หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ศีล 5 แบบไหนเรียกว่าละเมิด แบบไหนเรียกว่าบริบูรณ์

เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง

ศีล 5 ไม่ได้เป็นเพียงข้อห้ามสำหรับคนไปวัด แต่เป็นกติกาพื้นฐานที่ทำให้มนุษย์อยู่ร่วมกันได้โดยไม่หวาดระแวงกันมากเกินไป ถ้าเข้าใจให้ถูก เราจะเห็นว่า ศีลไม่ได้มีไว้จับผิดคนอื่น แต่มีไว้ส่องใจตัวเองว่า วันนี้เรากำลังเบียดเบียนใครอยู่หรือไม่

คำถามที่คนสงสัยกันมากคือ แบบไหนเรียกว่าศีลขาด แบบไหนยังไม่ถึงขั้นขาด และแบบไหนเรียกว่ารักษาศีลได้บริบูรณ์ เพราะในชีวิตจริง หลายเหตุการณ์ไม่ได้ดำขาวง่าย ๆ เช่น เผลอเหยียบมด พูดไม่หมดทุกเรื่อง หยิบของผิดใบ หรือดื่มยาที่มีแอลกอฮอล์ปนอยู่

ในทางพระพุทธศาสนา ศีลจะขาดอย่างสมบูรณ์มักต้องมีองค์ประกอบสำคัญ คือรู้ว่าอะไรเป็นอะไร มีเจตนาจะทำ ลงมือทำ และผลของการกระทำนั้นเกิดขึ้นจริง แต่ถ้าไม่มีเจตนา หรือเข้าใจผิดโดยสุจริต บางกรณีอาจยังไม่เรียกว่าศีลขาดเต็มองค์ แม้ยังควรระวังไม่ให้กลายเป็นความประมาท

ศีลข้อที่ 1 ไม่ฆ่าสัตว์

ศีลข้อนี้ขาดเมื่อมีองค์ประกอบครบ คือมีสัตว์มีชีวิต รู้ว่าสัตว์นั้นมีชีวิต มีเจตนาจะทำให้ตาย ลงมือทำ และสัตว์นั้นตายเพราะการกระทำนั้น เช่น ตั้งใจตีงูให้ตาย วางยาเบื่อสุนัข สั่งให้คนอื่นทำร้ายสัตว์จนตาย หรือจับสัตว์เป็น ๆ ไปให้ถูกทำให้ตายโดยรู้ผลอยู่แล้ว

ถ้าเดินโดยไม่เห็นแล้วเผลอเหยียบมดตาย กรณีนี้ต่างจากการตั้งใจฆ่า เพราะไม่มีเจตนาจะทำให้ตาย แต่ถ้ารู้ว่ามีมดอยู่เต็มพื้นแล้วยังเดินเหยียบเล่นด้วยความสะใจ แบบนี้เข้าใกล้การละเมิดอย่างชัดเจน เพราะใจมีเจตนาเบียดเบียน

การรักษาศีลข้อหนึ่งให้บริบูรณ์จึงไม่ใช่แค่ไม่ลงมือฆ่า แต่ควรฝึกเมตตา ไม่สนุกกับความเจ็บปวดของสิ่งมีชีวิต ไม่สั่ง ไม่ยุ ไม่จ้าง และไม่ยินดีเมื่อเห็นชีวิตอื่นถูกทำลาย ใจที่รักษาศีลข้อนี้จริงจะค่อย ๆ อ่อนโยนขึ้นต่อคนและสัตว์

ศีลข้อที่ 2 ไม่ลักทรัพย์

ศีลข้อนี้ขาดเมื่อมีของที่เจ้าของยังหวงแหนหรือมีผู้ครอบครองอยู่ รู้ว่าไม่ใช่ของตน มีเจตนาจะเอาไปเป็นของตน ลงมือเอา และของนั้นเคลื่อนจากที่หรือถูกครอบครองโดยตนแล้ว เช่น ขโมยเงิน หยิบของในร้านโดยไม่จ่าย แอบโอนเงินคนอื่น ใช้ของบริษัทเป็นของส่วนตัวทั้งที่รู้ว่าไม่ได้รับอนุญาต

