จริงไหมที่ยุงเลือกกัดเฉพาะบางคน มากกว่าคนอื่น?
หลายคนคงเคยมีประสบการณ์นั่งอยู่กับกลุ่มเพื่อน แต่สุดท้ายกลับเป็นตัวเองที่โดนยุงกัดจนเต็มแขนเต็มขา ขณะที่คนข้าง ๆ แทบไม่ถูกยุงรบกวนเลย จนอดสงสัยไม่ได้ว่า “ยุงเลือกกัดคนจริงหรือ?” หรือเป็นเพียงความบังเอิญ
คำตอบคือ จริงในระดับหนึ่ง ยุงไม่ได้กัดคนแบบสุ่มเสมอไป แต่มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้บางคนกลายเป็น “เป้าหมายโปรด” ของยุงมากกว่าคนอื่น ทั้งกลิ่นตัว สารเคมีที่ร่างกายปล่อยออกมา อุณหภูมิของร่างกาย สีเสื้อผ้า และลักษณะทางพันธุกรรมบางอย่าง
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความรำคาญจากอาการคันเท่านั้น เพราะยุงบางชนิดยังเป็นพาหะของโรคสำคัญ เช่น ไข้เลือดออก ไข้ซิกา ไข้ชิคุนกุนยา และมาลาเรียในบางพื้นที่ ดังนั้น การเข้าใจว่าทำไมยุงถึงเข้าหาบางคนมากกว่า อาจช่วยให้เราป้องกันตัวเองได้ดีขึ้น
ยุงไม่ได้มองหาเลือด แต่กำลังมองหา “สัญญาณ”
หลายคนเข้าใจว่ายุงบินหาเลือดโดยตรง แต่ความจริงแล้ว ยุงตัวเมียซึ่งเป็นตัวที่กัดคน ใช้เลือดเป็นแหล่งโปรตีนสำหรับสร้างไข่ ส่วนการหาเหยื่อนั้นอาศัยการตรวจจับสัญญาณต่าง ๆ จากร่างกายมนุษย์
สัญญาณที่ยุงใช้ในการหาเหยื่อ ได้แก่
-
ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากลมหายใจ
-
ความร้อนจากร่างกาย
-
กลิ่นเหงื่อและสารเคมีบนผิวหนัง
-
ความชื้นที่ร่างกายปล่อยออกมา
-
การเคลื่อนไหวของมนุษย์
-
สีและความเข้มของเสื้อผ้าเมื่อยุงบินเข้ามาใกล้
เมื่อรวมข้อมูลทั้งหมด ยุงก็จะตัดสินใจบินเข้าหาเหยื่อที่มันตรวจพบได้ง่าย หรือเหมาะกับการกัดมากที่สุด
คนที่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์มาก มักถูกกัดบ่อยกว่า
ยุงสามารถตรวจจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากลมหายใจได้ดี คนที่หายใจแรงหรือปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์มาก จึงมักถูกยุงสังเกตเห็นได้ง่ายกว่า เช่น
-
ผู้ใหญ่
-
คนรูปร่างใหญ่
-
ผู้ที่ออกกำลังกาย
-
คนที่ทำกิจกรรมกลางแจ้ง
-
หญิงตั้งครรภ์
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมหลังออกกำลังกาย เดินนาน ๆ หรืออยู่ในที่ร้อนอบอ้าว เราจึงมักรู้สึกว่ายุงกัดมากกว่าปกติ เพราะร่างกายปล่อยทั้งลมหายใจ เหงื่อ ความร้อน และกลิ่นออกมามากขึ้นพร้อมกัน
กลิ่นตัวก็มีผล
แม้ทุกคนจะมีเหงื่อเหมือนกัน แต่สารเคมีบนผิวหนังของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แบคทีเรียที่อาศัยอยู่บนผิวหนังจะย่อยเหงื่อจนเกิดสารประกอบหลายชนิด เช่น
-
กรดแลกติก
-
แอมโมเนีย
-
กรดไขมันบางชนิด
-
สารระเหยจากผิวหนังและเหงื่อ
สำหรับยุงแล้ว กลิ่นเหล่านี้เปรียบเสมือนสัญญาณบอกตำแหน่งของเหยื่อ บางคนจึงมีกลิ่นตัวที่ดึงดูดยุงมากกว่าคนอื่น แม้จะอาบน้ำสะอาดเหมือนกันก็ตาม
จุดที่หลายคนอาจเข้าใจผิดคือ การถูกยุงกัดบ่อยไม่ได้แปลว่าคนคนนั้น “สกปรก” เสมอไป เพราะกลิ่นที่ยุงรับรู้เกี่ยวข้องกับเคมีธรรมชาติของผิวหนัง เหงื่อ แบคทีเรียบนผิว และพันธุกรรมของแต่ละคนด้วย
กรุ๊ปเลือดอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด
