หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทึ่งทั่วไทย : "วัดท่าตอน" สักการะ พระบรมธาตุ ชมวิวสวยบนยอดเขา วัดสวย จ.เชียงใหม่

เขียนโดย dukedicknarak

วัดท่าตอน เชียงใหม่ พระอารามหลวงบนยอดเขา ชมวิวแม่น้ำกก ไหว้พระบรมธาตุ และสัมผัสความสงบกลางขุนเขาแม่อาย

ท่ามกลางขุนเขาอันเงียบสงบของอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ มีวัดงดงามแห่งหนึ่งที่รวมทั้งความศรัทธา ประวัติศาสตร์ล้านนา และวิวธรรมชาติไว้ในพื้นที่เดียวกัน วัดแห่งนั้นคือ วัดท่าตอน พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาที่ต่อเนื่องกันในตำบลท่าตอน

เสน่ห์ของวัดท่าตอนไม่ได้มีเพียงการเป็นสถานที่สักการะสำคัญ แต่ยังเป็นจุดชมวิวที่มองเห็น แม่น้ำกก ชุมชนแม่อาย ทุ่งนา และแนวภูเขาได้อย่างกว้างไกล โดยเฉพาะในช่วงเช้าของฤดูหนาว ที่นี่มักมีบรรยากาศสงบเย็น และอาจได้เห็นไอหมอกคลอเคลียตามแนวเขาอย่างงดงาม

พื้นที่ของวัดกว้างใหญ่ถึงประมาณ 425 ไร่ จึงไม่ใช่วัดขนาดเล็กที่เดินชมเพียงไม่กี่นาทีก็ทั่ว แต่เป็นศาสนสถานขนาดใหญ่ที่ค่อย ๆ พาผู้มาเยือนขึ้นไปสัมผัสทั้งธรรมะ ศิลปวัฒนธรรม และธรรมชาติจากหลายมุมมอง

วัดบนยอดเขา แบ่งพื้นที่เป็นสองส่วนใหญ่

พื้นที่ของวัดท่าตอนแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วนหลัก คือ เขตวัดชั้นล่างประมาณ 45 ไร่ และเขตอุทยานพุทธศาสนาและสำนักปฏิบัติธรรมอีกประมาณ 380 ไร่

ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่บนเขาสูง บรรยากาศโดยรอบจึงโปร่ง โล่ง และสงบเป็นพิเศษ เมื่อมองออกไปจากมุมสูง จะเห็นแม่น้ำกกทอดตัวคดเคี้ยวผ่านชุมชน เห็นบ้านเรือน ทุ่งนา และภูเขาที่โอบล้อมอำเภอแม่อายไว้อย่างอ่อนโยน

หากเดินทางมาในช่วงฤดูหนาว วัดท่าตอนยังเป็นหนึ่งในจุดชมทะเลหมอกยามเช้าที่สวยงามของเชียงใหม่ ภาพไอหมอกสีขาวลอยบาง ๆ ตามแนวเขา ตัดกับแสงอาทิตย์อ่อนในยามรุ่งสาง ทำให้ที่นี่มีเสน่ห์ทั้งสงบและงดงามราวกับภาพวาด

สำหรับคนที่อยากเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ ควรเผื่อเวลาเดินชมตามจุดต่าง ๆ เพราะพื้นที่ของวัดมีหลายชั้น และแต่ละจุดมีมุมมองต่างกัน บางช่วงอาจเหมาะกับการเดินช้า ๆ เพื่อชมวิว บางช่วงเหมาะกับการขับรถขึ้นไปยังจุดสูงเพื่อประหยัดแรง

ประวัติเก่าแก่และร่องรอยศิลปะล้านนา

ประวัติของวัดท่าตอนนับว่าน่าสนใจไม่น้อย เดิมทีวัดแห่งนี้เคยเป็นวัดร้างที่ถูกทิ้งไว้เป็นเวลาหลายร้อยปี ก่อนจะได้รับการบูรณะขึ้นใหม่จากแรงศรัทธาของชาวบ้านในพื้นที่ ผู้มีความตั้งใจจะฟื้นฟูพระพุทธศาสนาให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง

ต่อมา วัดท่าตอนได้รับการยกฐานะเป็น พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2534 และกลายเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

แม้จะไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าวัดท่าตอนสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ใด แต่จากการสำรวจโบราณวัตถุและศิลปวัตถุภายในวัดของกรมศิลปากร พบว่ามีพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ศิลปะล้านนาหลายองค์ประดิษฐานอยู่ในศาลาพุทธบุตรประชาสรรค์

