ค้างหนี้ กยศ. อย่าเพิ่งหนีปัญหา ทำ 5 ข้อนี้ก่อนบานปลาย
หลายคนที่กู้ยืมเงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. อาจเคยเจอสถานการณ์ที่รายได้ไม่พอ ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น หรือเกิดเหตุไม่คาดฝัน จนไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด
หากกำลังเจอปัญหานี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าปล่อยให้หนี้ค้างโดยไม่ทำอะไรเลย เพราะยิ่งปล่อยไว้นาน อาจทำให้ยอดค้างสะสมมากขึ้น และอาจนำไปสู่ขั้นตอนติดตามหนี้หรือการดำเนินคดีในภายหลัง
เรื่องหนี้ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นเรื่องที่ต้องรีบจัดการให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้
1. ติดต่อ กยศ. ทันที
หากรู้ตัวว่าจะชำระไม่ทัน ควรรีบติดต่อ กยศ. เพื่อแจ้งปัญหาและสอบถามแนวทางช่วยเหลือที่มีอยู่ เช่น การปรับโครงสร้างหนี้ การขอผ่อนผัน หรือแนวทางการผ่อนชำระที่เหมาะสมกับความสามารถในการจ่าย
หลายคนมักรอให้มีเงินครบก่อนค่อยติดต่อ แต่ในหลายกรณี การแจ้งปัญหาตั้งแต่เนิ่น ๆ อาจช่วยให้มีทางเลือกมากกว่าการปล่อยให้กลายเป็นหนี้ค้างสะสม
ก่อนติดต่อ ควรเตรียมข้อมูลพื้นฐานไว้ให้พร้อม เช่น เลขบัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ที่ใช้งานได้จริง รายละเอียดรายได้ ค่าใช้จ่าย และยอดที่พอชำระได้ในช่วงนั้น
2. จ่ายเท่าที่มีก่อน ดีกว่าไม่จ่ายเลย
แม้จะยังไม่มีเงินพอจ่ายเต็มจำนวน การเริ่มชำระบางส่วนยังดีกว่าไม่ชำระเลย เพราะอย่างน้อยแสดงให้เห็นว่ายังพยายามรับผิดชอบต่อหนี้ของตนเอง
แต่ไม่ควรจ่ายไปเงียบ ๆ แล้วคิดว่าปัญหาจะจบเอง ควรติดต่อหรือแจ้ง กยศ. ให้รับทราบสถานการณ์ด้วย เพื่อสอบถามว่ายอดที่ชำระบางส่วนนั้นจะถูกนำไปตัดอย่างไร และยังต้องดำเนินการอะไรเพิ่มเติมหรือไม่
สิ่งที่ควรจำคือ การจ่ายบางส่วนช่วยลดภาระได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้แปลว่าจะทำให้สถานะหนี้กลับมาเป็นปกติทันทีในทุกกรณี จึงควรตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนเสมอ
3. ทำแผนรายรับ-รายจ่ายแบบจริงจัง
เมื่อต้องจ่ายหนี้ แต่เงินในแต่ละเดือนตึงมือ สิ่งแรกที่ควรทำคือจดรายรับและรายจ่ายทั้งหมดออกมาให้เห็นชัด ๆ
ลองแยกค่าใช้จ่ายเป็น 3 กลุ่มง่าย ๆ
ค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ
ค่าใช้จ่ายที่ลดได้ เช่น ค่าสมาชิกแอป ค่าอาหารนอกบ้าน ค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย
ภาระหนี้ เช่น หนี้ กยศ. บัตรเครดิต สินเชื่อ หรือหนี้ส่วนตัว
เมื่อเห็นภาพรวมแล้ว จะช่วยให้รู้ว่าควรตัดตรงไหนก่อน และควรกันเงินไว้สำหรับชำระหนี้เท่าไหร่ในแต่ละเดือน
หากรายได้ยังไม่แน่นอน อาจเริ่มจากยอดที่จ่ายไหวจริง ไม่ใช่ยอดที่คิดว่าจะจ่ายไหว เพราะถ้าวางแผนเกินกำลัง สุดท้ายอาจกลับไปค้างชำระอีก
4. อย่ากู้หนี้นอกระบบมาปิดหนี้ กยศ.
