฎ 4%" กับพอร์ตการลงทุนที่ถือครองบิตคอยน์ 100% ได้นั้น มองข้ามปัจจัยชี้ขาดในทางวิศวกรรมการเงิน นั่นคือ ความผันผวนระดับสุดขั้ว (Extreme Volatility) สินทรัพย์ดิจิทัลนี้มีการปรับฐานในระดับ -50% ถึง -75% เป็นเรื่องปกติในทุกตลาดหมี (Crypto Winter) เมื่อผู้เกษียณอายุไม่มีกระแสเงินสดจากแหล่งอื่นเข้ามาจุนเจือ ความผันผวนนี้จะแปรสภาพเป็น วงจรอุบาทว์ของการทำลายฐานทุนถาวร (Sequence of Returns Risk) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

โศกนาฏกรรมของสินทรัพย์ที่ไร้ค่าเช่า

            ถ้าหากบิตคอยน์คือทองคำดิจิทัล ประวัติศาสตร์ก็ได้แสดงถึงโศกนาฎกรรมให้เห็นมาก่อนหน้านี้แล้วเป็นร้อยปี  ในช่วงเวลาที่เปลวเพลิงแห่งสงครามและการปฏิวัติกวาดล้างทวีปยุโรป ขุนนางชาวรัสเซียและออสเตรีย-ฮังการีจำนวนมากต้องละทิ้งมาตุภูมิพร้อมกับสิ่งที่พวกเขาเชื่อว่าเป็น "ความมั่งคั่งอันเป็นสากลและเคลื่อนย้ายได้ง่ายที่สุด" บางตระกูลเย็บเพชรพลอยซ่อนไว้ในสาบเสื้อโค้ท บางตระกูลหลอมทองคำแท่งฝังไว้ใต้ดิน สินทรัพย์เหล่านั้นมีคุณลักษณะเพียบพร้อมในแบบที่กลุ่มผู้นิยมสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างบิตคอยน์ถวิลหา: มันหายาก มีอุปทานจำกัด พกพาสะดวก มีมูลค่าร่วมเป็นสากล

            ทว่า ผลลัพธ์ในอีกไม่กี่ทศวรรษต่อมากลับน่าใจหาย ทายาทรุ่นลูกรุ่นหลานของ Count และ Baron ผู้เคยปกครองแว่นแคว้น กลับต้องกลายมาเป็นคนขับแท็กซี่ในกรุงปารีส หรือพนักงานเสิร์ฟในกรุงลอนดอน ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะพวกเขาขาดสติปัญญาหรือเกียจคร้าน แต่เป็นเพราะ "ทองคำและเพชรพลอยไม่เคยทำงาน" มันเป็นสินทรัพย์ที่ไร้ผลิตผล (Non-Yielding Asset) ที่นอนนิ่งอยู่ในหีบสมบัติ แม้ทั้งทองและเพชรพลอยเหล่านี้จะมีราคาเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ทุกปีที่ผ่านไปท่ามกลางค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ค่ารักษาพยาบาล และค่าอาหาร พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตัดเฉือนเนื้อสินทรัพย์ถาวรออกขายเพื่อประทังชีพ ฐานทุนถาวร (Principal Capital) จึงหดตัวลงทุกวันล้อไปกับอายุขัยของเจ้าของ และนี่คือสัจธรรมข้อเดียวกันกับที่บิตคอยน์กำลังจะมอบให้แก่ผู้เกษียณอายุในศตวรรษที่ 21

 

เส้นทางที่แตกต่างของอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์

            ในยุคสมัยเดียวกัน เส้นทางของการกักเก็บความมั่งคั่งอีกรูปแบบหนึ่งกลับให้ผลลัพธ์ที่ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง John Jacob Astor เริ่มต้นกว้านซื้อที่ดินทุกแปลงบนเกาะแมนแฮตตันเท่าที่จะหาทุนได้ แล้วสถาปนากลยุทธ์ที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง นั่นคือ "การถือครองกรรมสิทธิ์ถาวรและปล่อยเช่า" เขาใช้ระบบ Ground Lease ที่รักษาความเป็นเจ้าของในที่ดินไว้ตลอดกาล แต่เปิดโอกาสให้ทุนภายนอกเป็นผู้เสี่ยงขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสร้างอาคารบนที่ดินนั้น โดยมีหน้าที่ส่งมอบค่าเช่ากลับมาให้เขารายปี ก่อนที่ Astor จะสิ้นลมหายใจ คำประกาศที่สะท้อนวิสัยทัศน์ของเขาคือ “ความเสียใจเพียงสิ่งเดียวในชีวิต คือการไม่ได้ซื้อเกาะแมนแฮตตันไว้ทั้งหมด”

