หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

เทปตีนตุ๊กแกเกิดจากเมล็ดหญ้าติดขนสุนัขจริงหรือ

เขียนโดย nantana

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

แถบผ้าสองด้านที่ติดกันแน่น พอดึงแยกออกก็มีเสียง “แคว่ก” มักอยู่บนรองเท้า กระเป๋า เสื้อเด็ก หรือสายรัดอุปกรณ์ ชื่อที่คนคุ้นปากคือเทปตีนตุ๊กแก ส่วนชื่อของกลไกคือ hook-and-loop fastener เพราะด้านหนึ่งมีตะขอเล็กมาก อีกด้านเป็นเส้นใยรูปห่วง

จุดเริ่มต้นของมันมาจากเหตุการณ์ธรรมดาในปี 1941 จอร์จ เดอ เมสทรัล วิศวกรชาวสวิส กลับจากทริปล่าสัตว์พร้อมสุนัขพันธุ์ไอริช พอยน์เตอร์ แล้วพบเมล็ดหนามของพืชตระกูลเบอร์ด็อกติดเต็มกางเกงและขนสุนัข ความรำคาญครั้งนั้นกลายเป็นโจทย์ทางวิศวกรรม

เมล็ดนั้นเกาะด้วยตะขอ ไม่ใช่กาว

เดอ เมสทรัลนำเมล็ดหนามไปส่องกล้องจุลทรรศน์ เขาพบปลายงอคล้ายตะขอจำนวนมาก ตะขอเหล่านี้เกี่ยวเข้ากับเส้นขนและห่วงเล็ก ๆ ในเนื้อผ้า จึงติดแน่นพอให้เมล็ดเดินทางไปกับสัตว์ได้ แล้วหลุดออกในภายหลังเพื่อกระจายพันธุ์

แนวคิดจึงชัดเจนมาก: ถ้าสร้างแถบผ้าสองด้านให้ด้านหนึ่งมีตะขอจิ๋ว และอีกด้านมีห่วงนุ่ม ๆ ก็จะได้ตัวล็อกที่กดติดได้ แกะออกได้ และใช้ซ้ำได้หลายครั้ง นี่เป็นตัวอย่างคลาสสิกของการเลียนแบบวิธีแก้ปัญหาจากธรรมชาติ

ส่วนที่ยากไม่ได้อยู่ที่การนึกภาพออก แต่อยู่ที่การผลิตให้ตะขอเล็กพอ แข็งแรงพอ และมีรูปทรงสม่ำเสมอ แหล่งข้อมูลขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลกระบุว่า การทำกลไกแบบเมล็ดหนามให้สำเร็จต้องใช้การวิจัยและพัฒนาร่วมกับโรงทอในฝรั่งเศสเกือบ 8 ปี ช่วงแรกทดลองใช้ฝ้าย ก่อนพบว่าไนลอนเหมาะกว่า เพราะทนการใช้งานและคงรูปตะขอได้ดีหลังผ่านความร้อน

จึงไม่ควรตีความว่าเขาเดินเล่นครั้งเดียวแล้วได้เทปตีนตุ๊กแกทันที ไอเดียเริ่มในปี 1941 ขณะที่สิทธิบัตรสวิสฉบับแรกออกในปี 1954 และมีสิทธิบัตรในฝรั่งเศสกับสหรัฐฯ ตามมาในปี 1955 เส้นทางจากเมล็ดหนามไปสู่สินค้าที่ผลิตซ้ำได้ใช้เวลายาวนานกว่าคำเล่าว่า “สิบปี” พอสมควร

ทำไมกดติดแล้วแน่น แต่ยังดึงออกได้

เวลาประกบสองด้าน ตะขอจำนวนมากจะเกี่ยวห่วงพร้อมกัน จึงรับแรงดึงได้ดี แต่การลอกออกจากขอบทำให้ตะขอหลุดทีละส่วน แรงที่ใช้จึงไม่สูงเท่าการดึงให้หลุดพร้อมกันทั้งแผ่น เอกสารสิทธิบัตรยังอธิบายการใช้เส้นใยสังเคราะห์ เช่น ไนลอน และการให้ความร้อนเพื่อรักษารูปตะขอไว้

เทคโนโลยีนี้ไม่ได้ถูกคิดค้นโดยนาซา นาซายืนยันว่าแถบตะขอและห่วงเป็นผลงานของวิศวกรชาวสวิสตั้งแต่ทศวรรษ 1940 แต่การใช้ยึดอุปกรณ์ในภารกิจอะพอลโลทำให้คนทั่วโลกเชื่อมโยงมันกับอวกาศ ในสภาพไร้น้ำหนัก ของชิ้นเล็กมีโอกาสลอยหายไป การติดไว้กับผนังหรือกระเป๋าจึงใช้งานได้ตรงจุด

เสียงแคว่กจากรองเท้าหนึ่งคู่จึงมีต้นแบบเป็นเมล็ดพืชที่วิวัฒน์มาเพื่อเกาะขนสัตว์ เดอ เมสทรัลไม่ได้คัดลอกหน้าตาของเมล็ดหนาม เขาหยิบหลักการ “ตะขอเกี่ยวห่วง” มาสร้างเป็นวัสดุที่คนกดติดและเปิดซ้ำได้ในชีวิตประจำวัน

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
nantana's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 55 ครั้ง
เขียนโดย nantana
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ย้อนรอย 5 ภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดัง ที่แอบมาเนรมิตประเทศไทยให้กลายเป็นประเทศอื่นรู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่ง“มังกรเมรัย” ประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ... “เลขนี้ท่านได้แต่ใดมา”เปิดรายชื่อ 8 มหาเศรษฐีระดับโลก ที่เลือกเมืองไทยเป็นจุดหมายพักผ่อนสุดหรูปฐมเทศนาเริ่มจากทางสายกลาง ก่อนแจกแจงอริยสัจ 4 อย่างไร?เลขเด็ดพลังเต่าหับ งวด 1 พฤศจิกายน 2569 เปิดเลขวงกลมเด่น พร้อมแนวทางเลขสองตัวที่น่าจับตาทำไมเทพไทร์จึงยอมเสียมือให้หมาป่าเฟนรีร์?เจาะโพยเจ๊เขียว งวด 1 พ.ย. 69 เปิดเลข 130 พร้อมเลข 2 ตัว 13-10-30 แยกจุดเด่นและความเชื่อมโยงเปิด 8 วรรณกรรมไทยที่เดินทางข้ามภาษา สู่ชั้นหนังสือในยุโรปช็อกโกแลตมีฝ้าขาวทั้งที่ยังไม่หมดอายุ กินได้ไหม?วงแหวนรอบดวงจันทร์เกิดจากอะไร และบอกได้ไหมว่าฝนกำลังจะมา?พระพุทธรูปปางมารวิชัยเอื้อมมือแตะพื้นหมายถึงอะไร?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ฟ้าแลบสีแดงโผล่เหนือพายุ: แสงวาบที่เกิดสูงกว่าเมฆหลายสิบกิโลเมตรกบแก้วตัวใสซ่อนเลือดไว้ไหน? นักวิจัยเห็นเม็ดเลือดไปรวมในตับขันธบรรพ (The Five Aggregates) (สร้างกับ เอไอ)หินก้อนใหญ่ทิ้งรอยยาวในทะเลสาบแห้งได้ยังไง? นักวิจัยเห็นจังหวะมันขยับ
ตั้งกระทู้ใหม่