แม้การกู้เงินนอกระบบมาปิดหนี้เดิมจะดูเหมือนเป็นทางออกที่รวดเร็ว แต่ในความเป็นจริงมักทำให้ปัญหาหนักกว่าเดิม
หนี้นอกระบบมักมีดอกเบี้ยสูง เงื่อนไขไม่ชัดเจน และอาจมีแรงกดดันจากการทวงหนี้ที่กระทบชีวิตประจำวันมากกว่าหนี้เดิมหลายเท่า
หากจำเป็นต้องหาเงินมาหมุน ควรหลีกเลี่ยงแหล่งเงินกู้ที่ไม่มีสัญญาชัดเจน ไม่บอกอัตราดอกเบี้ยตรงไปตรงมา หรือเร่งให้โอนเงินค่าดำเนินการก่อน เพราะอาจเสี่ยงเจอมิจฉาชีพได้
5. มองหาช่องทางเพิ่มรายได้
หากตัดรายจ่ายแล้วก็ยังไม่พอ อาจต้องมองหาช่องทางเพิ่มรายได้ชั่วคราว เช่น รับงานพาร์ตไทม์ งานออนไลน์ งานฟรีแลนซ์ ขายของ หรือรับงานเสริมตามทักษะที่มี
ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากงานใหญ่เสมอไป รายได้เสริมเล็ก ๆ แต่สม่ำเสมอ อาจช่วยให้มีเงินพอแบ่งไปชำระหนี้ และลดความกดดันในแต่ละเดือนได้
สิ่งสำคัญคืออย่าใช้รายได้เสริมทั้งหมดไปกับค่าใช้จ่ายใหม่ ควรกำหนดไว้เลยว่าเงินส่วนหนึ่งจะถูกกันไว้สำหรับหนี้ กยศ.
เช็กสั้น ๆ ก่อนปล่อยให้หนี้ค้าง
หากเริ่มจ่ายไม่ไหว ลองเช็กตัวเองตามนี้
รู้ยอดหนี้และวันครบกำหนดชำระล่าสุดหรือยัง
เคยเข้าไปตรวจสอบข้อมูลผ่านช่องทางของ กยศ. แล้วหรือไม่
มีเบอร์ติดต่อและอีเมลที่ยังใช้งานได้จริงหรือเปล่า
พอจะจ่ายบางส่วนได้เดือนละเท่าไหร่
มีค่าใช้จ่ายใดที่ลดได้ทันทีในเดือนนี้หรือไม่
เคยติดต่อสอบถามเรื่องผ่อนผันหรือปรับโครงสร้างหนี้แล้วหรือยัง
ถ้ายังไม่รู้คำตอบหลายข้อ แปลว่าควรเริ่มจากการตรวจสอบข้อมูลของตัวเองก่อน อย่ารอให้มีหนังสือแจ้งเตือนหรือมีคนติดต่อมาทวงถามแล้วค่อยเริ่มจัดการ
อย่าปล่อยให้ความกังวลทำให้ไม่กล้าติดต่อ
หลายคนเลือกหลีกเลี่ยงการติดต่อ เพราะกลัว อาย หรือคิดว่าตัวเองไม่มีทางจ่ายไหวอยู่ดี แต่ในความเป็นจริง การรีบประสานงานกับ กยศ. ตั้งแต่เริ่มมีปัญหา มักช่วยให้มีทางออกที่ดีกว่าการปล่อยให้หนี้ค้างสะสม
การกู้ยืมเพื่อการศึกษาเป็นโอกาสที่ช่วยให้หลายคนได้เรียนต่อ เมื่อถึงเวลาชำระ หากเกิดปัญหาทางการเงินจริง ๆ การวางแผนและสื่อสารกับ กยศ. อย่างตรงไปตรงมา คือวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาวินัยทางการเงิน และลดผลกระทบที่อาจตามมาในอนาคต
จำไว้ว่า ปัญหาหนี้ยิ่งรีบคุย ยิ่งมีโอกาสจัดการได้ง่ายกว่าเดิม
