เหตุการณ์แสงประหลาดจาก "จานผีบิน" ที่บ้านต่างจังหวัดในภาคอีสาน
เหตุการณ์ประหลาดที่บ้านต่างจังหวัด จนถึงทุกวันนี้ก็ยังหาคำตอบไม่ได้
เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 8 ปีก่อน ตอนนั้นผมอายุประมาณ 22 ปี กลับไปอยู่บ้านย่าที่ต่างจังหวัดแถวภาคอีสาน ช่วงปิดเทอมยาว บ้านย่าเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวอยู่ท้ายหมู่บ้าน ล้อมรอบด้วยทุ่งนา ไม่มีบ้านใกล้เรือนเคียงในระยะร้อยเมตร ไฟฟ้าก็เพิ่งจะเข้าถึงหมู่บ้านได้ไม่กี่ปี กลางคืนที่นั่นมืดสนิทจริงๆ มืดจนมองไม่เห็นแม้แต่มือตัวเอง ท้องฟ้าเปิดโล่งเห็นดาวเต็มไปหมด
ผมเล่าเรื่องนี้ให้คนใกล้ตัวฟังมาหลายครั้ง บางคนก็เชื่อ บางคนก็หัวเราะใส่ว่าคิดไปเอง แต่สำหรับผมและย่า มันคือเรื่องที่เราสองคนไม่เคยลืมและไม่มีวันลืมได้เลย
คืนที่ไฟดับทั้งหมู่บ้าน
คืนนั้นเป็นคืนวันศุกร์ ผมจำได้แม่นเพราะพรุ่งนี้เช้าย่านัดจะไปตลาดนัด ตอนประมาณสี่ทุ่มกว่า ไฟในหมู่บ้านดับพร้อมกันหมด ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรสำหรับหมู่บ้านชนบท ไฟดับเป็นเรื่องปกติ ผมกับย่าเลยจุดตะเกียงแล้วนั่งคุยกันในห้องโถงหน้าบ้านเหมือนทุกครั้ง
แต่สิ่งที่ผิดปกติคือ สุนัขในหมู่บ้านเห่ากันระงมพร้อมกันแทบทุกตัว เสียงเห่านั้นไม่ใช่เห่าแบบเจอคนแปลกหน้าเดินผ่าน แต่เป็นเสียงเห่าแบบหวาดกลัวสุดขีด บางตัวถึงกับหอนยาวๆ ย่าหันมาบอกผมว่า "แปลกนะ หมามันไม่เคยเห่าแบบนี้" ย่าอยู่บ้านหลังนี้มาเกือบ 40 ปี ย่าบอกว่าไม่เคยได้ยินสุนัขทั้งหมู่บ้านเห่าพร้อมกันขนาดนี้มาก่อน
ผมลุกไปเปิดประตูหน้าบ้านดูเผื่อมีอะไร ตอนที่เปิดประตูออกไปนั่นเอง ผมเห็นแสงสีส้มอมชมพูจางๆ ลอยอยู่เหนือทุ่งนาห่างจากบ้านประมาณสองร้อยเมตร แสงนั้นไม่กระพริบเหมือนดาว ไม่เคลื่อนไหวแบบเครื่องบิน มันแค่ลอยนิ่งอยู่ตรงนั้น สูงจากพื้นดินประมาณระดับต้นไม้ใหญ่
แสงที่ไม่ควรมีอยู่ตรงนั้น
ผมยืนมองอยู่พักหนึ่งก็เรียกย่ามาดู ย่าเดินมาแล้วยืนนิ่งไปเลย ย่าบอกว่า "ตรงนั้นมันเป็นทุ่งนา ไม่มีบ้านคน ไม่มีไฟถนน แสงอะไรจะไปอยู่ตรงนั้นได้" เราสองคนยืนมองแสงนั้นอยู่นานหลายนาที มันไม่ได้ขยับไปไหนเลย แค่ลอยนิ่งสนิท
จู่ๆ แสงนั้นก็เริ่มขยายตัวออกช้าๆ เหมือนหมอกที่ค่อยๆ แผ่กว้าง จากนั้นมันก็เปลี่ยนรูปทรงเป็นวงรีแบนๆ คล้ายจานที่วางเอียง ตรงขอบมีแสงสีขาวจ้าสว่างเป็นจุดๆ เรียงกันเป็นวง ผมรู้สึกขนลุกทั้งตัว เพราะตอนนั้นในหัวผมคิดถึงแต่คำว่า "จานบิน" ที่เคยเห็นในทีวี แต่ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นของจริงตรงหน้าแบบนี้
สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกแปลกที่สุดคือ มันไม่มีเสียงใดๆ เลย ไม่มีเสียงเครื่องยนต์ ไม่มีเสียงลม เงียบสนิทราวกับเวลาหยุดนิ่ง มีแต่เสียงหมาที่เห่าดังขึ้นเรื่อยๆ จากทุกทิศทางของหมู่บ้าน
สิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวผมเอง
ตรงนี้คือส่วนที่ผมลังเลใจอยู่นานว่าจะเล่าดีไหม เพราะมันฟังดูเหลือเชื่อมาก แต่ผมสัญญาว่าทุกอย่างที่เล่าคือสิ่งที่ผมจำได้จริงๆ
หลังจากมองแสงนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ผมรู้สึกหูอื้อขึ้นมาทันที คล้ายตอนนั่งเครื่องบินแล้วความกดอากาศเปลี่ยน จากนั้นร่างกายผมรู้สึกเบาหวิวเหมือนจะลอย มือไม้เย็นเฉียบทั้งที่อากาศคืนนั้นร้อนอบอ้าว ในหัวผมมีเสียงแว่วๆ คล้ายเสียงพูดแต่ฟังไม่ออกว่าเป็นภาษาอะไร เหมือนได้ยินอยู่ในหัวมากกว่าได้ยินด้วยหู
ผมจำได้ว่าตัวเองพยายามจะเดินถอยเข้าบ้าน แต่ขาไม่มีแรง ย่าเห็นผมท่าทางผิดปกติเลยรีบดึงแขนผมเข้ามาในบ้านแล้วปิดประตู หลังจากนั้นผมจำอะไรไม่ได้อีกเลยจนกระทั่งตื่นมาอีกทีตอนเช้า นอนอยู่บนเตียงในห้องนอน ทั้งที่จำได้ว่าตอนก่อนหน้านั้นยังนั่งอยู่ที่ห้องโถง
เช้าวันต่อมา
ตอนเช้าผมถามย่าว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น ย่าเล่าให้ฟังว่าหลังจากดึงผมเข้าบ้าน ผมล้มลงกับพื้นแบบหมดสติไปพักหนึ่ง ย่าตกใจมากพยายามปลุกอยู่นานกว่าผมจะรู้สึกตัว แต่ตอนที่รู้สึกตัวผมพูดจาสับสน พูดถึงเรื่องที่ย่าฟังไม่เข้าใจ ก่อนจะเดินไปนอนเองที่ห้องนอนโดยที่ย่าไม่ทันได้ห้าม
สิ่งที่แปลกกว่านั้นคือ ตอนเช้าเมื่อผมออกไปดูที่ทุ่งนาจุดที่เห็นแสงเมื่อคืน ผมพบว่าต้นข้าวเป็นวงกลมใหญ่ราวสิบเมตร ล้มราบเป็นวงเรียบเนียนตามเข็มนาฬิกา ไม่มีรอยเหยียบย่ำ ไม่มีรอยไถ ไม่มีร่องรอยว่ามีอะไรมากดทับ เหมือนมีอะไรบางอย่างกดจากด้านบนลงมาเป็นวงกลมสมบูรณ์แบบ ชาวบ้านที่มาดูต่างก็งุนงงและกลัวไปตามๆ กัน บางคนบอกว่าเป็นฝีมือผี บางคนบอกว่าเป็นลมหมุน แต่ไม่มีใครอธิบายได้ว่าทำไมวงกลมถึงเรียบเนียนขนาดนั้น
เจ้าของนาคนนั้นไม่ยอมเก็บเกี่ยวข้าวในบริเวณวงกลมนั้นเลย ปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้นจนกระทั่งฤดูถัดไป
สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้น
หลังจากคืนนั้น ผมเริ่มมีอาการนอนไม่หลับติดต่อกันหลายคืน ทุกครั้งที่จะหลับจะรู้สึกเหมือนมีใครจ้องมองอยู่ในความมืด และมักจะฝันเห็นภาพแสงสีส้มอมชมพูวงเดิมซ้ำๆ ย่าเองก็บอกว่าหลังจากคืนนั้นรู้สึกไม่สบายใจทุกครั้งที่มองไปทางทุ่งนาจุดนั้น จนสุดท้ายย่าตัดสินใจนิมนต์พระมาสวดมนต์ทำบุญที่บ้านเพื่อความสบายใจ
