5 อันดับ "ความเชื่อผิดๆ เรื่องการเงิน" ที่ผู้ใหญ่ชอบสอน แต่สุ่มเสี่ยงทำจนจน
5 อันดับ "ความเชื่อผิดๆ เรื่องการเงิน" ที่ผู้ใหญ่ชอบสอน แต่สุ่มเสี่ยงทำจนจน
เคยไหม? ที่ได้ยินประโยคสอนใจเรื่องเงินๆ ทองๆ จากผู้ใหญ่มาตั้งแต่เด็กจนจำขึ้นใจ แต่พอโตมาลองทำตามดูจริงๆ กลับพบว่าทำไมเงินในบัญชีไม่เคยเพิ่มขึ้นเลย นั่นเป็นเพราะบริบททางเศรษฐกิจในยุคก่อนกับยุคนี้มันต่างกันโดยสิ้นเชิง และนี่คือ 5 ความเชื่อทางการเงินแบบเดิมๆ ที่หากคุณยังเชื่อและทำตามอยู่ มีโอกาสสูงมากที่จะติดกับดักความจนไปตลอดชีวิต
อันดับ 1: "มีเงินต้องเอาไปฝากธนาคารอย่างเดียวปลอดภัยที่สุด"
คำสอนคลาสสิกที่บอกให้เราประหยัดแล้วเอาเงินไปหยอดกระปุกหรือฝากประจำในธนาคาร ในอดีตดอกเบี้ยเงินฝากอาจจะสูงจนสร้างความมั่งคั่งได้จริง แต่ในยุคปัจจุบันที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากต่ำเตี้ยเรี่ยดิน สวนทางกับอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นทุกปี การฝากเงินไว้ในธนาคารเฉยๆ โดยไม่นำไปลงทุนรูปแบบอื่น จึงเท่ากับปล่อยให้มูลค่าของเงินลดลงเรื่อยๆ จนกลายเป็นการ "ขาดทุนทางอ้อม" โดยที่ไม่รู้ตัว
อันดับ 2: "เป็นหนี้คือสิ่งไม่ดี ห้ามเป็นหนี้เด็ดขาด"
ผู้ใหญ่สยองกับคำว่าหนี้เพราะกลัวการล้มละลาย แต่ในโลกการเงินยุคใหม่ "หนี้" ถูกแบ่งออกเป็นหนี้ดีและหนี้เลว หนี้เลวคือหนี้ที่กู้มาบริโภคแล้วมูลค่าลดลง เช่น หนี้บัตรเครดิตที่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แต่หนี้ดีคือหนี้ที่สร้างรายได้หรือเพิ่มมูลค่า เช่น การกู้เงินเพื่อลงทุนทำธุรกิจ หรือการกู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อปล่อยเช่า การกลัวหนี้จนเกินไปอาจทำให้คุณพลาดโอกาสในการใช้ "พลังทวี" (Leverage) เพื่อสร้างความรวยให้เร็วยิ่งขึ้น
อันดับ 3: "ซื้อบ้านดีกว่าเช่า เพราะบ้านคือสินทรัพย์ของเรา"
เรามักถูกปลูกฝังว่าการเช่าบ้านคือการเอาเงินไปทิ้งเปล่าๆ ควรรีบกู้ซื้อบ้านเป็นของตัวเอง แต่ในความเป็นจริง การซื้อบ้านในวันที่ไม่พร้อมจะกลายเป็นภาระหนักหน่วง ทั้งดอกเบี้ยบ้านที่รวมๆ แล้วอาจสูงพอๆ กับค่าบ้านอีกหนึ่งหลัง ค่าบำรุงรักษา และการขาดสภาพคล่อง สรุปแล้วหากคุณต้องย้ายงานบ่อย หรือยังไม่มีเงินก้อน การเช่าบ้านอาจเป็นทางเลือกที่ยืดหยุ่นและช่วยเซฟเงินในกระเป๋าได้มากกว่าการรีบซื้อเพื่อเอาหน้าตา
อันดับ 4: "ตั้งใจเรียน ทำงานประจำที่มั่นคง แล้วจะรวยเอง"
ค่านิยมการรับราชการหรือทำงานในองค์กรใหญ่เพื่อความมั่นคงและเติบโตไปตามลำดับขั้น อาจใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไปในยุค Digital Disruption ที่ไม่มีคำว่ามั่นคงอยู่จริง การพึ่งพารายได้จากงานประจำเพียงทางเดียวมีความเสี่ยงสูงมาก คนที่จะอยู่รอดและมั่งคั่งในยุคนี้ต้องรู้จักสร้างรายได้หลายช่องทาง (Multiple Sources of Income) และพัฒนาทักษะใหม่ๆ อยู่เสมอ ไม่ใช่รอแค่เงินเดือนขึ้นประจำปี
อันดับ 5: "เรื่องเงินเป็นเรื่องของอนาคต ตอนวัยรุ่นใช้ชีวิตให้คุ้มก่อน"
คำสอนกลายพันธุ์ที่วัยรุ่นมักบอกตัวเองว่า "ของมันต้องมี" หรือ "ใช้เงินซื้อความสุขตอนยังมีแรง" แล้วค่อยไปเริ่มออมเงินตอนอายุ 30-40 ปี ซึ่งเป็นความคิดที่อันตรายที่สุด เพราะอาวุธที่ทรงพลังที่สุดของการเงินคือ "เวลา" และ "ดอกเบี้ยทบต้น" การเริ่มออมและลงทุนตั้งแต่อายุ 20 ปี ด้วยเงินจำนวนน้อย มีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้มากกว่าการไปเริ่มออมเงินก้อนใหญ่ตอนอายุ 40 ปีอย่างมหาศาล การผัดวันประกันพรุ่งเรื่องการออมจึงเป็นจุดเริ่มต้นของความจนในวัยเกษียณ
สรุป
คำสอนของผู้ใหญ่เกิดจากประสบการณ์ในยุคของท่าน ซึ่งไม่ได้ผิดทั้งหมด แต่หน้าที่ของเราในยุคนี้คือการนำมาปรับใช้ให้เข้ากับโลกปัจจุบัน เลิกยึดติดกับกรอบเดิมๆ แล้วหันมาศึกษาหาความรู้ทางการเงินที่ถูกต้อง เพื่อพาตัวเองหลุดพ้นจากกับดักความจนอย่างยั่งยืน
สืบทายาทผีกระสือ
คน 10 ประเทศที่มีตาสีฟ้ามากที่สุดในโลก
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
4 สุสานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
พริกน้ำปลาแบบไหนไม่ควรรับประทาน
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
5 ภาพยนตร์เอเชียที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาล
เปิดลายแทงเลขเด็ด! ส่องสถิติงวด 16 กรกฎาคม 2569 เลขไหนมาแรง วันพฤหัสฯ นี้รู้กัน!
เลขเด็ด "มหาทักษา" งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 69 มาแล้ว!..ส่องด่วนเลย!
5 อาชีพที่เด็กไทยใฝ่ฝันอยากจะเป็นมากที่สุด
5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทย
สุสานรถบัสกลางป่าในสวีเดน Båstnäs ที่กำลังถูกธรรมชาติมาเอาคืนไป
"เด็กพิเศษ" ไม่ได้แปลว่า "ออทิสติก" เสมอไป
สืบทายาทผีกระสือ
คน 10 ประเทศที่มีตาสีฟ้ามากที่สุดในโลก
5 อาชีพที่เด็กไทยใฝ่ฝันอยากจะเป็นมากที่สุด
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย

