หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

แค่ให้ยืมชื่อก็เสี่ยงคดี รู้จัก “นอมินี” ก่อนเซ็นเอกสารแทนใคร

เขียนโดย jomjamjintana

       

นอมินีคืออะไร ทำไมการให้ยืมชื่อถือหุ้นแทนอาจผิดกฎหมาย

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คำว่า “นอมินี” กลายเป็นคำที่เราได้ยินผ่านหน้าข่าวอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะข่าวเกี่ยวกับธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ ร้านอาหาร โรงแรม หรือบริษัทที่มีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง

หลายคนอาจเข้าใจเพียงว่า นอมินีคือการ “ให้ยืมชื่อ” เพื่อจดทะเบียนบริษัท แต่แท้จริงแล้ว เรื่องนี้มีรายละเอียดทางกฎหมายมากกว่านั้น เพราะหากมีเจตนาอำพรางผู้ถือหุ้นหรือเจ้าของกิจการที่แท้จริง ผู้ที่เกี่ยวข้องอาจต้องรับความเสี่ยงทั้งทางแพ่งและทางอาญา

สิ่งที่หลายคนมองว่า “แค่เซ็นชื่อให้เฉย ๆ” หรือ “รับค่าตอบแทนเล็กน้อยเพื่อให้ใช้ชื่อ” จึงไม่ใช่เรื่องเล็กเสมอไป โดยเฉพาะเมื่อชื่อของเราปรากฏอยู่ในเอกสารบริษัท เอกสารราชการ หรือเอกสารทางธุรกิจอย่างเป็นทางการ

นอมินี คืออะไร

คำว่า นอมินี หรือ Nominee หมายถึง บุคคลที่ยินยอมให้ผู้อื่นนำชื่อตนเองไปใช้แทนเจ้าของที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการถือหุ้น การเป็นกรรมการบริษัท หรือการจดทะเบียนธุรกิจ ทั้งที่ไม่ได้เป็นผู้ลงทุนจริง ไม่มีอำนาจบริหารจริง หรือไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจในกิจการนั้นอย่างแท้จริง

พูดให้เข้าใจง่ายขึ้น คือ บุคคลที่มีชื่ออยู่ในเอกสารทางกฎหมาย แต่เจ้าของตัวจริงกลับเป็นอีกคนหนึ่ง

ตัวอย่างเช่น นักลงทุนต่างชาติไม่สามารถถือหุ้นในธุรกิจบางประเภทได้เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จึงว่าจ้างคนไทยให้ถือหุ้นแทน แม้ว่าคนไทยคนนั้นจะไม่ได้ลงทุนด้วยเงินจริง ไม่มีอำนาจตัดสินใจ และไม่ได้รับผลกำไรตามสัดส่วนการถือหุ้น กรณีลักษณะนี้มักถูกเรียกว่า การถือหุ้นแทน หรือการใช้บุคคลเป็นนอมินี

 

ทำไมถึงมีการใช้นอมินี

เหตุผลที่พบได้บ่อย ได้แก่

แม้บางคนจะมองว่าเป็นเพียง “เทคนิคทางธุรกิจ” แต่หากมีเจตนาเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายหรืออำพรางผู้มีอำนาจควบคุมที่แท้จริง ก็อาจถูกมองว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายได้

การให้ยืมชื่อถือว่าผิดหรือไม่

คำตอบคือ อาจผิดได้ ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงในแต่ละกรณี

สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่การมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูว่า ผู้มีชื่อดังกล่าวเป็นเจ้าของเงินจริงหรือไม่ มีเงินลงทุนจริงหรือไม่ มีอำนาจตัดสินใจจริงหรือไม่ และได้รับประโยชน์จากกิจการตามสัดส่วนจริงหรือเปล่า

หากบุคคลนั้นมีลักษณะดังนี้

กรณีเช่นนี้อาจถูกมองว่าเป็นการถือหุ้นแทน ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหากใช้เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประเทศไทยมีกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับการใช้นอมินี โดยเฉพาะ พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และมีธุรกิจบางประเภทที่ถูกจำกัดหรือกำหนดเงื่อนไขไว้

หากมีการนำชื่อคนไทยมาใช้เพียงเพื่อให้ดูเหมือนว่าบริษัทเป็นของคนไทย ทั้งที่ผู้มีอำนาจควบคุม ผู้ลงทุน หรือผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงเป็นชาวต่างชาติ ก็อาจถูกตรวจสอบและดำเนินคดีได้

นอกจากนี้ หากมีการแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จต่อหน่วยงานของรัฐ ใช้เอกสารที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง หรือมีธุรกรรมเกี่ยวข้องกับภาษี การฟอกเงิน หรือการฉ้อโกง ก็อาจมีความผิดตามกฎหมายฉบับอื่นเพิ่มเติมด้วย