สิ่งที่หลายคนมองข้ามคือ การลักทรัพย์ไม่ได้มีแค่การหยิบของด้วยมือ การโกงเวลา โกงน้ำหนัก โกงบัญชี แอบใช้ทรัพย์สินผู้อื่น หรือเอางานคนอื่นมาเป็นของตน ก็อยู่ในเงาของศีลข้อนี้เหมือนกัน เพราะแก่นของมันคือการเอาสิ่งที่เจ้าของไม่ได้ให้

ถ้าหยิบร่มผิดคันเพราะเข้าใจว่าเป็นของตน แล้วรีบนำไปคืนเมื่อรู้ความจริง แบบนี้ต่างจากการขโมย เพราะไม่มีเจตนาจะเอาของผู้อื่น แต่ถ้ารู้อยู่แล้วว่าไม่ใช่ของตัวเองแล้วยังคิดว่าเอาไปก่อนคงไม่เป็นไร นั่นคือใจเริ่มละเมิดก่อนมือเสียอีก

การรักษาศีลข้อสองให้บริบูรณ์จึงไม่ใช่แค่ไม่ขโมย แต่ต้องเคารพสิทธิของผู้อื่น ซื่อสัตย์ต่อทรัพย์สิน เวลา แรงงาน และความไว้วางใจของคนอื่น คนที่รักษาศีลข้อนี้ดีจะทำให้คนรอบตัวรู้สึกปลอดภัยว่า อยู่ใกล้แล้วไม่ถูกเอาเปรียบ

ศีลข้อที่ 3 ไม่ประพฤติผิดในกาม

ศีลข้อนี้มักถูกเข้าใจแคบเกินไปว่าเกี่ยวกับชู้สาวเท่านั้น แต่แก่นของมันคือการไม่ใช้ความใคร่ไปทำลายความไว้วางใจ ความสัมพันธ์ ศักดิ์ศรี หรือความปลอดภัยของผู้อื่น

สำหรับฆราวาส การละเมิดชัดเจนคือการมีความสัมพันธ์ทางเพศกับคนที่มีคู่แล้ว คนที่อยู่ในความดูแลของผู้อื่น คนที่ยังไม่พร้อมยินยอม คนที่ถูกบังคับ หลอกลวง หรืออยู่ในภาวะไม่สามารถตัดสินใจได้เต็มที่ รวมถึงการใช้ตำแหน่ง อำนาจ เงิน หรือความไว้ใจไปกดดันให้ผู้อื่นยอม

ศีลข้อนี้ไม่ได้ดูเพียงการกระทำทางกาย แต่ดูความรับผิดชอบต่อผลที่ตามมาด้วย เพราะเรื่องเพศสัมพันธ์สามารถสร้างบาดแผลต่อครอบครัว ความรัก ความเชื่อใจ และอนาคตของคนหลายคนได้ยาวนานกว่าที่ผู้กระทำคิด

บางพฤติกรรมอาจยังไม่ถึงขั้นศีลขาดเต็มองค์ แต่ทำให้ศีลด่างพร้อย เช่น จีบคนที่มีคู่แล้วอย่างตั้งใจ ส่งข้อความลับ ๆ เพื่อหวังให้เขาใจอ่อน ใช้คำหวานเพื่อหลอกให้คนหลง หรือเล่นกับความรู้สึกของผู้อื่นทั้งที่รู้ว่าอาจทำให้ครอบครัวแตกแยก สิ่งเหล่านี้ยังไม่ควรถูกมองว่าเล็กน้อย เพราะมันคือการเดินเข้าไปใกล้ไฟด้วยความประมาท

การรักษาศีลข้อสามให้บริบูรณ์คือการมีความรับผิดชอบต่อความสัมพันธ์ เคารพขอบเขตของผู้อื่น ซื่อตรงต่อคู่ของตน และไม่ใช้ความต้องการของตนเองไปทำให้คนอื่นเจ็บปวด

ศีลข้อที่ 4 ไม่พูดเท็จ

ศีลข้อนี้ขาดเมื่อมีเรื่องไม่จริง รู้ว่าไม่จริง มีเจตนาจะหลอกให้คนอื่นเข้าใจผิด พูดหรือสื่อสารออกไป และอีกฝ่ายเข้าใจความหมายนั้น เช่น โกหกเพื่อเอาตัวรอด ใส่ร้ายผู้อื่น ปลอมข้อมูล หลอกขายของ ปั้นเรื่องให้คนเข้าใจผิด

