ไลโคปีนในมะเขือเทศ ของดีสีแดงที่ร่างกายได้ประโยชน์มากกว่าที่คิด
เวลาพูดถึงมะเขือเทศ หลายคนจะนึกถึงผักผลไม้สีแดงที่เอาไปทำอาหารได้หลายแบบ จะกินสดก็ได้ เอาไปผัดก็ได้ ทำซุป ทำสปาเกตตี ทำส้มตำ หรือกินคู่สลัดก็เข้ากันง่าย
แต่สิ่งที่ทำให้มะเขือเทศน่าสนใจในทางโภชนาการ ไม่ได้มีแค่ความสดชื่นหรือรสเปรี้ยวอมหวาน แต่อยู่ที่สารสำคัญตัวหนึ่งที่ชื่อว่า ไลโคปีน
ไลโคปีนเป็นสารสีแดงตามธรรมชาติที่อยู่ในมะเขือเทศ แตงโม ฝรั่งสีชมพู และผลไม้สีแดงบางชนิด แต่แหล่งที่คนคุ้นที่สุดก็คือมะเขือเทศ สารตัวนี้อยู่ในกลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีบทบาทช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายจากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ
ไลโคปีนคืออะไร ทำไมถึงถูกพูดถึงบ่อย
พูดง่าย ๆ อนุมูลอิสระคือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น ความเครียด มลภาวะ ควันบุหรี่ แสงแดด การพักผ่อนน้อย หรือแม้แต่กระบวนการใช้ชีวิตปกติของเราเอง
เมื่อมีอนุมูลอิสระมากเกินไป ร่างกายอาจเกิดภาวะเครียดออกซิเดชัน ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเสื่อมของเซลล์และโรคเรื้อรังหลายชนิด
ไลโคปีนจึงถูกพูดถึงบ่อย เพราะเป็นหนึ่งในสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยรับมือกับภาวะนี้ได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะในแง่ของการดูแลสุขภาพระยะยาว
แน่นอนว่าไลโคปีนไม่ใช่ยาวิเศษที่กินแล้วเห็นผลทันที แต่ถ้ากินอาหารที่มีไลโคปีนเป็นประจำ ร่วมกับการใช้ชีวิตที่ดี ก็ถือเป็นการช่วยร่างกายแบบค่อยเป็นค่อยไป
ดีต่อหัวใจและหลอดเลือดในภาพรวม
ประโยชน์ที่คนพูดถึงมากที่สุดอย่างหนึ่งของไลโคปีนคือเรื่อง หัวใจและหลอดเลือด
สารต้านอนุมูลอิสระอย่างไลโคปีนอาจมีส่วนช่วยลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระที่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือด และเกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพหัวใจในภาพรวม
คนที่กินผักผลไม้หลากหลาย รวมถึงมะเขือเทศเป็นประจำ มักมีแนวโน้มดูแลสุขภาพได้ดีกว่าคนที่กินอาหารแปรรูป ของมันจัด หรืออาหารหวานเค็มเป็นหลัก
แต่ต้องเข้าใจให้ถูกว่า มะเขือเทศไม่ได้ทำหน้าที่แทนยา หรือรักษาโรคหัวใจได้โดยตรง สิ่งสำคัญยังอยู่ที่ภาพรวมของอาหาร การออกกำลังกาย การนอน และการดูแลสุขภาพประจำวัน
ช่วยดูแลเซลล์ ไม่ใช่แค่เรื่องวิตามิน
อีกด้านหนึ่ง ไลโคปีนมักถูกเชื่อมโยงกับเรื่องการดูแลเซลล์ในร่างกาย โดยเฉพาะในแง่ของการลดความเสื่อมสะสมจากอนุมูลอิสระ
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหลายคนมักได้ยินว่ามะเขือเทศดีต่อสุขภาพในระยะยาว เพราะมันไม่ได้ให้แค่วิตามิน แต่ยังให้สารพฤกษเคมีที่ช่วยดูแลร่างกายในมุมที่ลึกขึ้น
นอกจากนี้ มะเขือเทศยังไม่ได้มีแค่ไลโคปีน แต่มักมีวิตามินซี โพแทสเซียม และสารอาหารอื่น ๆ ร่วมด้วย ทำให้มันเป็นอาหารที่ดีแบบทั้งผล ไม่ได้มีดีแค่สารตัวเดียว
ผิวพรรณอาจได้ประโยชน์ทางอ้อม
เรื่องผิวพรรณก็เป็นอีกเรื่องที่หลายคนสนใจ ไลโคปีนไม่ได้ทำให้ผิวขาวหรือเปลี่ยนผิวแบบทันใจ แต่มีส่วนช่วยปกป้องร่างกายจากความเครียดที่เกิดจากแสงแดดและสิ่งแวดล้อมได้ทางอ้อมบ้าง