อ้างอิง:
https://www.studentloan.or.th/th/highlight/1548321901
https://www.studentloan.or.th/th/highlight/1548649297
https://www.studentloan.or.th/th/news/1732090104
eSIM กับซิมธรรมดา: ต่างกันแค่แผ่นพลาสติก แต่ย้ายเครื่องต่างกันมาก
เปิด 10 อำเภอที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่ราคาประเมินเริ่มเพียง 10,000 บาทต่อไร่
ปิงปองเพชรกล้า น้องนำโชค งวด 1 พ.ย. 69 เปิดเลขลูกบอลเด่น พร้อมชุด 2 ตัวจากงวดที่ 176
ไทยเด้ง หลวงพี่โต้ง งวด 1 พ.ย. 2569 ถอดใบแนวทางเลขเขียนมือ แยกชุด 3 ตัว เลขวงกลม และเลขวิ่ง
OpenAI เตรียมเปิดฟีเจอร์ Sign In with ChatGPT
สาเหตุที่ทำให้เราแสบจมูก เพราะเหตุใด?
เหรียญเงินบาทไทยที่ถูกผลิต น้อยที่สุด และหายากมาก ที่สุดในปัจจุบัน
ทำไมโนบิตะและเพื่อนๆ ถึงไม่ใส่ชุดนักเรียนไปโรงเรียน?
แฮกเกอร์จีนใช้ช่องโหว่ Zero-Day บน Chrome และ Windows เพื่อปล่อยมัลแวร์
รวมแนวทางเลขดังงวด 1 พ.ย. 69 แม่น้ำหนึ่ง คำชะโนด ม้าสีหมอก และเลขมงคลวันสำคัญ
เลขเด็ด เลขมาเเรง เลขดัง "รวมหวยเด็ดสำนักดัง" งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569
หมอจีนสมัยหมิงอาจใช้สารพิษจากพืชเป็นยาชาก่อนผ่าตัดจริงหรือ?
ชาวเน็ตแห่ผวน ไวรัล ‘ป้ายร้านข้าวต้ม’ ตั้งชื่อภาษาจีน 3 คำ ดูเหมือนเป็นชื่อปกติ แต่พอผวนเท่านั้นแหละ คิดดีไม่ได้เลย
หมอจีนสมัยหมิงอาจใช้สารพิษจากพืชเป็นยาชาก่อนผ่าตัดจริงหรือ?
ปฏิบัติการคาวบอยพาม้าลิปิซซาเนอร์เกือบ 400 ตัวไปยังเขตปลอดภัยของฝ่ายสหรัฐฯ ได้อย่างไร?
eSIM กับซิมธรรมดา: ต่างกันแค่แผ่นพลาสติก แต่ย้ายเครื่องต่างกันมาก
เลขเด็ด เลขมาเเรง เลขดัง "รวมหวยเด็ดสำนักดัง" งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569
หม้อดินอายุ 5,000 ปีเก็บร่องรอยมื้ออาหารที่ไหม้ติดก้นไว้ได้อย่างไร?
หมอจีนสมัยหมิงอาจใช้สารพิษจากพืชเป็นยาชาก่อนผ่าตัดจริงหรือ?
ปฏิบัติการคาวบอยพาม้าลิปิซซาเนอร์เกือบ 400 ตัวไปยังเขตปลอดภัยของฝ่ายสหรัฐฯ ได้อย่างไร?
หม้อดินอายุ 5,000 ปีเก็บร่องรอยมื้ออาหารที่ไหม้ติดก้นไว้ได้อย่างไร?
ศาลยุโรปยุคกลางเคยไต่สวนหมู หนู หรือสัตว์จริงไหม และพวกมันถูกกล่าวหาเรื่องอะไร?
