หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมตัวเลข 13 จึงถูกมองว่าเป็นเลขอาถรรพ์?

เขียนโดย Gario

ทำไมตัวเลข 13 จึงถูกมองว่าเป็นเลขอาถรรพ์?

หากพูดถึงตัวเลขที่ผู้คนทั่วโลกหวาดกลัวมากที่สุด หนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้น "เลข 13" หลายคนอาจเคยสังเกตว่าโรงแรมบางแห่งไม่มีชั้น 13 อาคารสูงหลายแห่งข้ามหมายเลขนี้ไปเป็นชั้น 14 ทันที หรือแม้แต่สายการบินบางแห่งก็ไม่มีแถวที่นั่งหมายเลข 13

 

คำถามคือ ทำไมตัวเลขธรรมดาตัวหนึ่งจึงถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคร้าย และเรื่องราวนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากไหน?

 

จุดเริ่มต้นจากความเชื่อในโลกตะวันตก

 

ความเชื่อเกี่ยวกับเลข 13 มีรากฐานมาจากวัฒนธรรมตะวันตกและศาสนาคริสต์เป็นหลัก

 

หนึ่งในเรื่องเล่าที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดคือ "อาหารมื้อสุดท้ายของพระเยซู" หรือ The Last Supper ซึ่งมีผู้ร่วมโต๊ะทั้งหมด 13 คน โดยบุคคลที่นั่งเป็นคนที่ 13 คือ ยูดาส อิสคาริโอท ผู้ทรยศต่อพระเยซูในเวลาต่อมา

 

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เลข 13 ถูกเชื่อมโยงกับโชคร้าย การสูญเสีย และเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์มาเป็นเวลาหลายร้อยปี

 

ตำนานเทพเจ้านอร์ส

 

ก่อนยุคคริสต์ศาสนา ชาวยุโรปเหนือก็มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับเลข 13 เช่นกัน

 

ตามตำนานเทพเจ้านอร์ส มีงานเลี้ยงของเหล่าเทพจำนวน 12 องค์ แต่เทพโลกิ ผู้เป็นเทพแห่งความวุ่นวาย ได้เดินทางมาร่วมงานโดยไม่ได้รับเชิญ กลายเป็นแขกคนที่ 13

 

การมาถึงของโลกินำไปสู่เหตุการณ์ร้ายแรงและการเสียชีวิตของเทพบัลเดอร์ เทพแห่งแสงสว่างและความสุข

 

เรื่องเล่านี้ทำให้เลข 13 ถูกเชื่อมโยงกับความโกลาหลและหายนะในสายตาของผู้คนยุคนั้น

 

วันศุกร์ที่ 13

 

อีกหนึ่งความเชื่อที่แพร่หลายไปทั่วโลกคือ "วันศุกร์ที่ 13" ซึ่งถูกมองว่าเป็นวันที่โชคร้ายที่สุดของปี

 

ความเชื่อนี้เกิดจากการรวมกันของสองสิ่งที่ถูกมองว่าไม่เป็นมงคลอยู่แล้ว ได้แก่ วันศุกร์ และเลข 13

 

ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา มีเรื่องเล่าและข่าวลือมากมายเกี่ยวกับอุบัติเหตุ เหตุการณ์ไม่คาดฝัน และความโชคร้ายที่เกิดขึ้นในวันศุกร์ที่ 13 จนกลายเป็นวัฒนธรรมร่วมของหลายประเทศ

 

ความกลัวที่มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์

 

ความกลัวเลข 13 รุนแรงถึงขั้นที่นักจิตวิทยาตั้งชื่อเฉพาะให้

 

คำว่า "Triskaidekaphobia" หมายถึงอาการหวาดกลัวเลข 13 อย่างผิดปกติ

 

บางคนหลีกเลี่ยงการเดินทางในวันที่ 13 ไม่ซื้อบ้านเลขที่ 13 หรือไม่ยอมเข้าพักห้องหมายเลข 13 เพราะเชื่อว่าจะนำโชคร้ายมาให้

 

แม้จะไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ แต่ความเชื่อนี้ยังคงพบได้ในหลายประเทศจนถึงปัจจุบัน

 

อาคารที่ไม่มีชั้น 13

 

หากสังเกตอาคารสูงในยุโรปหรือสหรัฐอเมริกาหลายแห่ง จะพบว่าหมายเลขชั้นกระโดดจาก 12 ไปเป็น 14 ทันที

 

สาเหตุไม่ได้เกิดจากข้อบังคับทางกฎหมาย แต่เป็นเรื่องทางการตลาดและความเชื่อของผู้พักอาศัย

 

ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จำนวนมากมองว่าการไม่มีชั้น 13 ช่วยให้ลูกค้ารู้สึกสบายใจมากกว่า และยังช่วยเพิ่มโอกาสในการขายห้องพักหรือคอนโดมิเนียมได้อีกด้วย

 

แล้วเลข 13 โชคร้ายจริงหรือไม่?