เมื่อกินร่วมกับอาหารที่ดี ดื่มน้ำพอ พักผ่อนให้เพียงพอ และไม่ตากแดดหนักเกินไป ร่างกายโดยรวมก็มีแนวโน้มฟื้นตัวได้ดีขึ้น ผิวจึงอาจดูสดใสขึ้นในภาพรวม
พูดให้เข้าใจง่ายคือ มะเขือเทศไม่ได้ทำหน้าที่เป็นครีมกันแดด และไม่ได้แทนการดูแลผิวโดยตรง แต่เป็นหนึ่งในอาหารที่ช่วยสนับสนุนร่างกายจากภายใน
ผู้ชายกับไลโคปีน ทำไมถูกพูดถึงบ่อย
สำหรับผู้ชาย ไลโคปีนมักถูกพูดถึงในบริบทของสุขภาพต่อมลูกหมาก จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหลายคนมองว่ามะเขือเทศเป็นอาหารที่ผู้ชายวัยทำงานและวัยกลางคนควรกินสม่ำเสมอ
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้แปลว่ากินมะเขือเทศแล้วจะป้องกันทุกปัญหาได้ แต่ถ้ามองในฐานะอาหารธรรมชาติที่กินง่าย มีสารต้านอนุมูลอิสระ และเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารที่ดี มะเขือเทศก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก
มะเขือเทศสุกอาจดูดซึมไลโคปีนได้ดีกว่า
เรื่องที่น่าสนใจมากคือ ไลโคปีนในมะเขือเทศสุกหรือมะเขือเทศที่ผ่านความร้อน มักอยู่ในรูปแบบที่ร่างกายดูดซึมได้ดีขึ้นกว่ามะเขือเทศสดในหลายกรณี
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมอาหารอย่างซอสมะเขือเทศ ซุปมะเขือเทศ มะเขือเทศผัด หรือสปาเกตตีซอสมะเขือเทศ จึงยังมีคุณค่าในเรื่องไลโคปีนอยู่มาก ไม่ได้แปลว่าต้องกินดิบอย่างเดียวถึงจะดี
คนที่ไม่ชอบกลิ่นเขียว ๆ ของมะเขือเทศสด ก็ไม่จำเป็นต้องฝืนมากเกินไป เพราะยังมีทางเลือกหลายแบบ เช่น เอาไปทำไข่คน ซุป แกง สปาเกตตี หรือเมนูที่รสชาติกลมกล่อมขึ้น
กินคู่ไขมันดีเล็กน้อย ร่างกายยิ่งนำไปใช้ได้ดี
ไลโคปีนเป็นสารที่ละลายในไขมัน ไม่ได้ละลายในน้ำเหมือนวิตามินบางชนิด ดังนั้นถ้ากินคู่กับไขมันดีเล็กน้อย ร่างกายก็มักดูดซึมไลโคปีนได้ดีขึ้น
ตัวอย่างง่าย ๆ เช่น
-
มะเขือเทศผัดไข่
-
ซุปมะเขือเทศใส่น้ำมันมะกอกเล็กน้อย
-
สลัดมะเขือเทศกับอะโวคาโด
-
สปาเกตตีซอสมะเขือเทศที่ใช้น้ำมันพอเหมาะ
-
มะเขือเทศย่างคู่กับปลา ไข่ หรือถั่วบางชนิด
ไม่จำเป็นต้องใส่น้ำมันเยอะ เพราะถ้ามากเกินไปก็อาจกลายเป็นเพิ่มพลังงานโดยไม่จำเป็น แค่มีไขมันดีในมื้ออาหารพอเหมาะก็ช่วยให้เมนูมะเขือเทศน่าสนใจขึ้นแล้ว
ระวังซอสมะเขือเทศหวานจัด เค็มจัด
ข้อดีอีกอย่างของไลโคปีนคือเราได้จากอาหารจริงในชีวิตประจำวัน ไม่จำเป็นต้องไปหาซื้ออาหารเสริมแพง ๆ เช่น น้ำมะเขือเทศ ซุปมะเขือเทศ มะเขือเทศผัดไข่ หรือเมนูที่ใช้มะเขือเทศสุกเป็นส่วนประกอบ
แต่ก็ต้องระวังเหมือนกันว่า ถ้ากินมะเขือเทศในรูปแบบอาหารแปรรูปที่หวานจัด เค็มจัด หรือมีน้ำตาลสูง เช่น ซอสมะเขือเทศบางชนิดที่ปรุงรสหนักมาก ประโยชน์ของไลโคปีนอาจถูกกลบด้วยปริมาณน้ำตาลหรือโซเดียมที่มากเกินไป
ถ้าเลือกได้ ควรเลือกแบบธรรมชาติ อ่านฉลากก่อนซื้อ หรือปรุงเองจะดีที่สุด โดยเฉพาะคนที่ต้องคุมน้ำตาล ความดัน หรือโซเดียมในอาหาร
ใครบ้างที่ควรระวัง
มะเขือเทศเป็นอาหารที่คนทั่วไปมักกินได้ตามปกติในมื้ออาหารประจำวัน แต่บางกลุ่มอาจต้องสังเกตตัวเองเล็กน้อย
เช่น คนที่มีอาการกรดไหลย้อน หรือกระเพาะไวต่ออาหารเปรี้ยว อาจกินมะเขือเทศแล้วแสบท้อง แน่นท้อง หรือระคายกระเพาะได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเมื่อกินตอนท้องว่างหรือกินในปริมาณมาก
