หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ดมกลิ่นกุหลาบทุกวัน ช่วยดูแลสมองได้จริงไหม?


เขียนโดย เศรษฐีนี สวย รวย โสด

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีงานวิจัยหลายชิ้นที่ทำให้หลายคนหันมาสนใจ “การดมกลิ่น” ในฐานะกิจกรรมที่อาจช่วยดูแลสุขภาพสมอง โดยเฉพาะกลิ่นของดอกกุหลาบ ซึ่งถูกพูดถึงว่าอาจเกี่ยวข้องกับความจำและการทำงานของสมอง

แต่คำถามสำคัญคือ การดมกลิ่นกุหลาบทุกวันช่วยลดความเสี่ยงสมองเสื่อมได้จริงไหม หรือควรมองเรื่องนี้อย่างระมัดระวังมากกว่านั้น

ประสาทรับกลิ่นเชื่อมโยงกับสมองโดยตรง

การรับกลิ่นไม่ใช่แค่ช่วยให้เรารับรู้กลิ่นหอมหรือกลิ่นเหม็นเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับสมองส่วนที่ควบคุมความจำและอารมณ์ เช่น ฮิปโปแคมปัสและอะมิกดาลา

นี่เป็นเหตุผลที่บางครั้งแค่ได้กลิ่นอาหารเก่า ๆ น้ำหอมบางกลิ่น หรือกลิ่นดอกไม้บางชนิด ก็อาจทำให้เรานึกถึงสถานที่ เหตุการณ์ หรือคนบางคนได้ทันที

ที่น่าสนใจคือ ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์จำนวนมากมักเริ่มมีปัญหาในการรับกลิ่นตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของโรค ทำให้นักวิจัยตั้งข้อสังเกตว่า ระบบรับกลิ่นอาจมีความเกี่ยวข้องกับสุขภาพสมองมากกว่าที่เคยคิด

งานวิจัยบอกว่าอย่างไร?

มีการศึกษาที่ใช้วิธี “ฝึกการรับกลิ่น” หรือ Olfactory Training โดยให้ผู้เข้าร่วมดมกลิ่นต่าง ๆ เป็นประจำ เช่น

กุหลาบ
มะนาว
ยูคาลิปตัส
กานพลู

ผลการศึกษาบางชิ้นพบว่า ผู้เข้าร่วมมีความจำหรือการทำงานด้านการคิดดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับก่อนเริ่มฝึก

นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยที่ให้ผู้สูงอายุได้รับกลิ่นหอมระหว่างการนอนหลับเป็นเวลาหลายเดือน และพบว่าความสามารถด้านความจำดีขึ้นกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับการกระตุ้น

ส่วนงานวิจัยที่ถูกพูดถึงว่าเกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยเกียวโต เป็นการศึกษาผลของการสูดดมกลิ่นน้ำมันหอมระเหยกลิ่นกุหลาบอย่างต่อเนื่อง โดยให้ผู้เข้าร่วมสวมกลิ่นกุหลาบไว้กับเสื้อผ้าเป็นเวลา 1 เดือน แล้วตรวจภาพสมองด้วย MRI

ผลที่พบคือ กลุ่มที่ได้รับกลิ่นกุหลาบมีปริมาตรเนื้อเทาในสมองบางส่วนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบริเวณที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลและความจำบางด้าน

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ยังไม่ได้ยืนยันว่า การดมกลิ่นกุหลาบสามารถป้องกันโรคสมองเสื่อมหรือรักษาอัลไซเมอร์ได้โดยตรง เพราะเป็นการศึกษากับกลุ่มตัวอย่างจำนวนไม่มาก และยังต้องมีงานวิจัยขนาดใหญ่กว่าเดิมมาช่วยยืนยันผล

แล้วต้องเป็น “กลิ่นกุหลาบ” เท่านั้นหรือ?

ความจริงแล้ว ไม่จำเป็นต้องเป็นกลิ่นกุหลาบเท่านั้น

กลิ่นหอมจากธรรมชาติหลายชนิดถูกนำมาใช้ในการฝึกการรับกลิ่น เช่น

กุหลาบ
มะนาว
ยูคาลิปตัส
กานพลู
ลาเวนเดอร์
เปปเปอร์มินต์

จุดสำคัญอาจอยู่ที่การกระตุ้นระบบรับกลิ่นอย่างสม่ำเสมอ มากกว่าการใช้กลิ่นชนิดใดชนิดหนึ่งเพียงอย่างเดียว

สำหรับคนที่ไม่ชอบกลิ่นกุหลาบ อาจเลือกกลิ่นธรรมชาติที่รู้สึกสบาย ไม่ฉุน และไม่ทำให้ปวดหัวแทนได้

ดมทุกวันมีประโยชน์ไหม?