 

ในทางคณิตศาสตร์ เลข 13 เป็นเพียงจำนวนเฉพาะตัวหนึ่ง ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใดที่พิสูจน์ได้ว่าเลข 13 ทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่ดีมากกว่าเลขอื่น

 

นักวิจัยหลายคนเชื่อว่าความกลัวนี้เกิดจาก "อคติทางจิตวิทยา" หรือ Confirmation Bias

 

กล่าวคือ เมื่อคนเชื่อว่าเลข 13 เป็นเลขโชคร้าย พวกเขามักจะจดจำเหตุการณ์ไม่ดีที่เกิดขึ้นในวันที่เกี่ยวข้องกับเลข 13 ได้มากกว่าเหตุการณ์ปกติ

 

บางประเทศกลับมองว่าเป็นเลขนำโชค

 

แม้ในโลกตะวันตกจะมองเลข 13 ในแง่ลบ แต่บางวัฒนธรรมกลับมองต่างออกไป

 

ในหลายพื้นที่ของอิตาลี เลข 13 เคยถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภ

 

ขณะที่ในวงการกีฬา นักกีฬาบางคนเลือกใช้เสื้อหมายเลข 13 เพราะเชื่อว่าจะช่วยสร้างความแตกต่างและนำความสำเร็จมาให้

 

อิทธิพลของเลข 13 ในโลกปัจจุบัน

 

แม้จะเป็นยุคที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก้าวหน้า แต่ความเชื่อเกี่ยวกับเลข 13 ยังคงมีอิทธิพลต่อสังคมในหลายด้าน

 

ตั้งแต่การออกแบบอาคาร การตั้งหมายเลขห้องพัก ไปจนถึงภาพยนตร์สยองขวัญและวัฒนธรรมสมัยนิยม ล้วนหยิบยกเลข 13 มาใช้เป็นสัญลักษณ์ของความลึกลับและความน่ากลัวอยู่เสมอ

 

ตัวเลขที่เปลี่ยนโลกแห่งความเชื่อ

 

ท้ายที่สุดแล้ว เลข 13 อาจไม่ได้มีพลังพิเศษหรืออาถรรพ์ใด ๆ ซ่อนอยู่ แต่สิ่งที่ทำให้มันมีความหมายคือความเชื่อของผู้คนที่ส่งต่อกันมาหลายร้อยปี

 

จากตัวเลขธรรมดาบนหน้ากระดาษ กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่โด่งดังที่สุดของโลก และยังคงเป็นหัวข้อที่ผู้คนพูดถึงไม่รู้จบ แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใดก็ตาม

เนื้อหาโดย: Gario
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Gario's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 5 ครั้ง
เขียนโดย Gario
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
4 เมืองร้างในไทย จากยุคเหมืองแร่ถึงเมืองบาดาลใต้เขื่อนห้างสรรพสินค้าไทยที่หรูหรามาก จนหลายคนไม่กล้าเข้าไปเพื่อใช้บริการพาสต้าไข่เค็มผัดฉ่าทะเลเดือด เมนูไทยอิตาเลียนหอมสมุนไพร มันนัว เผ็ดร้อนถึงใจ5 จังหวัดที่มีงูเยอะที่สุดในประเทศไทยเจอคำพูดทำร้ายใจ ทำไมบางประโยคถึงติดอยู่ในหัวนานกว่าที่คิดปัสสาวะมีกลิ่นเพราะอะไร สี กลิ่น และสารในร่างกายบอกอะไรได้บ้างย้อนความสนุกเด็กไทยยุค 2000 ต้น ก่อนมือถือจะกินเวลาหลังเลิกเรียน5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทยจุกกลางฝาถังน้ำ 18.9 ลิตร ชิ้นเล็กที่ช่วยให้คว่ำถังแล้วน้ำไม่หกความสำเร็จอาจไม่ใช่เส้นชัยเดียวกันสำหรับทุกคนเชือกเล็ก ๆ ที่ฝาถังน้ำมัน ไม่ได้มีไว้แค่กันหาย25 มิถุนายน วันบีเทิลส์โลก ทำไมเพลงเดียวถึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของคนทั้งโลก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สิ่งที่คนไทยทำเป็นเรื่องปกติแต่ต่างชาติแปลกใจมอเตอร์ไซค์ประหยัดน้ำมัน 2026 รุ่นไหนน่ามอง ถ้าอยากลดค่าน้ำมันทุกวันโกงสอบท้องถิ่นถูกเปิดปม พบกระดาษคำตอบนับพันราย รัฐสั่งทบทวนผลสอบ😁 ชวนมาดูเมื่อช่างภาพคนนี้ได้พบกับคนที่เขาเคยถ่ายภาพเอาไว้เมื่อ 40 ปีก่อน และปัจจุบันพวกเขาก็เปลี่ยนไปมากจริง ๆ 😆10 นกหายากที่พบในไทย สัตว์ปีกล้ำค่าที่นักดูนกใฝ่ฝันจะได้เห็นสักครั้ง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ถ้าเจอพายุฟ้าผ่ากระหน่ำในที่โล่งแจ้ง เราไม่ควรทำอะไร และต้องเอาตัวรอดยังไงไม่ให้มีโอกาศโดนฟ้าผ่า?ร้านโชห่วยในอดีตกับร้านสะดวกซื้อในปัจจุบัน ต่างกันอย่างไร และอะไรที่หายไปตามกาลเวลาตลาดนัดที่ใหญ่ที่สุดในแต่ละภูมิภาคของไทย แหล่งช้อปปิ้งและศูนย์รวมวิถีชีวิตท้องถิ่นเรื่องกล้วยๆที่เรามองข้าม
ตั้งกระทู้ใหม่