ในกรณีนี้ไม่จำเป็นต้องงดทุกคน แต่ควรเลือกปริมาณให้เหมาะ กินร่วมกับอาหารอื่น และสังเกตว่าร่างกายตอบสนองอย่างไร
กินมะเขือเทศให้ได้ประโยชน์แบบง่าย ๆ
ถ้าจะกินมะเขือเทศให้คุ้ม ไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แค่จำหลักง่าย ๆ คือ
กินได้ทั้งสดและสุก แต่แบบสุกมักช่วยให้ร่างกายดูดซึมไลโคปีนได้ดีขึ้นในหลายกรณี
กินคู่ไขมันดีเล็กน้อย เช่น น้ำมันมะกอก ไข่ อะโวคาโด หรืออาหารที่มีไขมันพอเหมาะ
เลือกเมนูที่ไม่หวานจัด ไม่เค็มจัด และไม่ปรุงหนักเกินไป
กินเป็นส่วนหนึ่งของอาหารหลากหลาย ไม่ใช่ยึดติดว่าต้องกินมะเขือเทศอย่างเดียว
สรุป
ถ้าจะให้จำแบบง่ายที่สุด มะเขือเทศเป็นอาหารที่ดีต่อร่างกายเพราะมี ไลโคปีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยดูแลเซลล์ สนับสนุนสุขภาพหัวใจ และเกี่ยวข้องกับการดูแลร่างกายในระยะยาว
มะเขือเทศสุกหรือผ่านความร้อนมักช่วยให้ร่างกายดูดซึมไลโคปีนได้ดีขึ้น โดยเฉพาะเมื่อกินคู่กับไขมันดีเล็กน้อย
แต่สุดท้ายแล้ว มะเขือเทศไม่ใช่ของวิเศษที่กินมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเสมอไป การดูแลสุขภาพยังต้องดูทั้งภาพรวม ไม่ว่าจะเป็นการกินผักผลไม้หลายสี กินโปรตีนดี ลดของทอด ลดหวาน นอนให้พอ ออกกำลังกาย และไม่สูบบุหรี่
ไลโคปีนเป็นเพียงหนึ่งในตัวช่วยจากธรรมชาติ แต่ถ้าอยากเริ่มดูแลสุขภาพจากของใกล้ตัว มะเขือเทศก็เป็นตัวเลือกง่าย ๆ ที่คุ้มค่ามาก
อ้างอิงตรวจสอบเพิ่มเติม:
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC7996133/
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/15927929/
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC3850026/
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
อาหารที่คนไทยอาจรู้สึกเฉยๆ แต่มักเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติ
3 คณะที่โดนรีไทร์มากที่สุดในประเทศไทย
คุณไสยมีจริงไหม ทำไมความเชื่อนี้ยังอยู่กับคนไทย
เครื่องบินโรงเรียนกระโดดร่มตกใกล้บ้านเรือนในฝรั่งเศส ดับ 11 ชีวิต
5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทย
ซื้อทุเรียนยังไงให้คุ้ม เข้าใจก่อนว่าทำไมราคาถึงสูง
ความคืบหน้าการสร้างรั้วกั้นเขตชายแดนไทย - กัมพูชา
มิติใหม่คนเมือง! รู้จัก "ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สมัยที่ 2" ส่องนโยบายเด็ดผ่านงานศิลปะสุดน่ารัก พัฒนาเมืองให้ยั่งยืน
ร้อนในเกิดจากอะไร ทำไมเป็นซ้ำบ่อย
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
หินปูนเกาะฟันดูแลยังไง ก่อนลุกลามเป็นกลิ่นปาก เหงือกอักเสบ และฟันโยก
Platinum Arowana ราชาปลามังกรสีเงินแห่งโลกปลาสวยงาม
คุณไสยมีจริงไหม ทำไมความเชื่อนี้ยังอยู่กับคนไทย
มิติใหม่คนเมือง! รู้จัก "ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สมัยที่ 2" ส่องนโยบายเด็ดผ่านงานศิลปะสุดน่ารัก พัฒนาเมืองให้ยั่งยืน
สมาร์ตวอทช์ GPS รุ่นไหนจับระยะทางแม่น เหมาะกับสายวิ่งปี 2026
เครื่องบินโรงเรียนกระโดดร่มตกใกล้บ้านเรือนในฝรั่งเศส ดับ 11 ชีวิต
ถ้าเหมาลอตเตอรี่หมดทุกเลข จะถูกรางวัลแน่ไหม และต้องลงทุนเท่าไหร่
Platinum Arowana ราชาปลามังกรสีเงินแห่งโลกปลาสวยงาม