มีงานวิจัยบางชิ้นพบว่า ยุงบางชนิดมีแนวโน้มเลือกกัดผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด O มากกว่าผู้ที่มีกรุ๊ปเลือดบางกลุ่ม อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ยังมองว่ากรุ๊ปเลือดเป็นเพียงหนึ่งในหลายปัจจัย ไม่ใช่สาเหตุหลักเพียงอย่างเดียว
ดังนั้น หากคุณมีกรุ๊ปเลือด O ก็ไม่ได้หมายความว่าจะถูกยุงกัดทุกครั้ง และคนกรุ๊ปเลือดอื่นก็ยังถูกยุงกัดได้เช่นกัน เพราะสุดท้ายแล้วยุงไม่ได้ดูแค่กรุ๊ปเลือด แต่ใช้สัญญาณหลายอย่างประกอบกัน
คนที่ร่างกายร้อนมักเป็นเป้าหมาย
ยุงสามารถรับรู้ความร้อนที่แผ่ออกจากร่างกายได้ โดยเฉพาะหลังจากกิจกรรมที่ทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น เช่น
-
วิ่ง
-
ออกกำลังกาย
-
ทำงานกลางแดด
-
เดินนาน ๆ
-
มีไข้หรือร่างกายอุ่นกว่าปกติ
เมื่อร่างกายร้อนขึ้นและมีเหงื่อร่วมด้วย ยุงอาจตรวจพบเป้าหมายได้ง่ายกว่าเดิม จึงไม่น่าแปลกใจที่หลายคนจะโดนยุงกัดมากขึ้นหลังออกกำลังกาย หรือหลังกลับจากทำกิจกรรมกลางแจ้ง
เสื้อผ้าสีเข้มดึงดูดยุงมากกว่า
แม้ว่ายุงจะใช้กลิ่นเป็นหลัก แต่เมื่อบินเข้ามาใกล้ มันยังใช้การมองเห็นช่วยหาเหยื่อด้วย งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า ยุงบางชนิดมักสนใจวัตถุหรือเสื้อผ้าสีเข้มมากกว่าสีอ่อน เช่น
-
สีดำ
-
สีกรมท่า
-
สีแดงเข้ม
-
สีโทนมืดหรือสีที่ตัดกับฉากหลังชัดเจน
หากต้องอยู่ในพื้นที่ที่มียุงชุก การสวมเสื้อผ้าสีอ่อน เช่น สีขาว สีครีม หรือสีพาสเทล อาจช่วยลดโอกาสที่ยุงจะมองเห็นและบินเข้าหาได้บ้าง แม้จะไม่ได้ป้องกันได้ทั้งหมด
พันธุกรรมก็มีบทบาท
นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า พันธุกรรมอาจส่งผลต่อสารเคมีที่ร่างกายสร้างขึ้น รวมถึงชนิดของแบคทีเรียบนผิวหนัง นั่นหมายความว่า บางคนอาจเกิดมาพร้อมกับกลิ่นตัวหรือสารบนผิวที่ยุงชื่นชอบมากกว่าคนอื่น
จึงไม่น่าแปลกใจที่บางครอบครัวมักบ่นว่าถูกยุงกัดบ่อยคล้าย ๆ กัน เพราะปัจจัยบางอย่างอาจเกี่ยวข้องกับลักษณะทางร่างกายที่ถ่ายทอดกันได้
ทำไมบางคนแทบไม่เคยถูกยุงกัดเลย
ความจริงแล้ว คนเหล่านั้นอาจไม่ได้ “ไม่ถูกกัด” แต่ถูกกัดน้อยกว่า หรือมีอาการคันบวมน้อยจนไม่ค่อยรู้สึกก็ได้
หากรอบตัวมีคนที่ปล่อยสัญญาณดึงดูดยุงมากกว่า เช่น เหงื่อออกมากกว่า ตัวร้อนกว่า หรือใส่เสื้อผ้าสีเข้มกว่า ยุงก็มักเลือกเป้าหมายที่ตรวจพบง่ายที่สุดก่อน จึงเกิดภาพที่เหมือนมีบางคนเป็น “แม่เหล็กดูดยุง” ขณะที่อีกคนแทบไม่ได้รับผลกระทบ
วิธีลดโอกาสถูกยุงกัด
แม้จะไม่สามารถเปลี่ยนพันธุกรรมหรือกรุ๊ปเลือดได้ แต่เราสามารถลดโอกาสถูกยุงกัดได้หลายวิธี เช่น
-
ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันยุงตามคำแนะนำบนฉลาก
-
สวมเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวเมื่ออยู่ในพื้นที่เสี่ยง
-
เลือกเสื้อผ้าสีอ่อนเมื่อต้องอยู่กลางแจ้ง
-
หลีกเลี่ยงน้ำขังรอบบ้าน เพราะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง
-
ติดมุ้งลวด หรือกางมุ้งขณะนอน
-
เปิดพัดลม เพราะยุงบินได้ไม่ดีเมื่อมีกระแสลมแรง
-
อาบน้ำหลังออกกำลังกาย เพื่อลดเหงื่อและกลิ่นที่ดึงดูดยุง
-
เก็บบ้านให้โปร่ง ลดมุมอับชื้นที่ยุงมักหลบพัก
วิธีเหล่านี้ช่วยลดโอกาสถูกกัดได้ แม้จะไม่สามารถป้องกันได้ 100% โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มียุงชุก หรือช่วงฤดูฝนที่มีแหล่งน้ำขังมากขึ้น
ยุงกัดไม่ได้สร้างแค่ความรำคาญ
