หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

วิธีแยกน้ำตาลทรายกับเกลือ ดูยังไงไม่ให้หยิบผิดใส่อาหาร

เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง

น้ำตาลทรายกับเกลือเป็นของที่หน้าตาคล้ายกันมาก โดยเฉพาะถ้าอยู่ในถุงใสหรือกระปุกที่ไม่มีฉลาก ทั้งคู่เป็นเม็ดสีขาว ๆ เล็ก ๆ ดูแห้งเหมือนกัน และอยู่ในครัวแทบทุกบ้านเหมือนกันอีกต่างหาก

ใครเคยหยิบผิดจะรู้เลยว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ใส่น้ำตาลแทนเกลือในไข่เจียว รสชาติอาจกลายเป็นแปลกทันที หรือถ้าใส่เกลือแทนน้ำตาลในกาแฟ แค่จิบเดียวก็รู้ว่าเช้าวันนั้นไม่ปกติแล้ว

วิธีแยกที่ง่ายที่สุดคือดู “ขนาดและรูปทรงของเม็ด” น้ำตาลทรายมักมีเม็ดค่อนข้างใส เป็นผลึกที่ดูคล้ายแก้วเล็ก ๆ บางเม็ดสะท้อนแสงได้ดี และมักมีขนาดใหญ่กว่าเกลือป่น ส่วนเกลือโดยทั่วไปจะดูขาวทึบกว่า เม็ดเล็กกว่า และไม่ค่อยมีความใสแบบน้ำตาล

ถ้าเป็นน้ำตาลทรายขาวแบบเม็ดค่อนข้างใหญ่ จะยิ่งสังเกตง่าย เพราะเม็ดน้ำตาลจะดูเป็นประกายและเหลี่ยมชัดกว่า ส่วนเกลือป่นมักละเอียดกว่า ดูเหมือนผงหรือเม็ดเล็ก ๆ ที่ขาวด้านกว่า

อีกวิธีคือใช้ปลายนิ้วแตะแล้วถูเบา ๆ น้ำตาลทรายมักให้ความรู้สึกเม็ดใหญ่กว่า สากแบบกรุบ ๆ เล็กน้อย ส่วนเกลือป่นมักละเอียดกว่าและแตกกระจายง่ายกว่า แต่หลังแตะควรล้างมือ เพราะทั้งสองอย่างเป็นของกินและไม่ควรปนเปื้อนในกระปุก

ถ้าดูด้วยตาแล้วยังไม่แน่ใจ วิธีที่ตรงที่สุดคือ “ชิมนิดเดียว” แตะปลายช้อนสะอาดหรือปลายนิ้วสะอาดเพียงเล็กน้อยแล้วชิม น้ำตาลจะหวาน ส่วนเกลือจะเค็ม วิธีนี้แม่นที่สุดในครัวบ้าน แต่ควรใช้เฉพาะกรณีที่มั่นใจว่าเป็นของกินจริง ๆ ไม่ใช่สารเคมีอื่นที่ถูกเก็บผิดภาชนะ

ไม่ควรชิมของที่ไม่แน่ใจแหล่งที่มา เช่น ผงสีขาวในขวดไม่มีฉลากที่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร เพราะในบ้านบางหลังอาจมีผงซักฟอก ผงทำความสะอาด สารกันชื้น หรือสารเคมีอื่นที่หน้าตาคล้ายของกินได้ ถ้าไม่แน่ใจจริง ๆ ควรทิ้งดีกว่าเสี่ยง

อีกวิธีหนึ่งคือหยดน้ำลงไปเล็กน้อย น้ำตาลจะละลายในน้ำและให้ความรู้สึกเหนียวเล็กน้อยถ้ามีความเข้มข้นมาก ส่วนเกลือก็ละลายน้ำได้เหมือนกัน แต่รสจะเค็มและไม่ให้ความหวานเหนียวแบบน้ำตาล วิธีนี้ช่วยได้บ้าง แต่ไม่ชัดเท่าการดูและชิม เพราะทั้งสองอย่างละลายน้ำได้เหมือนกัน

ถ้าลองเอาไปละลายน้ำแล้วต้องการแยกแบบวิทยาศาสตร์ น้ำเกลือและน้ำน้ำตาลจะต่างกันตรงรสชาติและพฤติกรรมบางอย่าง เช่น น้ำเกลือนำไฟฟ้าได้ดีกว่าน้ำน้ำตาล เพราะเกลือแตกตัวเป็นไอออนในน้ำ แต่วิธีนี้ต้องใช้อุปกรณ์ จึงไม่เหมาะกับครัวทั่วไป

ถ้าเป็นการทดลองในห้องเรียน วิธีหนึ่งที่น่าสนใจคือใช้ความแตกต่างเรื่องการนำไฟฟ้า ละลายผงตัวอย่างในน้ำ แล้วใช้วงจรง่าย ๆ หรือเครื่องวัดการนำไฟฟ้า ถ้าเป็นเกลือ สารละลายจะนำไฟฟ้าได้ดี ถ้าเป็นน้ำตาล จะนำไฟฟ้าได้น้อยมาก เพราะน้ำตาลละลายแต่ไม่แตกตัวเป็นไอออนแบบเกลือ

แต่ถ้าต้องการแยก “น้ำตาลกับเกลือที่ผสมกันอยู่” จะยากกว่าการแยกว่ากระปุกไหนคืออะไร เพราะทั้งน้ำตาลและเกลือละลายน้ำได้ดีเหมือนกัน จึงไม่สามารถใช้การละลายน้ำแล้วกรองแยกแบบทรายกับเกลือได้ง่าย ๆ