การพูดเท็จไม่ได้จำกัดแค่ปากพูด แต่รวมถึงการพิมพ์ การโพสต์ การส่งต่อ การทำเอกสารเท็จ การตัดต่อให้คนเข้าใจผิด หรือการเล่าเพียงครึ่งเดียวโดยตั้งใจให้คนหลงเชื่อผิดไปจากความจริง

ถ้าจำผิดแล้วพูดผิดโดยไม่มีเจตนาหลอก แบบนี้ต่างจากการโกหก แต่เมื่อรู้ว่าพูดผิดแล้วไม่ยอมแก้ ทั้งที่รู้ว่าคนอื่นกำลังเข้าใจผิดเพราะคำของเรา ใจก็เริ่มออกจากความสัตย์แล้ว

ศีลข้อสี่เป็นศีลที่เกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของชีวิต คนบางคนไม่เคยขโมยเงินใคร แต่โกหกจนไม่มีใครไว้ใจได้อีกแล้ว เพราะคำพูดคือสะพานระหว่างมนุษย์ ถ้าคำพูดไม่จริง สะพานนั้นก็พัง

การรักษาศีลข้อสี่ให้บริบูรณ์จึงไม่ใช่แค่ไม่โกหก แต่ควรพูดจริง พูดพอดี พูดมีประโยชน์ และไม่ใช้คำพูดเป็นอาวุธทำร้ายผู้อื่น คนรักษาศีลข้อนี้ได้ดีจะทำให้คนรอบข้างรู้สึกว่า ฟังแล้วไว้ใจได้

ศีลข้อที่ 5 ไม่ดื่มสุราและของเมา

ศีลข้อนี้ละเมิดเมื่อรู้ว่าเป็นของมึนเมา มีเจตนาจะเสพ ดื่มหรือเสพเข้าไป และสิ่งนั้นเป็นเหตุให้เกิดความประมาท ศีลข้อห้าแตกต่างจากข้ออื่นเล็กน้อย เพราะมันไม่ได้ทำร้ายผู้อื่นโดยตรงเสมอไป แต่เปิดประตูให้ศีลข้ออื่นพังง่ายขึ้น

คนจำนวนมากไม่ได้ตั้งใจทำผิดตอนมีสติ แต่เมื่อเมาแล้วความยับยั้งชั่งใจลดลง คำพูดแรงขึ้น อารมณ์ไวขึ้น การตัดสินใจแย่ลง จากคนที่ไม่กล้าทำร้ายใคร อาจกลายเป็นคนขับรถประมาท ทะเลาะวิวาท พูดเท็จ หรือทำเรื่องที่ต้องเสียใจภายหลัง

ถ้าใช้ยารักษาโรคที่มีแอลกอฮอล์ตามคำแนะนำแพทย์ โดยไม่ได้มีเจตนาเสพเพื่อความเมา จุดนี้ต่างจากการดื่มสุราเพื่อความสนุกหรือเพื่อให้มึนเมา เพราะเจตนาและบริบทไม่เหมือนกัน แต่ถ้าอ้างยาเพื่อดื่มเอาเมา นั่นคือหลอกทั้งคนอื่นและหลอกตนเอง

การรักษาศีลข้อห้าให้บริบูรณ์คือการรักษาสติ ไม่พาตัวเองไปอยู่ในภาวะที่ควบคุมใจยาก ไม่ทำให้ความประมาทกลายเป็นเรื่องปกติ เพราะสำหรับพระพุทธศาสนา สติคือรากของความดีแทบทั้งหมด เมื่อสติหาย ศีลข้ออื่นก็อ่อนแรงตาม

ศีลขาด ศีลด่างพร้อย และศีลบริบูรณ์ต่างกันอย่างไร

ศีลขาด คือทำผิดครบองค์ประกอบของศีลข้อนั้น เช่น ตั้งใจฆ่าแล้วสัตว์ตาย ตั้งใจขโมยแล้วได้ของ ตั้งใจโกหกแล้วคนอื่นเข้าใจผิด

ศีลด่างพร้อย คือยังไม่ถึงขั้นขาดเต็มองค์ แต่ใจเริ่มเอนเอียงไปทางอกุศล เช่น พูดครึ่งจริงครึ่งเท็จเพื่อเอาเปรียบ จีบคนที่มีเจ้าของทั้งที่ยังไม่ล่วงเกินทางกาย สนุกกับการเห็นสัตว์เจ็บ หรือเก็บของคนอื่นไว้ก่อนทั้งที่รู้ว่าควรคืน

ศีลบริบูรณ์ คือไม่เพียงงดเว้นความผิด แต่มีเจตนารักษาศีลด้วยความเข้าใจ เช่น ไม่ฆ่าเพราะมีเมตตา ไม่ขโมยเพราะเคารพสิทธิ ไม่ผิดในกามเพราะเห็นใจคนอื่น ไม่โกหกเพราะรักความจริง และไม่ดื่มของเมาเพราะหวงแหนสติของตนเอง

คนรักษาศีลจึงไม่ควรสนใจแต่คำถามว่า ทำแบบนี้ขาดหรือยัง แต่ควรถามลึกกว่านั้นว่า ใจของเรากำลังไปทางเบียดเบียนหรือไม่ เพราะบางอย่างอาจยังไม่ขาดตามตัวบท แต่ทำให้ใจหยาบขึ้น เห็นแก่ตัวขึ้น และห่างจากความสงบขึ้นเรื่อย ๆ

ศีล 5 ไม่ได้ทำให้คนกลายเป็นนักบุญทันที แต่มันทำให้ชีวิตมีพื้นฐานที่ปลอดภัยขึ้น คนที่ไม่ฆ่า ไม่ขโมย ไม่ล่วงเกิน ไม่โกหก และไม่ทำให้ตนเองขาดสติ ย่อมเป็นคนที่คนอื่นอยู่ใกล้แล้วสบายใจ และตัวเองก็อยู่กับใจตนเองได้ง่ายขึ้น

สุดท้าย ศีลที่บริบูรณ์ไม่ได้อยู่แค่ในวันที่เราไปวัด แต่อยู่ในเวลาที่ไม่มีใครเห็น อยู่ในตอนที่เราโกรธ อยู่ในตอนที่มีโอกาสเอาเปรียบ อยู่ในตอนที่พูดโกหกแล้วอาจรอด และอยู่ในตอนที่ใจถามเบา ๆ ว่า เราจะเลือกความถูกต้อง หรือเลือกความสะดวกให้ตัวเอง

เนื้อหาโดย: วัน ๆ หาแต่เรื่อง
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
วัน ๆ หาแต่เรื่อง's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 9 ครั้ง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
กดให้คะแนน หรือกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจและไม่พลาดบทความใหม่ทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สถิติหวย 1 กรกฎาคม ย้อนหลัง 20 ปี เลข 2 ตัวไหนออกบ่อยที่สุด5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทยเราเวียนเทียนทำไม ความหมายที่หลายคนทำมาตั้งแต่เด็ก แต่อาจไม่เคยเข้าใจจริง5 จังหวัดที่มีงูเยอะที่สุดในประเทศไทยพระต้องโกนคิ้วไหม ทำไมพระไทยจึงโกนคิ้วตอนบวชห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่มีขนาดใหญ่มากจนคนมักจะหลงทาง108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง10 มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่คนไทยเริ่มสนใจ ก่อนเปลี่ยนจากรถน้ำมันสิ่งที่คนไทยทำเป็นเรื่องปกติแต่ต่างชาติแปลกใจ"นอร์เวย์" สั่งแบน AI ในโรงเรียนประถมแล้ว7 เหตุผล ที่ท่องเที่ยวต่างชาติ มาเที่ยวประเทศไทยซ้ำ สูงที่สุดในโลกทรัมป์ขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้า 100% จากประเทศใดก็ตามที่กล้าเรียกเก็บ "ภาษีบริการดิจิทัล"
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สิ่งที่คนไทยทำเป็นเรื่องปกติแต่ต่างชาติแปลกใจ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
จริงไหมที่ถอนผมหงอกแล้วยิ่งขึ้นเยอะGeneration แตกต่างกันอย่างไร? เปรียบเทียบ Baby Boomer, Gen X, Gen Y, Gen Z และ Gen Alpha แบบเข้าใจง่าย5 อาการที่คนเข้าใจว่าโดนของเข้าตัว แต่อาจเป็นปัญหาสุขภาพใจทำไมงานศพต้องมีไฟเย็นและข้าวตอกโปรย ความหมายที่ช่วยให้คนอยู่กับความเศร้าได้
ตั้งกระทู้ใหม่