หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ธาตุเหล็กในเลือดของเราอาจมีอายุเก่าแก่กว่าดวงอาทิตย์

เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง

เคยมีช่วงหนึ่งที่มองปลายนิ้วตัวเองหลังโดนกระดาษบาด เลือดสีแดงเพียงหยดเดียวดูเป็นเรื่องธรรมดาจนแทบไม่เคยคิดอะไร แต่พอได้รู้ว่าธาตุเหล็กที่ทำให้เลือดมีสีแดง อาจถือกำเนิดจากการระเบิดของดาวฤกษ์เมื่อหลายพันล้านปีก่อน มุมมองที่มีต่อร่างกายก็เปลี่ยนไปทันที

ฟังดูเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์ แต่เรื่องนี้มีพื้นฐานจากสิ่งที่นักดาราศาสตร์และนักฟิสิกส์ศึกษามานาน ธาตุหลายชนิดที่อยู่บนโลกไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกับการกำเนิดของโลก หรือแม้แต่ดวงอาทิตย์เอง บางชนิดต้องอาศัยเหตุการณ์ที่รุนแรงระดับจักรวาลถึงจะสร้างขึ้นมาได้

ลองนึกถึงช่วงแรกของเอกภพ ตอนนั้นมีธาตุอยู่ไม่กี่ชนิด ส่วนใหญ่คือไฮโดรเจนกับฮีเลียม ดาวฤกษ์รุ่นแรกเริ่มก่อตัวขึ้นจากก๊าซเหล่านี้ เมื่อดาวมีขนาดใหญ่พอ ภายในแกนกลางก็เกิดการหลอมรวมของธาตุอย่างต่อเนื่อง สร้างธาตุที่หนักขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่คาร์บอน ออกซิเจน ซิลิกอน ไปจนถึงเหล็ก

ตรงนี้มีเรื่องน่าสนใจอยู่ข้อหนึ่ง การสร้างธาตุจนถึงเหล็กยังพอเกิดได้ภายในดาว แต่ถ้าจะสร้างธาตุที่หนักกว่านั้น พลังงานจากการหลอมรวมจะไม่คุ้มอีกต่อไป ดาวขนาดใหญ่จึงเดินทางมาถึงจุดจบของชีวิต เมื่อแรงโน้มถ่วงเอาชนะแรงดันภายในดาว ทุกอย่างยุบตัวอย่างรวดเร็ว แล้วเกิดการระเบิดครั้งมหาศาลที่เรียกว่า ซูเปอร์โนวา

การระเบิดครั้งนั้นไม่ใช่แค่จุดจบของดาวดวงหนึ่ง แต่มันเป็นเหมือนโรงงานผลิตธาตุขนาดยักษ์ เศษซากของดาวพร้อมธาตุต่าง ๆ ถูกเหวี่ยงกระจายออกไปทั่วอวกาศ รวมทั้งธาตุเหล็กจำนวนมหาศาลที่ภายหลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของเมฆก๊าซและฝุ่นในจักรวาล

เวลาผ่านไปอีกนานมาก เมฆก้อนใหม่เริ่มรวมตัวกันจากเศษซากเหล่านั้น กลายเป็นดวงอาทิตย์ ดาวเคราะห์ และวัตถุอีกมากมาย โลกของเราก็ถือกำเนิดขึ้นจากวัตถุดิบชุดเดียวกัน นั่นหมายความว่าธาตุเหล็กที่อยู่ในพื้นดิน ในภูเขา ในมหาสมุทร รวมถึงในเลือดของมนุษย์ ล้วนมีเรื่องราวย้อนกลับไปถึงดาวฤกษ์รุ่นก่อนหน้า

ถ้ามองในมุมนี้ เลือดสีแดงไม่ได้เริ่มต้นตอนเราเกิด แต่มันเริ่มต้นจากวัฏจักรของดาวที่สิ้นอายุขัยเมื่อหลายพันล้านปีก่อนเสียอีก