พระพุทธรูปเหล่านี้ประกอบด้วยพระพุทธรูปปางมารวิชัยประทับนั่ง 5 องค์ และปางประทับยืน 3 องค์ ซึ่งสันนิษฐานว่ามีอายุเก่าแก่ราว 500–700 ปี

นอกจากนี้ ยังพบคำจารึกที่ฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์เล็กสุด 2 องค์ ระบุว่าสร้างเมื่อจุลศักราช 910 หรือ พ.ศ. 2092 หลักฐานเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าวัดท่าตอนอาจเป็นสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนามาอย่างยาวนาน และมีร่องรอยของความรุ่งเรืองทางศิลปวัฒนธรรมล้านนาแฝงอยู่ไม่น้อย

วัดท่าตอน 9 ชั้น ค่อย ๆ ไหว้พระและชมวิว

ด้วยพื้นที่อันกว้างขวาง วัดท่าตอนจึงถูกจัดแบ่งออกเป็น 9 ชั้น ตามระดับความสูงของพื้นที่ แต่ละชั้นมีศาสนสถานและสิ่งเคารพบูชาประดิษฐานอยู่หลายแห่ง ทำให้ผู้มาเยือนสามารถค่อย ๆ เดินหรือขับรถขึ้นไปชมตามจุดต่าง ๆ ได้อย่างเพลิดเพลิน

ระหว่างทางจะพบทั้งพระโพธิสัตว์กวนอิม พระสังกัจจายน์ พระนาคปรก และพระพุทธรูปสำคัญหลายองค์ หนึ่งในนั้นคือ พระองค์ขาว หรือ พระพุทธนิรันดรชัย พระพุทธรูปองค์ใหญ่ปางมารวิชัย ศิลปะแบบพระสิงห์ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2526

ด้วยองค์พระสีขาวบริสุทธิ์ที่ตั้งเด่นอยู่ท่ามกลางขุนเขา จุดนี้จึงเป็นหนึ่งในมุมที่ผู้คนมักแวะสักการะและเก็บภาพความประทับใจ

อีกหนึ่งพระพุทธรูปที่น่าสนใจคือ พระอิ่มตลอดกาล พระพุทธรูปปางอุ้มบาตร ซึ่งเป็นพระประจำวันพุธ สร้างขึ้นเพื่อเป็นสิริมงคลและเป็นที่เคารพศรัทธาของผู้ที่เดินทางมาทำบุญ

ภายในบริเวณวัดยังมีจุดปฏิบัติธรรมและพื้นที่สำหรับผู้ที่ต้องการแสวงหาความสงบทางจิตใจ ทำให้วัดท่าตอนไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศาสนา แต่ยังเป็นพื้นที่สำหรับพักใจจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวันได้เช่นกัน

พระเจดีย์แก้ว ไฮไลต์สำคัญของวัดท่าตอน

ไฮไลต์สำคัญที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนวัดท่าตอน คือ พระบรมธาตุรัชมังคลาจารย์สมานฉันท์ หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ พระเจดีย์แก้ว

พระเจดีย์แห่งนี้มีความงดงามและแฝงความหมายทางธรรมไว้อย่างลึกซึ้ง ภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพระพุทธรูปศิลปะหลากหลายรูปแบบ ให้ผู้คนได้เข้าไปกราบไหว้และชมความงามอย่างสงบ

ลักษณะเด่นของพระเจดีย์แก้วคือเรือนยอดทรงกลม 3 ชั้น ที่ประกอบด้วยแก้ว 3 ประการ ได้แก่ แก้วสี แก้วเงิน และแก้วใส โดยแต่ละชั้นไม่ได้มีความหมายเพียงด้านความงามทางสถาปัตยกรรมเท่านั้น แต่ยังสื่อถึงระดับของจิตใจมนุษย์ในทางธรรมด้วย

แก้วสีเปรียบเสมือนปุถุชนทั่วไปที่ยังมีอารมณ์รัก โลภ โกรธ หลง ปะปนอยู่ในจิตใจ

แก้วเงินเปรียบเสมือนผู้ปฏิบัติธรรมที่ยังยึดมั่นในความดี แม้จะเป็นความดีงาม แต่ก็ยังมีความยึดติดบางอย่างอยู่

ส่วนแก้วใสเปรียบเสมือนผู้หลุดพ้นจากการยึดติดทั้งปวง เป็นสัญลักษณ์ของจิตใจที่บริสุทธิ์ โปร่งใส และเป็นอิสระ

