ใบหม่อนบดผง vs มัทฉะ แฝดคนละฝา จะกลายเป็นพืชเศรษฐกิจในอนาคตของไทยได้ไหม?
ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา "มัทฉะ" กลายเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมไปทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นมัทฉะลาเต้ ไอศกรีม เบเกอรี่ หรือเมนูเพื่อสุขภาพ ส่งผลให้ตลาดมัทฉะมีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ และทำให้ญี่ปุ่นสร้างมูลค่าเพิ่มจากใบชาได้อย่างมหาศาล
แต่ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยก็มีพืชชนิดหนึ่งที่เริ่มถูกจับตามองมากขึ้น นั่นคือ "ใบหม่อนบดผง" เครื่องดื่มสีเขียวที่หลายคนเรียกว่า "แฝดคนละฝาของมัทฉะ"
แม้หน้าตาจะคล้ายกัน แต่แท้จริงแล้วทั้งสองเป็นคนละพืช และอาจตอบโจทย์ผู้บริโภคคนละกลุ่ม
ใบหม่อนบดผง กับ มัทฉะ ต่างกันอย่างไร?
มัทฉะผลิตจากใบชาเขียวที่นำมาเพาะปลูกแบบบังแดด
ก่อนนำไปบดละเอียด จึงอุดมไปด้วยคาเฟอีน แอล-ธีอะนีน และสารต้านอนุมูลอิสระอย่าง EGCG เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสดชื่นและสมาธิ
ส่วนใบหม่อนบดผงผลิตจากใบของต้นหม่อน ซึ่งเป็นพืชที่คนไทยคุ้นเคยจากการเลี้ยงไหม จุดเด่นคือแทบไม่มีคาเฟอีน และมีสารสำคัญอย่าง DNJ (1-Deoxynojirimycin)
ที่มีงานวิจัยจำนวนหนึ่งชี้ว่าช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลจากอาหาร จึงได้รับความสนใจจากกลุ่มคนรักสุขภาพ
เทียบง่ายๆเพื่อให้เห็นภาพ
ทำไมใบหม่อนบดผงถึงเริ่มได้รับความนิยม?
กระแสผู้บริโภคทั่วโลกกำลังเปลี่ยนจากเครื่องดื่มหวานไปสู่เครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากขึ้น
ใบหม่อนบดผงสามารถนำไปชงดื่ม ทำลาเต้ สมูทตี หรือใส่ในเบเกอรี่ได้เหมือนมัทฉะ อีกทั้งยังเหมาะกับผู้ที่หลีกเลี่ยงคาเฟอีน จึงกลายเป็นทางเลือกใหม่ในตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
นอกจากนี้ สีเขียวธรรมชาติและภาพลักษณ์ของซูเปอร์ฟู้ดยังช่วยให้ผลิตภัณฑ์ดูทันสมัยและตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่
ไทยมีโอกาสสร้าง "มัทฉะเวอร์ชันของตัวเอง" หรือไม่?
ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบหลายด้าน
• ปลูกต้นหม่อนได้อยู่แล้วในหลายพื้นที่
• มีองค์ความรู้ด้านการแปรรูปจากอุตสาหกรรมหม่อนไหม
• ต้นทุนการผลิตอาจต่ำกว่ามัทฉะคุณภาพสูง
• สามารถต่อยอดเป็นเครื่องดื่ม ขนม และผลิตภัณฑ์สุขภาพได้หลากหลาย
หากมีการพัฒนาคุณภาพการผลิตให้ได้มาตรฐาน และสร้างแบรนด์ที่แข็งแรง ใบหม่อนบดผงก็มีศักยภาพที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกษตรกรไทยได้ไม่น้อย
แล้วจะตีตลาดแข่งกับมัทฉะได้ไหม?
คำตอบคือ "แข่งได้ แต่ไม่จำเป็นต้องแทนที่กัน"
มัทฉะมีจุดแข็งจากประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และภาพลักษณ์ระดับพรีเมียมที่สั่งสมมาหลายร้อยปี
ส่วนใบหม่อนบดผงควรสร้างตัวตนในฐานะ เครื่องดื่มสีเขียวเพื่อสุขภาพจากประเทศไทย ที่โดดเด่นเรื่องไม่มีคาเฟอีน และเหมาะสำหรับผู้ดูแลสุขภาพ
การเดินเกมแบบนี้จะทำให้ทั้งสองผลิตภัณฑ์อยู่ร่วมกันได้ โดยตอบโจทย์ผู้บริโภคคนละกลุ่ม
สิ่งที่ไทยยังต้องเร่งพัฒนา
แม้ศักยภาพจะมีสูง แต่ยังมีความท้าทายหลายด้าน เช่น
• สร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภคทั่วโลกรู้จักใบหม่อนบดผง
• พัฒนารสชาติให้ดื่มง่าย
• ยกระดับมาตรฐานการผลิต
• สนับสนุนงานวิจัยด้านคุณประโยชน์
• สร้างแบรนด์และเรื่องราวที่สะท้อนความเป็นไทย
ใบหม่อนบดผงอาจไม่ใช่ "มัทฉะตัวใหม่" แต่มีโอกาสเป็น ซูเปอร์ฟู้ดประจำประเทศไทย หากได้รับการพัฒนาอย่างจริงจัง
ในอนาคต หากไทยสามารถยกระดับตั้งแต่การปลูก การแปรรูป การวิจัย ไปจนถึงการสร้างแบรนด์ระดับโลก ใบหม่อนบดผงก็อาจก้าวขึ้นเป็นพืชเศรษฐกิจมูลค่าสูงอีกชนิดหนึ่งของประเทศ
นะโมตัสสะแปลว่าอะไร?
เปิดตำนาน 7 ห้างสรรพสินค้าในอดีตที่เคยรุ่งเรือง
ถ้าย้อนเวลาได้ เรื่องเดียวที่ ณเดชน์ รู้สึกพลาด
รูเล็ก ๆ บนหัวซิป มีไว้ทำอะไร?
งวดที่ 1 สิงหาคม 69 ราศีไหนจะได้เป็นเศรษฐี
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
ทำไมเสาไม้ใต้เวนิสยังไม่ผุ
"ถนนทาเตยามะคุโรเบะ" มหัศจรรย์กำแพงหิมะตระหง่าน บนเทือกเขาเจแปนแอลป์แห่งญี่ปุ่น
คำฮิตติดปาก "ว่าแล้วเชียว" ตกลงเป็นคำอุทาน หรือคำด่ากันแน่?
ทำไมเหาถึงไม่เคยสูญพันธุ์
รดน้ำต้นไม้เวลาไหนดี
เบียร์ไม่เย็น ทำไมฟองพุ่ง