ผู้ที่เป็นนอมินีมีความเสี่ยงอย่างไร

หลายคนเข้าใจผิดว่า ผู้รับจ้างถือหุ้นไม่มีความรับผิด เพราะไม่ได้เป็นเจ้าของกิจการจริง แต่ในทางกฎหมาย ชื่อของบุคคลนั้นปรากฏอยู่ในเอกสารอย่างเป็นทางการ จึงอาจถูกตรวจสอบหรือถูกเรียกให้รับผิดชอบได้ในหลายกรณี

ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่

ที่สำคัญ หากบริษัทมีการกระทำผิดกฎหมายในด้านอื่น เช่น ภาษี การฟอกเงิน การฉ้อโกง หรือการหลอกลวงผู้บริโภค ผู้ที่มีชื่อเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นก็อาจถูกเรียกเข้าไปให้ข้อมูล หรืออาจถูกตรวจสอบในฐานะผู้เกี่ยวข้องด้วย

รับเงินเพื่อให้ยืมชื่อ คุ้มค่าหรือไม่

ในหลายกรณี ผู้ที่ยอมเป็นนอมินีได้รับค่าตอบแทนเพียงหลักพันหรือหลักหมื่นบาท แต่หากภายหลังเกิดปัญหา ความเสียหายอาจมากกว่านั้นหลายเท่า

ผู้ให้ยืมชื่ออาจต้องเสียเวลาเดินทางไปชี้แจง เสียค่าทนาย เสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี และอาจได้รับผลกระทบต่อเครดิตหรือประวัติทางธุรกิจของตนเอง

ดังนั้น การรับเงินเพียงเล็กน้อยเพื่อแลกกับความเสี่ยงทางกฎหมาย จึงอาจไม่คุ้มค่าเลย โดยเฉพาะหากไม่รู้รายละเอียดของธุรกิจ ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ควบคุมจริง และไม่เข้าใจว่าเอกสารที่ตนเองลงนามมีผลผูกพันอย่างไร

หากลงทุนจริง จะถือว่าเป็นนอมินีหรือไม่

ไม่ใช่ทุกกรณีที่คนไทยถือหุ้นร่วมกับชาวต่างชาติจะเป็นนอมินี

หากผู้ถือหุ้นไทยมีลักษณะดังนี้

กรณีเช่นนี้ย่อมแตกต่างจากการเป็นนอมินี เพราะเป็นการลงทุนจริง ไม่ใช่การถือหุ้นแทนผู้อื่นเพื่ออำพรางเจ้าของที่แท้จริง

หน่วยงานรัฐตรวจสอบอย่างไร

ปัจจุบัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการตรวจสอบธุรกิจที่อาจเข้าข่ายนอมินีอย่างเข้มงวดมากขึ้น โดยมักพิจารณาจากข้อเท็จจริงหลายด้าน ไม่ใช่ดูเฉพาะชื่อที่ปรากฏในเอกสารเท่านั้น

ปัจจัยที่อาจถูกตรวจสอบ เช่น

ดังนั้น แม้เอกสารจะระบุว่าคนไทยถือหุ้นเกินกึ่งหนึ่ง แต่หากข้อเท็จจริงพบว่าไม่มีอำนาจบริหารจริง ไม่ได้ลงทุนจริง หรือทำตามคำสั่งของบุคคลอื่นทั้งหมด ก็ยังอาจถูกตรวจสอบได้

หากถูกชักชวนให้เป็นนอมินี ควรทำอย่างไร

หากมีผู้มาชักชวนให้ใช้ชื่อเป็นผู้ถือหุ้น กรรมการบริษัท หรือผู้เกี่ยวข้องในเอกสารทางธุรกิจ โดยอ้างว่า

ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ และสอบถามรายละเอียดให้ชัดเจนก่อนทุกครั้ง

ไม่ควรเซ็นเอกสารที่ไม่เข้าใจ ไม่ควรเซ็นเอกสารเปล่า และไม่ควรมอบสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หรือเอกสารสำคัญให้ผู้อื่นนำไปใช้โดยไม่ทราบวัตถุประสงค์ เพราะอาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดได้

หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาทนายความ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย หรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ โดยเฉพาะกรณีที่มีการเกี่ยวข้องกับการถือหุ้น บริษัท เงินลงทุน หรือธุรกิจที่มีชาวต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง

สรุป

คำว่า “นอมินี” ไม่ได้หมายถึงการช่วยเหลือกันทางธุรกิจเพียงเล็กน้อย แต่หมายถึงการนำชื่อบุคคลไปใช้แทนเจ้าของที่แท้จริง ซึ่งหากมีเจตนาเพื่อหลีกเลี่ยงข้อกำหนดของกฎหมาย ก็อาจนำไปสู่ความผิดและบทลงโทษได้

