หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

กลั้นจามอันตรายกว่าที่คิด จริงหรือไม่?

เขียนโดย jomjamjintana

หลายคนคงเคยอยู่ในสถานการณ์ที่อยากจาม แต่กลับพยายาม "กลั้นจาม" เอาไว้ เพราะอยู่ในห้องประชุม กำลังเรียนหนังสือ อยู่ในสถานที่เงียบ ๆ หรือบางคนก็กลัวว่าการจามเสียงดังจะเสียมารยาท จึงเลือกบีบจมูกและปิดปากเพื่อหยุดการจามทันที แต่เคยมีข่าวอยู่เป็นระยะ ๆ ว่า "การกลั้นจามอาจทำให้แก้วหูแตก เส้นเลือดฉีก หรือถึงขั้นเสียชีวิต" ฟังดูน่ากลัวจนหลายคนเริ่มสงสัยว่าเรื่องเหล่านี้เป็นความจริงหรือเป็นเพียงข่าวลือ บทความนี้จะพาไปหาคำตอบว่า การกลั้นจามอันตรายจริงหรือไม่ และควรจามอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด

 

จามคืออะไร

การจามเป็นกลไกป้องกันตามธรรมชาติของร่างกาย เมื่อเยื่อบุจมูกได้รับการกระตุ้นจากฝุ่นละออง เกสรดอกไม้ ควัน สารเคมี เชื้อโรค หรือสิ่งแปลกปลอม สมองจะสั่งให้ร่างกายหายใจเข้าลึก ๆ จากนั้นกล้ามเนื้อหน้าอก กระบังลม และลำคอจะช่วยกันสร้างแรงดัน ก่อนปล่อยอากาศออกมาทางจมูกและปากอย่างรวดเร็ว ความเร็วของลมที่พุ่งออกมาอาจสูงหลายสิบถึงกว่าร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งมีหน้าที่พัดเอาสิ่งแปลกปลอมออกจากทางเดินหายใจ กล่าวได้ว่า การจามไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่เป็นระบบป้องกันตัวเองที่มีประสิทธิภาพของร่างกาย

 

ทำไมบางคนถึงชอบกลั้นจาม

สาเหตุที่หลายคนเลือกกลั้นจามมีหลายเหตุผล เช่น

วิธีที่หลายคนใช้คือการบีบจมูกพร้อมปิดปาก ซึ่งเป็นวิธีที่แพทย์ส่วนใหญ่ไม่แนะนำ

 

การกลั้นจามเกิดอะไรขึ้นในร่างกาย

เมื่อเราปิดทั้งปากและจมูก แรงดันอากาศที่ควรพุ่งออกไปภายนอกจะไม่มีทางออก แรงดันนี้จึงย้อนกลับเข้าไปภายในทางเดินหายใจ ทำให้เกิดแรงกดต่ออวัยวะหลายส่วน เช่น

แม้ว่าส่วนใหญ่ร่างกายจะรับแรงดันนี้ได้ แต่ในบางกรณีอาจเกิดการบาดเจ็บได้จริง

 

อันตรายที่อาจเกิดจากการกลั้นจาม

แม้โอกาสเกิดจะไม่บ่อย แต่มีรายงานทางการแพทย์เกี่ยวกับภาวะแทรกซ้อนจากการกลั้นจามอยู่หลายกรณี

1. แก้วหูได้รับความเสียหาย

แรงดันที่ย้อนเข้าสู่หูชั้นกลางอาจทำให้เกิดอาการ

แม้จะพบไม่บ่อย แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้

2. หลอดเลือดฝอยแตก

บางคนหลังกลั้นจามอาจพบว่า

ภาวะนี้มักไม่รุนแรงและสามารถหายเองได้

3. บาดเจ็บบริเวณลำคอ

มีรายงานผู้ป่วยบางรายที่กลั้นจามจนเกิดการฉีกขาดของเนื้อเยื่อในลำคอ ส่งผลให้

แม้จะพบได้น้อยมาก แต่ถือเป็นภาวะที่ต้องรักษาโดยแพทย์

4. ปวดศีรษะอย่างรุนแรง

แรงดันที่เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันอาจทำให้เกิดอาการปวดศีรษะหรือเวียนศีรษะได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหลอดเลือด

5. ภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ

ในเอกสารทางการแพทย์ยังมีรายงานที่พบได้น้อยมาก เช่น

อย่างไรก็ตาม ภาวะเหล่านี้จัดว่าเกิดขึ้นได้ยากมาก

 

แล้วข่าวที่ว่ากลั้นจามจนเสียชีวิตล่ะ

หลายคนอาจเคยเห็นข่าวในโซเชียลว่า มีคนเสียชีวิตเพราะกลั้นจาม ในความเป็นจริง ยังไม่มีหลักฐานว่าการกลั้นจามเพียงครั้งเดียวสามารถทำให้คนทั่วไปเสียชีวิตได้โดยตรง แต่ในผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น