            เช่นเดียวกับตระกูล Grosvenor เจ้าของที่ดิน Mayfair และ Belgravia ในใจกลางกรุงลอนดอน ที่ถือครองอสังหาริมทรัพย์ผืนนี้มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ตลอดระยะเวลากว่า 300 ปีที่ผ่านมา พวกเขาไม่เคยขายที่ดินออกไปแม้แต่ตารางเมตรเดียว ทว่าปล่อยให้ "กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการทำมาหากินของมนุษย์หลายล้านคน" ในลอนดอน ทำหน้าที่ผลิตกระแสเงินสดและจ่ายค่าเช่ากลับคืนสู่ตระกูลข้ามเจเนอเรชัน Hugh Grosvenor ทายาทรุ่นปัจจุบัน รับช่วงมรดกผืนนี้ในวัยเพียง 25 ปี และก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในสหราชอาณาจักรทันที โดยไม่จำเป็นต้องทำสิ่งใดมากไปกว่าการรักษาฐานทรัพย์ที่บรรพบุรุษส่งต่อมา

 

บทสรุป

            การเกษียณอายุที่แท้จริงและยั่งยืนข้ามรุ่น ต้องการสินทรัพย์ที่ทำหน้าที่เป็นแท่นผลิตกระแสเงินสดที่คาดการณ์ได้ ไม่ใช่ระบบที่ตั้งอยู่บนความหวังว่าจะมีคนมาซื้อต่อในราคาที่แพงกว่า (Greater Fool Theory)

อสังหาริมทรัพย์คุณภาพสูงที่มีผู้เช่าจริง คุ้มครองฐานทรัพย์หลักไม่ให้ถูกหักลบ และใช้ประโยชน์จากโครงสร้าง Positive Carry ในการเติบโตไปพร้อมกับระบบเศรษฐกิจ ในขณะที่ บิตคอยน์, ทองคำ หรือเพชรพลอย เป็นสินทรัพย์ที่บีบให้เจ้าของต้องทำลายฐานทุนของตัวเองลงไปเรื่อย ๆ ในทุกวันที่มีชีวิตอยู่

            “สินทรัพย์ที่แท้จริงสำหรับการเกษียณ ไม่ใช่สินทรัพย์ที่หวังว่าจะมีคนซื้อแพงขึ้นในอนาคต แต่คือสินทรัพย์ที่เลี้ยงเจ้าของได้ โดยไม่ต้องขายตัวมันเอง

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: https://www.area.co.th/t/10295
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
doctorsopon's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 22 ครั้ง
โพสท์โดย doctorsopon
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
3 จังหวัดที่ถูกพูดถึงว่ามีคนถูกรางวัลที่ 1 บ่อยที่สุดเชือกสีแดงบนไหล่ตำรวจ คืออะไร และมีไว้ใช้ทำหน้าที่อะไร?AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 256910 รถจักรยานยนต์ยอดนิยมยุค 90 ที่คนไทยยังจำได้ไข่ใบเล็กแต่สารอาหารแน่น ทำไมถึงเป็นอาหารใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้ามเคล็ดลับเก็บฝากระติกน้ำพลาสติก ไม่ต้องวางหงายหรือคว่ำให้เปื้อนฝุ่นสลักใต้กระจกมองหลังในรถยนต์ มีไว้ทำไม ไม่ได้มีแค่เอาไว้ห้อยพระจังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ที่โดดเด่นเรื่องนางงามมากที่สุดสูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 16/7/69รู้หรือไม่ จระเข้พุ่งขึ้นจากน้ำได้ด้วยแรงหางอันทรงพลัง“กินคาวไม่กินหวาน” ทำไมถึงถูกมองว่า “สันดานไพร่”กินมานานอาจยังสงสัย “อะโวคาโด” จริง ๆ แล้วเป็นผักหรือผลไม้?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สลักใต้กระจกมองหลังในรถยนต์ มีไว้ทำไม ไม่ได้มีแค่เอาไว้ห้อยพระรู้หรือไม่ จระเข้พุ่งขึ้นจากน้ำได้ด้วยแรงหางอันทรงพลังไข่ใบเล็กแต่สารอาหารแน่น ทำไมถึงเป็นอาหารใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้ามปลา Pacific Stargazer นักล่าก้นทะเลที่ซ่อนตัวเก่งและปล่อยไฟฟ้าได้เคล็ดลับเก็บฝากระติกน้ำพลาสติก ไม่ต้องวางหงายหรือคว่ำให้เปื้อนฝุ่นมีเซ็กส์บ่อยแค่ไหน ถึงเรียกว่าความสัมพันธ์ยังดีอยู่?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด บ้าน คอนโด ที่ดิน
ทำไมห้องเช่ายุคนี้ ปล่อยไว้เฉย ๆ อาจไม่ทำเงินเหมือนก่อนรางวัลอสังหาฯ นานาชาติ ช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือและน่าซื้อทำเลทองไม่การันตีรายได้อีกต่อไป? เบื้องหลังตึกแถวที่เริ่มว่างทั้งถนนตลาดอสังหาฯ กระเตื้องในเดือนพฤษภาคม 2569
ตั้งกระทู้ใหม่