สำหรับคนทั่วไป การดมกลิ่นดอกไม้หรือกลิ่นหอมจากธรรมชาติวันละ 5–10 นาที อาจเป็นกิจกรรมเสริมที่ทำได้ง่าย และช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดความเครียด หรือทำให้อารมณ์ดีขึ้น

สิ่งเหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับสุขภาพสมองทางอ้อม เพราะความเครียดเรื้อรัง การนอนหลับไม่ดี และอารมณ์ที่ตึงเครียด อาจส่งผลต่อสมาธิ ความจำ และคุณภาพชีวิตโดยรวม

แต่ไม่ควรเข้าใจว่า แค่ดมกลิ่นกุหลาบทุกวันแล้วจะป้องกันสมองเสื่อมได้อย่างแน่นอน

ข้อควรระวังก่อนใช้กลิ่นหอม

แม้การดมกลิ่นหอมจะดูเป็นเรื่องปลอดภัย แต่บางคนอาจแพ้น้ำมันหอมระเหย น้ำหอม หรือกลิ่นเข้มข้นได้ โดยเฉพาะคนที่เป็นภูมิแพ้ หอบหืด ไมเกรน หรือไวต่อกลิ่น

หากดมแล้วมีอาการเวียนหัว แน่นหน้าอก น้ำมูกไหล ไอ ผื่นขึ้น หรือปวดศีรษะ ควรหยุดใช้ทันที

ไม่ควรหยดน้ำมันหอมระเหยเข้าจมูกโดยตรง และไม่ควรใช้กลิ่นที่แรงเกินไปในห้องปิด โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ สัตว์เลี้ยง หรือผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ

วิธีลดความเสี่ยงสมองเสื่อมที่มีหลักฐานชัดเจนกว่า

แม้การฝึกการรับกลิ่นจะเป็นแนวทางที่น่าสนใจ แต่วิธีที่มีหลักฐานทางการแพทย์สนับสนุนมากกว่ายังคงเป็น

ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
นอนหลับให้เพียงพอ
ควบคุมความดันโลหิต เบาหวาน และไขมันในเลือด
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
ฝึกใช้สมอง อ่านหนังสือ หรือเรียนรู้สิ่งใหม่
พบปะพูดคุยและทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น
หลีกเลี่ยงบุหรี่และแอลกอฮอล์มากเกินไป

การดมกลิ่นกุหลาบทุกวัน อาจช่วยกระตุ้นระบบรับกลิ่นและเป็นกิจกรรมเสริมที่ดีต่ออารมณ์และการผ่อนคลาย จากผลการศึกษาบางส่วนยังพบความเชื่อมโยงกับการทำงานของสมอง

แต่ในปัจจุบัน ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่า กลิ่นกุหลาบช่วยป้องกันหรือลดความเสี่ยงโรคสมองเสื่อมได้โดยตรง

ดังนั้นจึงควรมองว่าเป็นกิจกรรมเสริมที่น่าลอง มากกว่าจะเป็นวิธีรักษาหรือป้องกันโรค การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ทั้งการออกกำลังกาย กินอาหารที่ดี นอนหลับพอ และใช้สมองอย่างสม่ำเสมอ ยังคงเป็นแนวทางที่สำคัญที่สุดในการดูแลสมองระยะยาว

เนื้อหาโดย: หนูอยากเป็นเศรษฐี
เครดิต : งานวิจัยจาก ม.เกียวโตอ้างอิง:
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/38331299/
https://repository.kulib.kyoto-u.ac.jp/handle/2433/293029
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC10405466/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เศรษฐีนี สวย รวย โสด's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 43 ครั้ง
เขียนโดย เศรษฐีนี สวย รวย โสด
ชอบอ่าน ชอบเขียน แต่ไม่ใช่นักเขียนค่ะ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: หนูอยากเป็นเศรษฐี
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569เกาะกระแสเลขดัง! แนวทาง หวยลาว 21 กรกฎาคม 2569 เลขไหนถูกพูดถึงมากที่สุดในโลกออนไลน์?แนวทางเลขเด็ด AI งวด 1 สิงหาคม 2569 รวมเลขเด่นทั้ง 2 ตัวและ 3 ตัวทำไมเครื่องหมายดอลลาร์ถึงใช้ตัว S? ไม่เป็นตัว D?10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำเผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 256910 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัวมารู้จัก “ตะขบยักษ์” ผลไม้พื้นบ้านลูกโต รสหวาน ปลูกง่ายประเทศไทยมีศาลอะไรบ้างมหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบวัดความจนจากอะไรได้บ้างสิวหัวช้างทำไมเจ็บและทิ้งรอยง่าย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
21 กรกฎาคม 356 ปีก่อนคริสตกาล : หิวแสง!ชายผู้เผา 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก เพียงเพื่อให้คนจำชื่อเขาย้อนดู "แก้วที่ไม่มีวันแตก" แต่ทำไมบริษัทถึงเจ๊ง?“เจ้าหมูสกปรก” ทำไมหมูถึงกลายเป็นคำด่า ทั้งที่ความจริงหมูอาจไม่ได้สกปรกอย่างที่คิดทำไมคนกรุงเทพฯ ชอบบอกระยะทางเป็น "เวลา" ไม่ใช่ "กิโลเมตร"?
ตั้งกระทู้ใหม่