พระเจดีย์แก้วจึงไม่ใช่เพียงศาสนสถานที่งดงาม แต่ยังเป็นเสมือนบทเรียนธรรมะที่ถ่ายทอดผ่านรูปทรงและวัสดุได้อย่างละเมียดละไม

ก่อนเดินทางไปวัดท่าตอน ควรรู้อะไรบ้าง

วัดท่าตอนเป็นวัดที่มีพื้นที่กว้างและตั้งอยู่บนเขา ผู้ที่ต้องการเที่ยวให้ครบหลายจุดควรเผื่อเวลาไว้พอสมควร โดยเฉพาะหากอยากขึ้นไปชมวิวในมุมสูงหรือรอแสงเช้า

การแต่งกายควรสุภาพ เหมาะกับการเข้าวัด และควรเตรียมรองเท้าที่เดินสะดวก เพราะบางจุดอาจต้องเดินขึ้นลงตามพื้นที่ลาดชัน

หากตั้งใจไปชมทะเลหมอก ช่วงเช้ามืดถึงเช้าเป็นเวลาที่เหมาะกว่า แต่สภาพหมอกขึ้นอยู่กับฤดูกาลและสภาพอากาศในแต่ละวัน จึงควรตรวจสอบอากาศก่อนเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงฝนหรือวันที่ถนนลื่น

สิ่งที่ควรเตรียมไปแบบง่าย ๆ ได้แก่ น้ำดื่ม หมวก หรือผ้าคลุมกันแดด และกล้องถ่ายภาพหรือโทรศัพท์ที่ชาร์จแบตไว้พร้อม เพราะจุดชมวิวหลายมุมของวัดท่าตอนเหมาะกับการเก็บภาพความทรงจำอย่างมาก

วัดท่าตอนจึงเป็นสถานที่ที่มีเสน่ห์ครบถ้วน ทั้งในแง่ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ความศรัทธา และธรรมชาติ ผู้ที่มาเยือนจะได้สัมผัสความสงบของวัดบนยอดเขา ได้ชมวิวแม่น้ำกกและชุมชนแม่อายจากมุมสูง ได้กราบไหว้พระพุทธรูปสำคัญ และได้เรียนรู้ปริศนาธรรมจากพระเจดีย์แก้วอันงดงาม

หากใครกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวในเชียงใหม่ที่ไม่วุ่นวายจนเกินไป แต่เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความร่มเย็น วัดท่าตอนคือหนึ่งในจุดหมายที่ควรค่าแก่การเดินทางไปเยี่ยมชมสักครั้ง

เนื้อหาโดย: dukedicknarak
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedicknarak's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 51 ครั้ง
เขียนโดย dukedicknarak
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 หมู่บ้านร้างในประเทศไทย ที่ครั้งหนึ่งเคยมีผู้คนอาศัย แต่ปัจจุบันถูกทิ้งร้างสวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน“เน่า” กับ “หมัก” ต่างกันอย่างไร? เมื่อมนุษย์เปลี่ยนสิ่งที่เคยกลัวให้กลายเป็นอาหาร5 เรื่องที่ผู้ใหญ่เคย “โกหก” เราตอนเด็กต้นกําเนิดที่แปลกประหลาดของอาหารยอดนิยมสูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/8/69รวมชุดตัวเลขน่าจับตา "เจ้าแม่ทองมา" วันที่ 1 สิงหาคม 25694 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุดรวมวิธีออมเงินเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน ที่ช่วยเซฟเงินในกระเป๋าได้จริงทุกเดือนมหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ10 สัตว์ที่มีอวัยวะเพศยาวที่สุดในโลก อันดับหนึ่งยาวกว่าความสูงของคนทั้งตัวยาวกว่ากำแพงเมืองจีน-ทำไมออสเตรเลียถึงสร้างรั้วยาวที่สุดในโลก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ทึ่งทั่วโลก
ศิลปะบนหิน "วานด์จินา" ศิลปะที่แสดงความเชื่อและประวัติศาสตร์ของชาวอะบอริจินถ้ำเบนเดอร์ สุสานสัตว์ยุคน้ำแข็งใต้สายน้ำ แห่งพื้นที่เท็กซัสCerro El Cono ภูเขาทรงพีระมิดลึกลับ ผู้พิทักษ์แห่งป่าแอมะซอนเขาวงกตหินกลางทะเลขาว เส้นทางโบราณที่ยังไม่มีใครรู้ว่าสร้างขึ้นเพื่ออะไร
ตั้งกระทู้ใหม่