หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมคนรู้สึกหมดไฟได้ง่ายขึ้น แม้ไม่ได้ทำงานหนัก อธิบายด้วยมุมจิตวิทยาของภาวะ burnout

เขียนโดย ยายขี้บ่น

ช่วงหนึ่งของวัน หลายคนอาจสังเกตตัวเองว่าไม่ได้ทำงานหนักอะไรเป็นพิเศษ แต่กลับรู้สึกเหมือนพลังในหัวใจค่อยๆ ลดลงแบบไม่รู้ตัว ตื่นเช้ามาก็ไม่ได้สดชื่นเหมือนเดิม งานที่เคยทำได้เรื่อยๆ กลายเป็นสิ่งที่ต้องฝืนมากขึ้น แม้จะไม่มีอะไรหนักหนาเกิดขึ้นก็ตาม

ความรู้สึกแบบนี้ไม่ได้เกิดจากความขี้เกียจ แต่เหมือนเป็นการค่อยๆ สะสมของบางอย่างที่มองไม่เห็น มันเริ่มจากการใช้พลังสมองเล็กๆ น้อยๆ ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นการรับข้อความ การตอบสนองต่อเสียงแจ้งเตือน หรือแม้แต่การต้องคิดเรื่องเล็กๆ ซ้ำไปซ้ำมา สมองเหมือนเปิดหลายหน้าต่างพร้อมกันโดยไม่เคยได้ปิดจริงๆ

สิ่งที่น่าสนใจคือ คนจำนวนมากไม่ได้รู้สึกเหนื่อยจากงานหลัก แต่กลับรู้สึกหมดแรงจากช่วงเวลาระหว่างวันมากกว่า เช่น การไถหน้าจอไปเรื่อยๆ การเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นแบบเงียบๆ หรือการต้องรับข้อมูลจำนวนมากโดยไม่มีช่วงพักที่แท้จริง พลังงานทางใจค่อยๆ รั่วไหลออกไปทีละนิดจนไม่ทันรู้ตัว

อีกส่วนหนึ่งที่มักถูกมองข้ามคือความคาดหวังในใจตัวเอง บางคนไม่ได้มีใครกดดันโดยตรง แต่กลับตั้งมาตรฐานกับตัวเองไว้สูงอยู่ตลอดเวลา ต้องตอบให้ไว ต้องทำให้ดี ต้องไม่พลาด พอสะสมไปนานๆ ความกดดันที่ไม่มีตัวตนเหล่านี้กลับหนักกว่าความเหนื่อยจากงานจริงเสียอีก

ในเชิงจิตวิทยา ภาวะ burnout ไม่ได้เริ่มจากการทำงานหนักเสมอไป แต่มักเริ่มจากการที่ร่างกายและสมองไม่ได้มีช่วงฟื้นฟูที่เพียงพอ ความเหนื่อยไม่ได้ถูกรีเซ็ตในแต่ละวัน แต่ถูกพกพาต่อเนื่องไปเรื่อยๆ เหมือนแบตเตอรี่ที่ไม่เคยชาร์จเต็ม

บางคนอาจมีช่วงเวลาพัก แต่เป็นการพักที่ยังมีสิ่งรบกวนอยู่ตลอด เช่น เปิดมือถือไว้ทั้งวัน หรือพักแต่ยังคิดเรื่องงานอยู่ในหัว สมองจึงไม่เคยได้หยุดจริงๆ ทำให้ความรู้สึกอ่อนล้าเกิดขึ้นแม้ไม่มีภาระหนัก

ความสัมพันธ์กับโลกออนไลน์ก็มีบทบาทมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว การรับข้อมูลข่าวสาร ความคิดเห็น และชีวิตของคนอื่นอย่างต่อเนื่อง ทำให้สมองต้องประมวลผลตลอดเวลาโดยไม่มีจุดหยุดพักชัดเจน บางครั้งแค่การเลื่อนหน้าจอโดยไม่มีจุดหมาย ก็ใช้พลังทางจิตใจมากกว่าที่คิด