แรงดันที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอาจเพิ่มความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน จึงควรหลีกเลี่ยงการกลั้นจาม ดังนั้น ข่าวที่ว่ากลั้นจามแล้วเสียชีวิตทันทีจึงถือว่าเกิดขึ้นได้ยากมาก และมักเกี่ยวข้องกับปัจจัยสุขภาพอื่นร่วมด้วย

 

การจามแรง ๆ อันตรายไหม

หลายคนเข้าใจผิดว่าการจามแรงเป็นอันตราย จึงเลือกกลั้นไว้ ความจริงแล้ว การจามตามธรรมชาติถือว่าปลอดภัยกว่าการฝืนหยุด เพราะร่างกายออกแบบให้แรงดันถูกปล่อยออกมาทางจมูกและปาก สิ่งที่ควรทำคือป้องกันการแพร่กระจายของละอองฝอย มากกว่าจะพยายามหยุดการจาม

 

วิธีจามที่ถูกต้อง

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้จามด้วยวิธีดังนี้

วิธีเหล่านี้ช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ถ้ารู้สึกว่าจะจาม ควรทำอย่างไร

หากอยู่ในที่สาธารณะ สามารถทำได้ดังนี้

เพียงเท่านี้ก็สามารถจามได้อย่างปลอดภัยและสุภาพ

 

ใครบ้างที่ควรระวังเป็นพิเศษ

แม้ว่าคนทั่วไปจะมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนต่ำ แต่กลุ่มต่อไปนี้ควรหลีกเลี่ยงการกลั้นจามอย่างยิ่ง

หากหลังจามหรือกลั้นจามแล้วมีอาการ เช่น ปวดหูรุนแรง หูอื้อ เจ็บคอมาก หายใจลำบาก หรือมีอาการทางระบบประสาท ควรรีบพบแพทย์ทันที

 

สรุป

คำกล่าวที่ว่า "กลั้นจามอันตรายกว่าที่คิด" มีความจริงอยู่ไม่น้อย แม้ว่าภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจะพบได้ไม่บ่อย แต่การกลั้นจามโดยการบีบจมูกและปิดปากพร้อมกัน ทำให้แรงดันอากาศย้อนกลับเข้าสู่อวัยวะต่าง ๆ และอาจก่อให้เกิดการบาดเจ็บได้ในบางกรณี

ทางเลือกที่ดีที่สุดคือปล่อยให้ร่างกายจามตามธรรมชาติ พร้อมใช้ทิชชูหรือข้อพับแขนปิดปากและจมูก เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค วิธีนี้ทั้งปลอดภัยต่อสุขภาพของตัวเอง และยังแสดงความรับผิดชอบต่อคนรอบข้างอีกด้วย

ครั้งต่อไปที่รู้สึกว่าจะจาม อย่าพยายามกลั้นไว้ เพียงจามอย่างถูกวิธี ก็ช่วยปกป้องทั้งตัวคุณและคนรอบข้างได้อย่างเหมาะสม

ที่มา : www.google.com
ที่มา : www.chatgpt.com
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
jomjamjintana's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 12 ครั้ง
เขียนโดย jomjamjintana
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: jomjamjintana
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทยปิดด่านไทย-กัมพูชา ทำไมแรงงานกลับบ้านอาจสะเทือนเศรษฐกิจเขมรหนักเปิด 5 อาชีพที่ AI ยังแทนมนุษย์ไม่ได้หนุ่มบราซิลถูกเชือกว่าวบาดคอ โดนเส้นเลือดแดงใหญ่ เสียชีวิตAirways กับ Airlines ต่างกันตรงไหน ทำไมสายการบินเลือกใช้ไม่เหมือนกันดราม่าหนี้ 1.75 ล้านยังไม่จบ! ทนาย "ดิว อริสรา" แจงชัด ยังไม่ผิดนัด เพราะยังไม่ถึงวันจ่ายทำไมถ่านในรีโมตหมดไม่พร้อมกัน?ทำไมเวลาคุยโทรศัพท์ถึงชอบเดินไปเดินมา ทั้งที่ไม่ได้รีบไปไหน?สะพานห้วยตอง ทางโค้งกลางหุบเขา จุดจำของคนเดินทางบนทางหลวงหมายเลข 12หญิงจีนตกใจหนักหลังเจองูอยู่ในชามก๋วยเตี๋ยว108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
มุสลิมกินเจได้ไหม? ไขข้อสงสัยตามหลักศาสนาอิสลาม
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สุขภาพ
ครีมกันแดดที่ดีที่สุดในปี 2026กระดูกมนุษย์แข็งแรงเพราะแรงโน้มถ่วง และทำไมในอวกาศนักบินอวกาศถึงมีกระดูกอ่อนลงเส้นเลือดในร่างกายยาวเชื่อมต่อกันเหมือนเครือข่ายแม่น้ำบนดาวเคราะห์ร่างกายต้องรักษาอุณหภูมิราว 37 องศา โลกของสิ่งมีชีวิตเมื่อเทียบกับดาวเคราะห์สุดขั้วที่แทบไม่มีทางอยู่ได้
ตั้งกระทู้ใหม่