หลายคนอาจสงสัยว่าแล้วเหล็กในเลือดมีหน้าที่อะไร ทำไมถึงสำคัญนัก คำตอบอยู่ที่โปรตีนชนิดหนึ่งชื่อฮีโมโกลบิน ซึ่งอยู่ภายในเม็ดเลือดแดง ฮีโมโกลบินทำหน้าที่จับออกซิเจนจากปอดแล้วลำเลียงไปยังทุกส่วนของร่างกาย ส่วนที่ทำหน้าที่จับออกซิเจนได้ก็คืออะตอมของธาตุเหล็กนั่นเอง

ทุกครั้งที่หายใจเข้า ออกซิเจนจะถูกส่งผ่านกระแสเลือดไปเลี้ยงสมอง กล้ามเนื้อ หัวใจ และอวัยวะต่าง ๆ การเดิน วิ่ง คิด อ่านหนังสือ หรือแม้แต่การกระพริบตา ล้วนเกิดขึ้นได้เพราะระบบนี้ทำงานอย่างต่อเนื่อง

พอรู้ที่มาแล้วก็อดรู้สึกไม่ได้ว่า เรื่องที่เกิดขึ้นทุกวินาทีในร่างกายกลับเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไกลออกไปหลายล้านล้านกิโลเมตร และเกิดก่อนโลกจะถือกำเนิดเสียอีก

นักวิทยาศาสตร์ชอบพูดประโยคหนึ่งว่า เราคือฝุ่นดาว ฟังครั้งแรกอาจเหมือนคำเปรียบเปรยโรแมนติก แต่เมื่อดูจากองค์ประกอบทางเคมีของร่างกาย ก็พบว่ามีความจริงซ่อนอยู่ไม่น้อย ไม่ใช่แค่เหล็กเท่านั้น คาร์บอนที่เป็นโครงสร้างหลักของสิ่งมีชีวิต ออกซิเจนที่ใช้หายใจ แคลเซียมในกระดูก และไนโตรเจนในเซลล์ ต่างก็ผ่านกระบวนการภายในดาวฤกษ์มาแล้วทั้งนั้น

ความน่าสนใจอีกอย่างคือ ดวงอาทิตย์ของเราไม่ได้เป็นดาวรุ่นแรก มันเกิดขึ้นหลังจากจักรวาลมีดาวฤกษ์รุ่นก่อนหน้าหลายชั่วอายุแล้ว เพราะถ้าไม่มีดาวเหล่านั้นสร้างธาตุหนัก โลกก็คงไม่มีวัตถุดิบเพียงพอที่จะก่อกำเนิดเป็นดาวเคราะห์หิน หรือสร้างสิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อนอย่างทุกวันนี้

จึงมีความเป็นไปได้สูงว่าธาตุเหล็กในเลือดของเรามีประวัติที่ยาวนานกว่าดวงอาทิตย์ เพราะมันอาจถูกสร้างขึ้นในดาวอีกดวงหนึ่งที่เกิดและดับไปก่อนระบบสุริยะจะถือกำเนิดหลายร้อยล้านหรือหลายพันล้านปี

ภาพนี้ทำให้การมองท้องฟ้ายามค่ำคืนเปลี่ยนไปเล็กน้อย ดาวที่เห็นอยู่ไกลออกไปไม่ใช่เพียงจุดสว่างสวยงาม แต่เป็นเหมือนรุ่นพี่ของจักรวาลที่เคยสร้างวัตถุดิบให้ดาวรุ่นหลัง รวมถึงโลกใบนี้

เวลามีข่าวการค้นพบดาวฤกษ์หรือการระเบิดของซูเปอร์โนวา หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่ความจริงแล้วมันเกี่ยวข้องกับคำถามพื้นฐานที่สุดข้อหนึ่ง นั่นคือ เรามาจากไหน