หลายคนมองว่ายุงกัดเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะอาการที่เห็นชัดมักเป็นเพียงผื่นแดง คัน หรือบวมเล็กน้อย แต่ในความเป็นจริง ยุงบางชนิดเป็นพาหะของโรคสำคัญหลายชนิด เช่น
-
ไข้เลือดออก
-
ไข้ซิกา
-
ไข้ชิคุนกุนยา
-
มาลาเรียในบางพื้นที่
-
ไข้สมองอักเสบจากยุงบางชนิด
สำหรับประเทศไทย โรคที่คนคุ้นเคยมากที่สุดคือไข้เลือดออก ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับยุงลายที่พบได้ในบ้านและชุมชน การป้องกันยุงกัดจึงไม่ใช่เพียงเพื่อหลีกเลี่ยงอาการคัน แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคที่อาจส่งผลรุนแรงต่อสุขภาพได้
บทสรุป
คำถามที่ว่า “ยุงเลือกกัดเฉพาะบางคนจริงไหม” คำตอบคือ จริงในระดับหนึ่ง เพราะยุงใช้ปัจจัยหลายอย่างในการเลือกเหยื่อ ไม่ว่าจะเป็นปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่หายใจออก กลิ่นตัว อุณหภูมิร่างกาย สีของเสื้อผ้า กรุ๊ปเลือด และพันธุกรรม
แม้บางปัจจัยจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่การดูแลสิ่งแวดล้อม ใช้อุปกรณ์ป้องกันยุง เลือกเสื้อผ้าให้เหมาะ และลดเหงื่อหรือกลิ่นหลังทำกิจกรรม ก็สามารถช่วยลดโอกาสถูกกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ครั้งหน้าหากคุณเป็นคนที่ยุงบินมาตอมก่อนใคร อย่าเพิ่งคิดว่าตัวเอง “ดวงซวย” เพราะอาจเป็นเพียงผลจากธรรมชาติของร่างกายที่ส่งสัญญาณให้ยุงค้นพบคุณได้ง่ายกว่าคนอื่นเท่านั้น
อ้างอิง:
https://www.cdc.gov/mosquitoes/prevention/index.html — CDC แนะนำการป้องกันยุงกัด เช่น ใช้สารไล่แมลงที่ขึ้นทะเบียนและสวมเสื้อผ้าปกปิดร่างกาย
https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/vector-borne-diseases — WHO ระบุว่าโรคที่มียุงเป็นพาหะรวมถึงไข้เลือดออก ชิคุนกุนยา ซิกา และมาลาเรียในบางพื้นที่
https://www.nature.com/articles/s41467-022-28195-x — งานวิจัยใน Nature Communications อธิบายบทบาทของ CO₂ และสี/วัตถุเข้มต่อพฤติกรรมการหาเหยื่อของยุงลายบ้าน
ค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้าง
ตรวจหวย 1 กรกฎาคม 2569 ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล อัปเดตสดวันนี้
ทำไมไม่ถูกหวยงวดนี้ แต่งวดหน้าก็ยังอยากซื้ออีก
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
ทำไมพบศพในแม่น้ำอินเดีย? เข้าใจความเชื่อ พิธีศพ และบริบทที่ไม่ควรเหมารวม
สหรัฐฯ เริ่มส่งตัวผู้อพยพไปปาเลา คนแรกมาถึงแล้วก่อนเดินทางออก
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
ล้อรถไฟไม่ได้กลมธรรมดา ทำไมต้องออกแบบให้เป็นทรงกรวย?
จังหวัดในไทยที่ชวนเข้าใจว่าติดทะเล
5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทย
ถ้าเหมาล็อตเตอรี่ 1,000 ใบ โอกาสถูกรางวัลที่ 1 มีแค่ไหน?
แมลงสาบแกล้งตายจริงไหม? ทำไมบางตัวนอนนิ่งแล้วหายไป
ทำไมพบศพในแม่น้ำอินเดีย? เข้าใจความเชื่อ พิธีศพ และบริบทที่ไม่ควรเหมารวม
สหรัฐฯ เริ่มส่งตัวผู้อพยพไปปาเลา คนแรกมาถึงแล้วก่อนเดินทางออก
ล้อรถไฟไม่ได้กลมธรรมดา ทำไมต้องออกแบบให้เป็นทรงกรวย?
คำสาปแช่งนกราบจากพระราชาอินทรี
ถ้าเราย้อนเวลากลับไปท่องเที่ยว “ยุคไดโนเสาร์” ต้องเตรียมตัวยังไง และโลกในตอนนั้นโหดแค่ไหนกันแน่
เห็นชื่อแล้วนึกไม่ออก รวมอาหารไทยชื่อแปลก