อีกด้านหนึ่งคือความรู้สึกว่าต้องพร้อมตลอดเวลา ทั้งเรื่องงาน เรื่องสังคม หรือแม้แต่การตอบข้อความเล็กๆ น้อยๆ ความพร้อมนี้ค่อยๆ กลายเป็นภาระที่ซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวัน จนวันหนึ่งความเหนื่อยก็ไม่ได้มาจากเหตุการณ์ใหญ่ แต่เกิดจากการไม่เคยได้ว่างจริงๆ

สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่การล้มลงแบบฉับพลัน แต่เป็นการค่อยๆ ลดระดับพลังงานทางใจลงทีละน้อย จนวันหนึ่งเริ่มรู้สึกว่าแม้ไม่มีอะไรหนัก แต่ก็ไม่อยากเริ่มอะไรใหม่อีกแล้ว

ภาวะนี้มักถูกเรียกว่าความหมดไฟ ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีสาเหตุใหญ่เสมอไป แต่อาจเป็นผลรวมของสิ่งเล็กๆ ที่สะสมต่อเนื่อง ทั้งความคิด ความคาดหวัง และการรับข้อมูลที่ไม่เคยหยุด

เมื่อมองลึกลงไป จะเห็นว่าความเหนื่อยไม่ได้มาจากปริมาณงานเพียงอย่างเดียว แต่มาจากคุณภาพของการพัก และความสามารถในการปิดระบบของสมองในแต่ละวันมากกว่า

เนื้อหาโดย: ยายขี้บ่น
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ยายขี้บ่น's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 46 ครั้ง
เขียนโดย ยายขี้บ่น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เมียให้เช่าใน สปป.ลาว เรื่องจริงที่มีอยู่ แต่ไม่ใช่อย่างที่หลายคนเข้าใจมนุษย์ยุคหินเอาชีวิตรอดจากฝนที่ตกติดต่อกันนาน ๆ ได้อย่างไรเมื่อยูทูบเบอร์เสียชีวิต ลิขสิทธิ์คลิปและช่อง YouTube ตกเป็นของใคร?เงินเดือนคนขับรถเมล์ ขสมก.ทำไมโบราณห้าม "ส่องกระจกเงาตอนจุดธูป"? พลังงานสะท้อน หรือดึงดูดสิ่งเร้นลับเข้าตัว?สรุปสิบเลขฮิตและเลขมงคล OK ล็อตเตอรี่ งวดประจำวันที่ 1 สิงหาคม 2569EmQuartier อ่านแบบไหนถึงจะถูกต้องยูทูบเบอร์ไทยรายได้มาจากไหน ทำไมบางช่องยอดวิวไม่มากแต่ยังมีเงินเข้าทุกเดือนเปิดรายได้ต่อเดือน ช่อง YouTube ฮลุน โซโล่ (Hlun Solo)ลอตเตอรี่ขายไม่หมดไปไหน? เปิดเบื้องหลังที่หลายคนสงสัยมานานชาติที่นิยมกินข้าวเหนียวของไทยมากเป็นอันดับหนึ่งของโลกใช้ผิดสีอยู่หรือเปล่า? เปิดสีกระเป๋าเงิน เสริมดวงตามวันเกิด ทั้งโชคลาภ ความรัก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สุขภาพ
ทำไมเวลาปวดอุจจาระหนัก ๆ ถึงชอบขนลุก ทั้งที่ไม่ได้หนาวผักพื้นบ้านที่คนขับถ่ายยากต้องรู้ไว้ธาตุไฟแตกคืออะไร? เมื่อร่างกายร้อนเกินสมดุล อาการที่หลายคนเข้าใจผิดว่าแค่พักผ่อนน้อยยิ่งจ้องยิ่งหนี! จุดใส ๆ บนฟ้าคืออะไร
ตั้งกระทู้ใหม่