หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมเลข 13 ถึงถูกมองว่าโชคร้าย ทั้งที่เป็นแค่ตัวเลขธรรมดา


เขียนโดย Gario

 

เลข 13 ถูกผูกกับความโชคร้ายในหลายวัฒนธรรมตะวันตกมานาน ทั้งเรื่องเล่าทางศาสนา ตำนานนอร์ส และวันศุกร์ที่ 13 แต่ในเชิงเหตุผล ตัวเลขนี้ไม่ได้มีหลักฐานว่าทำให้เกิดเรื่องร้ายมากกว่าเลขอื่น

เลข 13 เป็นหนึ่งในตัวเลขที่ถูกพูดถึงมากที่สุดเมื่อต้องโยงกับความโชคร้าย หลายคนอาจเคยเห็นอาคารที่ข้ามชั้น 13 โรงแรมที่ไม่มีห้องหมายเลข 13 หรือสายการบินบางแห่งที่เลี่ยงแถวที่นั่งเลขนี้

ความเชื่อนี้ไม่ได้เกิดจากตัวเลขโดยตรง แต่ค่อย ๆ สะสมจากเรื่องเล่า ศาสนา วัฒนธรรม และพฤติกรรมของผู้คนที่ส่งต่อกันมานาน โดยเฉพาะในโลกตะวันตก

รากความเชื่อจากโลกตะวันตก

หนึ่งในที่มาที่ถูกพูดถึงบ่อย คือเรื่อง “อาหารมื้อสุดท้าย” หรือ The Last Supper ซึ่งตามความเชื่อคริสต์มีผู้ร่วมโต๊ะ 13 คน และยูดาส อิสคาริโอท ผู้ทรยศต่อพระเยซู ถูกเชื่อมโยงกับตำแหน่งของแขกคนที่ 13

เมื่อเรื่องเล่านี้ถูกส่งต่อในสังคมที่ให้ความสำคัญกับศาสนา เลข 13 จึงค่อย ๆ ถูกมองเป็นสัญลักษณ์ของลางร้าย การสูญเสีย และเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ แม้จะเป็นความเชื่อทางวัฒนธรรมมากกว่าข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้

ตำนานนอร์สกับแขกคนที่ 13

อีกเรื่องที่มักถูกยกมาอธิบาย คือ ตำนานเทพเจ้านอร์ส เล่าถึงงานเลี้ยงของเทพ 12 องค์ ก่อนที่โลกิ เทพแห่งความวุ่นวาย จะเข้ามาเป็นแขกคนที่ 13 โดยไม่ได้รับเชิญ

เรื่องเล่านี้เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ที่นำไปสู่การตายของบัลเดอร์ เทพแห่งแสงสว่างและความสุข ทำให้เลข 13 ถูกผูกกับความโกลาหลในอีกวัฒนธรรมหนึ่งด้วย

วันศุกร์ที่ 13 ยิ่งทำให้ความเชื่อนี้ดังขึ้น

ความกลัวเลข 13 ยิ่งแพร่หลายเมื่อมารวมกับ “วันศุกร์ที่ 13” ซึ่งถูกมองว่าเป็นวันโชคร้ายในหลายวัฒนธรรมตะวันตก Britannica ระบุว่าวันศุกร์ที่ 13 เป็นวันที่ถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับโชคร้าย คล้ายกับความเชื่อเรื่องแมวดำ บันได หรือกระจกแตก

ความเชื่อนี้ยังถูกขยายผ่านวัฒนธรรมสมัยนิยม ทั้งนิยาย ภาพยนตร์สยองขวัญ และข่าวเล่าขาน ทำให้เลข 13 ไม่ได้อยู่แค่ในตำรา แต่กลายเป็นภาพจำที่คนทั่วไปเห็นซ้ำ ๆ ในชีวิตประจำวัน

ทำไมบางอาคารถึงไม่มีชั้น 13

ในหลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและยุโรป อาคารบางแห่งเลือกข้ามหมายเลขชั้น 13 ไปเป็น 14 หรือใช้ชื่ออื่นแทน ไม่ใช่เพราะไม่สามารถสร้างชั้นนั้นได้ แต่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกของผู้พักอาศัยและการตลาด

Smithsonian Magazine เคยอธิบายว่า อาคารบางแห่ง “มี” ชั้น 13 ในทางกายภาพ แต่เปลี่ยนการเรียกบนลิฟต์หรือป้ายชั้น เพื่อเลี่ยงความไม่สบายใจของผู้ใช้บริการ

กรณีเดียวกันพบได้ในโรงแรม ห้องพัก หรือแถวที่นั่งบางสายการบิน เพราะผู้ให้บริการมักเลือกทางที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกสบายใจกว่า แม้ความเชื่อนั้นจะไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ

ความกลัวเลข 13 มีชื่อเรียกเฉพาะ

คำว่า Triskaidekaphobia ใช้เรียกความกลัวหรือความไม่สบายใจเกี่ยวกับเลข 13 โดยคำนี้มักถูกพูดถึงเมื่ออธิบายพฤติกรรมหลีกเลี่ยงเลขดังกล่าว เช่น ไม่จองห้องหมายเลข 13 ไม่เดินทางวันที่ 13 หรือไม่ต้องการเลขที่บ้านที่มีเลขนี้