ในทางปฏิบัติ ถ้าน้ำตาลกับเกลือปนกันในครัวแล้ว ปริมาณไม่มาก มักไม่คุ้มที่จะแยกออกมาใช้อีก เพราะรสจะปนกันและใช้ทำอาหารลำบาก วิธีปลอดภัยที่สุดคือไม่ใช้ทำอาหารสำคัญ และแยกทิ้งหรือใช้ในงานที่ไม่กระทบรสชาติตามความเหมาะสม

ถ้าอยากป้องกันไม่ให้หยิบผิด วิธีที่ดีที่สุดคือใส่ฉลากให้ชัด เขียนตัวใหญ่ ๆ ว่า “น้ำตาล” และ “เกลือ” ใช้กระปุกคนละแบบ หรือใช้ช้อนตักคนละสี เพราะการแยกด้วยตาอาจพลาดได้ง่าย โดยเฉพาะตอนรีบทำอาหารหรือแสงในครัวไม่ดี

อีกเทคนิคง่าย ๆ คือเก็บคนละตำแหน่ง เช่น น้ำตาลไว้ใกล้กาแฟหรือเครื่องดื่ม เกลือไว้ใกล้เครื่องปรุงทำอาหาร หรือใช้กระปุกที่เปิดต่างกัน เพื่อให้มือจำตำแหน่งได้ ไม่ต้องพึ่งสายตาอย่างเดียว

สำหรับบ้านที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ หรือคนทำอาหารหลายคน ยิ่งควรติดฉลาก เพราะคนแต่ละคนจำกระปุกไม่เหมือนกัน สิ่งที่เราคิดว่าดูออกง่าย คนอื่นอาจดูไม่ออก และการหยิบผิดเพียงครั้งเดียวอาจทำให้อาหารทั้งหม้อเสียรสได้

สรุปแล้ว วิธีแยกน้ำตาลทรายกับเกลือทำได้หลายแบบ ดูจากเม็ดที่น้ำตาลมักใสและใหญ่กว่า ส่วนเกลือมักขาวทึบและละเอียดกว่า ใช้นิ้วแตะดูความหยาบ หรือชิมเพียงเล็กน้อยถ้ามั่นใจว่าเป็นของกินจริง ๆ หากเป็นการทดลอง น้ำเกลือจะนำไฟฟ้าได้ดีกว่าน้ำน้ำตาล แต่ในครัวจริง วิธีที่ดีที่สุดคือเก็บแยกกระปุก ติดฉลากชัด และใช้ช้อนแยกกันตั้งแต่แรก เพื่อไม่ให้ต้องมานั่งลุ้นว่าเม็ดขาว ๆ ในมือคือหวานหรือเค็ม

เนื้อหาโดย: วัน ๆ หาแต่เรื่อง
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
วัน ๆ หาแต่เรื่อง's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 56 ครั้ง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
กดให้คะแนน หรือกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจและไม่พลาดบทความใหม่ทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไมซื้อสมุดกับปากกาใหม่แล้วรู้สึกขยันขึ้นทั้งที่งานยังไม่เดินเลขเด็ด "ทักษามหารานี" งวดวันที่ 16 สิงหาคม 69..ส่องให้ไว เลขไหนใช่เลย!จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขารหัสเลขเด่น "ล๊อตเตอรี่ชี้โขค" 16 สิงหาคม 2569พี่บ่าว ปู่วัดสายป่า เปิดแนวทางเลขงวด 16 สิงหาคม 2569 ลุ้น 760-60-70-76 ล่าง 85“67” คืออะไร ทำไมเด็กยุคนี้ถึงชอบพูดกันจากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้านวงหมอลำหนึ่งวงต้องใช้คนทำงานกี่อาชีพ กว่าจะออกมาเป็นการแสดงหนึ่งคืนเบื้องหลังอาชีพคนขับรถไฟ คนหนึ่งคนต้องรับผิดชอบอะไรตลอดหนึ่งเที่ยวเดินทาง10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด“เอเวลินน์ ศรียะพันธ์” นักบินหญิงชาวไทยที่สื่อนอกยกฉายา “กัปตันที่สวยที่สุดในประวัติศาสตร์”ไวน์VSเบียร์-เหล้า! จิบแบบไหนส่งผลต่อหัวใจ?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
6 ของคุ้นตาที่กำลังหายไปจากชีวิตประจำวัน เพราะโลกเปลี่ยนไปซี.พี.ติดลำดับ 5 % แรกของบริษัทกลุ่มอุตสาหกรรมของโลกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ฮิตสุดในไทย ได้รับความนิยมสูงที่สุดตลอดกาลเลขเด็ด "ทักษามหารานี" งวดวันที่ 16 สิงหาคม 69..ส่องให้ไว เลขไหนใช่เลย!ชาวเน็ตจับโป๊ะ! คลิปไวรัลดัง เรื่องจริงหรือ "ละครคุณธรรม"?โลกไร้ความตายจะเป็นสวรรค์จริงไหม? ลองคิดต่อเมื่อมนุษย์ทุกคนเป็นอมตะ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
จะเกิดอะไรขึ้น? ถ้าชาวนาไทยล้มโต๊ะ "เลิกปลูกข้าว" เพราะราคาถูกจนขาดทุน ทั้งที่ข้าวคือลมหายใจของคนไทย!โลกไร้ความตายจะเป็นสวรรค์จริงไหม? ลองคิดต่อเมื่อมนุษย์ทุกคนเป็นอมตะ“67” คืออะไร ทำไมเด็กยุคนี้ถึงชอบพูดกันวงหมอลำหนึ่งวงต้องใช้คนทำงานกี่อาชีพ กว่าจะออกมาเป็นการแสดงหนึ่งคืน
ตั้งกระทู้ใหม่