คำตอบไม่ได้อยู่แค่ในหนังสือประวัติศาสตร์หรือบันทึกของมนุษย์ แต่อยู่ในระดับอะตอมของร่างกาย ทุกเม็ดเลือดแดงที่ไหลเวียนอยู่ในตัวกำลังพกชิ้นส่วนของประวัติศาสตร์จักรวาลเอาไว้โดยไม่รู้ตัว

ครั้งหน้าที่เห็นเลือดสีแดงจากแผลเล็ก ๆ หรือผลตรวจสุขภาพที่บอกระดับฮีโมโกลบิน ลองนึกถึงเรื่องนี้ดูอีกครั้ง ธาตุเหล็กที่กำลังช่วยให้ร่างกายมีชีวิต อาจเคยอยู่ใจกลางดาวฤกษ์ดวงหนึ่ง ผ่านการระเบิดอันรุนแรง ล่องลอยในอวกาศเป็นเวลายาวนาน ก่อนจะเดินทางมาถึงโลก และกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวเราวันนี้

แค่คิดว่าร่างกายกำลังพกเศษซากของดาวโบราณเอาไว้ ก็ทำให้เรื่องธรรมดาอย่างเลือดสีแดงดูน่าอัศจรรย์ขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

เนื้อหาโดย: วัน ๆ หาแต่เรื่อง
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
วัน ๆ หาแต่เรื่อง's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 9 ครั้ง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
กดให้คะแนน หรือกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจและไม่พลาดบทความใหม่ทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้างอำเภอที่เจริญมากที่สุด มีเศรษฐกิจดีที่สุดในต่างจังหวัดของไทยถ้าเห็นคนโดนไฟดูด ควรถีบออกไหม เรื่องสำคัญที่ต้องรู้ก่อนช่วยคนอื่นเลขเด็ด "เจ้าแม่ตะเคียน" งวด 16 กรกฎาคม 2569 รวมเลขเด่น และเลขรองทำไมบางพื้นที่ในอังกฤษต้องรื้อแอร์? ท่ามกลางคลื่นความร้อนและเป้าหมาย Net Zeroรักตัวเองก่อนรักใคร ทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญต่อความสัมพันธ์นอนน้อยจนชิน อาจทำให้สมองล้า ความจำแย่ และร่างกายฟื้นตัวยากก่อนแต่งงานควรคุยอะไรบ้าง? 10 เรื่องสำคัญที่คู่รักควรตกลงให้ชัด10 จังหวัดที่ขึ้นชื่อเรื่อง "ผีดุ" ที่สุดในประเทศไทย ตำนานหลอนที่เล่าขานกันไม่รู้จบจังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลยทำไมรีโมททีวีต้องมีปุ่มสีแดง? ที่หลายๆคนไม่เคยกดเลยทำไมคนรุ่นใหม่ไม่อยากเป็นหัวหน้า และแรงกดดันของบทบาทผู้นำในยุคสมดุลชีวิตการทำงาน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ถ้าเห็นคนโดนไฟดูด ควรถีบออกไหม เรื่องสำคัญที่ต้องรู้ก่อนช่วยคนอื่นก่อนแต่งงานควรคุยอะไรบ้าง? 10 เรื่องสำคัญที่คู่รักควรตกลงให้ชัดทำไมหลายคนซื้อของเพราะส่วนลด ทั้งที่ไม่เคยคิดจะซื้อ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมเวลารออะไรนาน ๆ เราถึงรู้สึกว่าเวลาเดินช้าลง? เปิดกลไกการรับรู้เวลาของสมองคนที่อายุมากที่สุดในประเทศไทยจระเข้กลืนหินเพื่อช่วยบดอาหาร สัตว์นักล่าที่พกเครื่องบดไว้ในท้องแบบธรรมชาติทำไมกินเผ็ดแล้วรู้สึกฟิน? เปิดความลับ “เอ็นดอร์ฟิน” ฮอร์โมนแห่งความสุขที่ซ่อนอยู่ในความแซ่บ
ตั้งกระทู้ใหม่