ในเชิงจิตวิทยาทั่วไป ความเชื่อแบบนี้อาจเกี่ยวข้องกับการจดจำเหตุการณ์ที่ตรงกับความเชื่อเดิม เช่น หากคนเชื่อว่าเลข 13 โชคร้าย ก็อาจจำเหตุการณ์ไม่ดีที่เกิดในวันที่ 13 ได้ชัดกว่าเหตุการณ์ปกติที่ไม่เกี่ยวกับเลขนี้

เลข 13 ไม่ได้โชคร้ายในทุกวัฒนธรรม

แม้เลข 13 จะมีภาพจำด้านลบในหลายประเทศตะวันตก แต่ไม่ใช่ทุกสังคมจะมองเหมือนกัน บางพื้นที่ให้ความสำคัญกับเลขอื่นมากกว่า เช่น ในอิตาลี เลข 17 มักถูกพูดถึงในฐานะเลขที่มีความหมายไม่ดีในบางความเชื่อ มากกว่าเลข 13

สิ่งนี้ทำให้เห็นว่า “เลขอาถรรพ์” มักขึ้นอยู่กับวัฒนธรรม เรื่องเล่า และประสบการณ์ร่วมของสังคมนั้น ๆ มากกว่าจะเป็นคุณสมบัติของตัวเลขเอง

เลข 13 โชคร้ายจริงหรือไม่

ในทางคณิตศาสตร์ เลข 13 เป็นเพียงจำนวนเฉพาะตัวหนึ่ง ไม่มีหลักฐานว่าตัวเลขนี้ทำให้เกิดเหตุร้ายมากกว่าเลขอื่น

สิ่งที่ทำให้เลข 13 มีอิทธิพล คือความเชื่อที่ถูกเล่าซ้ำผ่านศาสนา ตำนาน อาคาร โรงแรม ภาพยนตร์ และวัฒนธรรมสมัยนิยม เมื่อคนจำนวนมากรับรู้ร่วมกัน ตัวเลขธรรมดาจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ที่มีน้ำหนักทางความรู้สึก

จนถึงวันนี้ เลข 13 ยังเป็นตัวอย่างชัดเจนของความเชื่อที่เดินทางข้ามยุค จากเรื่องเล่าเก่าแก่ไปสู่ชีวิตประจำวันของผู้คน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่วัฒนธรรมตะวันตกมีอิทธิพลสูง

KEY TAKEAWAYS:

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Gario's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 130 ครั้ง
เขียนโดย Gario
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิด 5 มหาวิทยาลัยไทย ที่เรียนจบยากที่สุด ต้องผ่านกี่ด่านกว่าจะได้ปริญญาหินชิ้นเล็กอายุ 80,000 ปี ทำไมนักโบราณคดีถึงสงสัยว่ามันเคย “บินผ่านอากาศ”?ทำไมเครื่องจักรก่อสร้างส่วนใหญ่จึงเป็น “สีเหลือง”?เปิด 5 จังหวัด ราคาประเมินที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่เริ่มต้นเพียงหลักสิบบาทต่อตารางวาทหารสหรัฐฯ มีเงินเดือนประมาณเท่าไหร่? เปิดค่าตอบแทนปี 2026 ตั้งแต่พลทหารถึงนายทหารระดับสูง6 พิธีกรชื่อดัง ค่าตัวต่ออีเวนต์แตกต่างกันอย่างไร ใครเรตสูงแค่ไหน?เปิด 5 อบต. รายได้สูงสุดในไทย อันดับ 1 ทะลุ 1,000 ล้านบาท30 ปีในความมืด สู่การกลับมาของ Pontiac Firebird Trans Am รถเก่งสุดสวยคันเดิมทรานซิสเตอร์ปกติส่งกระแสไฟ แล้ว “ทรานซิสเตอร์แบคทีเรีย” ส่งอะไรแทน?5 มหาวิทยาลัยไทยที่ดูสวยหรูเหมือนอยู่ต่างประเทศเปิด 5 โรงเรียนเฉพาะทางที่สอบเข้ายาก ที่นั่งน้อยแต่คนแห่สมัคร ใครอยากเข้าเตรียมตัวให้ดีร่องรอยมนุษย์ยุคน้ำแข็ง กับศิลปะถ้ำโบราณที่ซ่อนอยู่ในไอร์แลนด์
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ตำรวจจราจรหญิงโบกรถอยู่ที่กลางถนน..ทำเอาหลายคนใจสั่น เพราะยิ้มหวานกระชากใจเปิดความรู้ “พระอารามหลวง” ทำไมต้องมี และ 5 จังหวัดที่มีพระอารามหลวงมากที่สุดวิธีทำหมูกรอบหนังฟูกรอบนอกนุ่มในแบบทำเองได้ท่าบินหงายท้อง 180 องศา ของห่านป่า ท่าบินพิสดารที่ธรรมชาติออกแบบมาได้อย่างน่าทึ่งทำไมคนเราจึงเชื่อว่านรกและสวรรค์มีจริงรสนิยมหุ่นอวบไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเสน่ห์ของคนไม่ได้มีไซซ์เดียว
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
จัดอันดับ 5 เครื่องดื่มสุขภาพหลอกตา ที่มีปริมาณน้ำตาลซ่อนอยู่มากกว่า "น้ำอัดลม"10มหาวิทยาลัยรัฐยอดนิยมที่คนอยากเข้าเรียนมากที่สุดการร้องเพลงและการอ่านหนังสือออกเสียงช่วยกระชับใบหน้าได้ไหมทำไมเครื่องจักรก่อสร้างส่วนใหญ่จึงเป็น “สีเหลือง”?
ตั้งกระทู้ใหม่