ที่แปลกไปกว่านั้นคือ หลังเหตุการณ์นั้นประมาณสองสัปดาห์ ผมพบรอยจุดแดงเล็กๆ เรียงกันเป็นเส้นตรงสามจุดที่ท้องแขนขวา ลักษณะคล้ายรอยเข็มแต่ไม่เจ็บไม่คัน หมอที่คลินิกในตัวอำเภอบอกว่าไม่แน่ใจว่าเป็นอะไร อาจจะเป็นแมลงกัดต่อย แต่ผมรู้สึกในใจลึกๆ ว่ามันไม่ใช่
จนถึงทุกวันนี้ ผมก็ยังไม่มีคำตอบว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทุกครั้งที่กลับไปเยี่ยมย่า ผมจะเห็นวงกลมจางๆ ที่ยังพอสังเกตเห็นได้อยู่ในทุ่งนาผืนนั้น แม้เวลาจะผ่านไปหลายปีแล้วก็ตาม ชาวบ้านแถวนั้นบางคนยังคงเรียกที่ตรงนั้นว่า "นาผี" มาจนถึงปัจจุบัน
ทิ้งท้าย
ผมไม่รู้ว่าสิ่งที่ผมเห็นคืนนั้นคืออะไรกันแน่ จานบิน มนุษย์ต่างดาว หรือปรากฏการณ์ธรรมชาติที่อธิบายไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมมั่นใจคือทุกอย่างที่เล่ามาเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับตัวผมเองและย่า ไม่ได้แต่งเติมหรือปรุงแต่งให้น่ากลัวเกินจริงแต่อย่างใด
เพื่อนๆ ในนี้เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้บ้างไหมครับ หรือเคยได้ยินเรื่องราวคล้ายๆ กันจากที่อื่นบ้าง อยากรู้ว่ามีใครพอจะอธิบายปรากฏการณ์แบบนี้ได้บ้างไหม หรือจริงๆ แล้วเราอาจจะไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในจักรวาลนี้ก็ได้
ส่องแนวทางเลขมงคลและเลขดับพารวยต้านกระแส งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
เลขเด็ด "มหาทักษา" งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 69 มาแล้ว!..ส่องด่วนเลย!
เขตของกรุงเทพมหานคร ที่มีสภาพเป็นพื้นที่ชนบทมากที่สุด
เปิด 3 ประเทศยอดฮิตที่เด็ก สปป.ลาว นิยมไปเรียนต่อต่างประเทศ
สุนัขจรจัดที่กลายเป็นฮีโร่สงครามโลก "สตับบี้" กับภารกิจเปลี่ยนประวัติศาสตร์ในสนามรบ
จังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ที่โดดเด่นเรื่องนางงามมากที่สุด
หนุ่มเจ้าโลก 10 นิ้ว เผยเรื่องปวดใจ ใหญ่ไปจนผู้หญิงมองเป็นของเล่น
4 สุสานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
"แต๋วจ๋าพารวย" วันที่ 16 กรกฎาคม 2569
5 รถมอเตอร์ไซค์ที่ทำตลาดในไทยได้ ไม่ดี และมียอดขายไม่สูง
ดราม่าดอกไม้ 4 กลีบ! ศาลจีนสั่ง Molly Tea ชดใช้กว่า 55 ล้านบาทให้ Louis Vuitton
ส่องเทรนด์เลข "มังกรเมรัย" 16 กรกฏาคม 69
10 บิ๊กสกู๊ตเตอร์ที่นิยมในไทย ปี 2026 ขี่สบาย เดินทางไกลได้ดี ฟีเจอร์ครบ
เครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ ที่สามารถจุผู้โดยสารได้มากที่สุดในโลก