สิ่งที่หลายคนมองว่าเป็นเพียงการ “ให้ยืมชื่อ” อาจกลายเป็นภาระทางกฎหมายที่ติดตัวไปอีกนาน ก่อนตกลงเป็นผู้ถือหุ้น กรรมการบริษัท หรือผู้มีชื่อในเอกสารสำคัญใด ๆ จึงควรตรวจสอบข้อมูลให้ครบถ้วน เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตนเอง และไม่ควรรับผลตอบแทนเพียงเล็กน้อยแลกกับความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่ออนาคต

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย หากมีกรณีเฉพาะหรือข้อพิพาท ควรปรึกษาทนายความหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายโดยตรง

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
jomjamjintana's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 91 ครั้ง
เขียนโดย jomjamjintana
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: พีรพัฒน์ พีพี, jomjamjintana
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รู้จัก อำเภอที่เล็กที่สุดในประเทศไทย ดังมาก นักท่องเที่ยวเพียบเลขเด็ด "ม้าสีหมอก" งวดวันที่ 16 ตุลาคม 2569 วิ่งมาให้โชคแล้ว..ส่องด่วน!5 จังหวัด ที่ดินราคาประเมินถูกที่สุดในไทย ตารางวาเริ่มต้นหลักสิบมีจริง4 ต.ค. ดาวเสาร์ดูง่ายที่สุดช่วงหนึ่งของปี แต่มองด้วยตาเปล่ายังไม่เห็นวงแหวนเผยเรื่องจริงเบื้องหลัง “สุสานเรือรบโบราณ” Discovery โลกตะลึง แต่ทำไมชาวบ้านธรรมดาผู้ค้นพบ กลับถูกลบชื่อออกจากประวัติศาสตร์?!อาชีพที่คนรุ่นปู่เคยทำ แต่เด็กยุคนี้อาจไม่รู้จัก เปิดเบื้องหลังงานที่หายไปจากชุมชนไทยเลข 6 ถูกย้ำถึง 5 จุด! แกะใบ “นกตาทิพย์” 16 ต.ค. 69 จาก 61-64-67-69 มีจุดไหนต้องจับตามวลอากาศเย็นจากจีนกำลังลงมา แล้วทำไมกลับต้องระวัง “ฝนหนัก-ลมแรง” ก่อน?ปริศนาลับคัมภีร์ทะเลเดดซี "มหาครูผู้ทรงธรรม" เขาคือใคร หรือจะเป็นพระเยซูในอดีต?อำเภอเดียวพื้นที่ใหญ่กว่ากรุงเทพฯ เกือบ 3 เท่า แต่ทำไมคนกลับไม่ค่อยรู้จักโรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทยหนังดังสัญชาติไทย ที่ถูกนำไปสร้างใหม่เป็นภาพยนตร์ตะวันตก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ด่านตัวเลข แนวทางจับคู่บน-กันล่าง งวด 1/10/69 เปิดชุดเด่น 2-7เลขเด็ด "ม้าสีหมอก" งวดวันที่ 16 ตุลาคม 2569 วิ่งมาให้โชคแล้ว..ส่องด่วน!ปวดฟันอย่าฝืน อาการเล็ก ๆ ที่อาจกำลังบอกว่าควรพบทันตแพทย์ปริศนาลับคัมภีร์ทะเลเดดซี "มหาครูผู้ทรงธรรม" เขาคือใคร หรือจะเป็นพระเยซูในอดีต?4 ต.ค. ดาวเสาร์ดูง่ายที่สุดช่วงหนึ่งของปี แต่มองด้วยตาเปล่ายังไม่เห็นวงแหวนไขปริศนาภาพโมเสก 1,500 ปี! "แผนที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก" กำลังฟื้นคืนชีพด้วยเทคโนโลยี VR
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ปริศนาลับคัมภีร์ทะเลเดดซี "มหาครูผู้ทรงธรรม" เขาคือใคร หรือจะเป็นพระเยซูในอดีต?4 ต.ค. ดาวเสาร์ดูง่ายที่สุดช่วงหนึ่งของปี แต่มองด้วยตาเปล่ายังไม่เห็นวงแหวนไขปริศนาภาพโมเสก 1,500 ปี! "แผนที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก" กำลังฟื้นคืนชีพด้วยเทคโนโลยี VRเผยเรื่องจริงเบื้องหลัง “สุสานเรือรบโบราณ” Discovery โลกตะลึง แต่ทำไมชาวบ้านธรรมดาผู้ค้นพบ กลับถูกลบชื่อออกจากประวัติศาสตร์?!
ตั้งกระทู้ใหม่