หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ที่มาของรหัสบาร์โค้ด ที่เราเห็นทุกวัน แต่หลายคนไม่เคยรู้

เขียนโดย Gario

ที่มาของรหัสบาร์โค้ด ที่เราเห็นทุกวัน แต่หลายคนไม่เคยรู้

 

ทุกครั้งที่เราเดินเข้าร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือห้างสรรพสินค้า สิ่งหนึ่งที่พบเห็นอยู่บนสินค้าแทบทุกชิ้นก็คือ "รหัสบาร์โค้ด" เส้นสีดำสลับขาวที่ดูเหมือนไม่มีอะไรพิเศษ แต่แท้จริงแล้วเป็นหนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ที่เปลี่ยนโลกการค้าและธุรกิจไปตลอดกาล

 

ปัจจุบันบาร์โค้ดกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันจนหลายคนแทบไม่สังเกตเห็น แต่เบื้องหลังของเส้นเล็ก ๆ เหล่านี้มีเรื่องราวที่น่าสนใจซ่อนอยู่มากมาย

 

จุดเริ่มต้นจากปัญหาในร้านขายของชำ

 

ย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษ 1940 ร้านค้าปลีกในสหรัฐอเมริกากำลังเผชิญปัญหาสำคัญ พนักงานต้องคอยติดป้ายราคาและคิดเงินสินค้าแต่ละชิ้นด้วยมือ ทำให้เสียเวลาและเกิดความผิดพลาดอยู่บ่อยครั้ง

 

เจ้าของร้านค้าหลายแห่งจึงเริ่มมองหาวิธีที่จะช่วยให้การคิดเงินรวดเร็วขึ้น รวมถึงสามารถติดตามจำนวนสินค้าในคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ปัญหานี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดที่นำไปสู่การกำเนิดบาร์โค้ดในเวลาต่อมา

 

นักศึกษาผู้เปลี่ยนโลกการค้าปลีก

ในปี ค.ศ. 1948 นักศึกษาชาวอเมริกันชื่อ โจเซฟ วูดแลนด์ และเพื่อนร่วมงาน เบอร์นาร์ด ซิลเวอร์ เริ่มพัฒนาระบบที่สามารถอ่านข้อมูลสินค้าได้โดยอัตโนมัติ

 

มีเรื่องเล่าว่า วันหนึ่งวูดแลนด์นั่งอยู่บนชายหาดและใช้นิ้วลากเส้นบนทราย เขานึกถึงรหัสมอร์สที่ใช้จุดและขีดในการส่งข้อความ จึงเกิดแนวคิดที่จะนำเส้นหนาและเส้นบางมาใช้แทนข้อมูลสินค้า

 

แนวคิดดังกล่าวกลายเป็นต้นแบบของบาร์โค้ดสมัยใหม่ในเวลาต่อมา

 

บาร์โค้ดรุ่นแรกหน้าตาไม่เหมือนปัจจุบัน

 

หลายคนอาจคิดว่าบาร์โค้ดมีลักษณะเป็นเส้นตรงมาตั้งแต่แรก แต่ความจริงแล้วต้นแบบแรกสุดมีลักษณะเป็นวงกลมคล้ายเป้ายิงปืน

 

นักประดิษฐ์เรียกมันว่า "Bull's Eye Barcode" เพราะสามารถอ่านได้จากหลายทิศทาง อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีในยุคนั้นยังไม่พร้อม ทำให้การใช้งานจริงยังมีข้อจำกัดหลายประการ

 

หลังจากนั้นจึงมีการพัฒนาเป็นรูปแบบเส้นแนวตั้งที่เราเห็นกันในปัจจุบัน

 

สินค้าชิ้นแรกที่ใช้บาร์โค้ด

 

วันที่ 26 มิถุนายน ค.ศ. 1974 ถือเป็นวันสำคัญของวงการค้าปลีกโลก เพราะเป็นครั้งแรกที่มีการสแกนบาร์โค้ดสินค้าในร้านค้า

 

สินค้าชิ้นนั้นคือหมากฝรั่งยี่ห้อ Wrigley's Juicy Fruit ที่ถูกสแกนในรัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา

 

เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ในการซื้อขายสินค้า และเปลี่ยนวิธีการทำงานของร้านค้าทั่วโลก

 

ตัวเลขใต้บาร์โค้ดมีความหมายอะไร?

 

หลายคนเคยสงสัยว่าตัวเลขที่อยู่ใต้เส้นบาร์โค้ดหมายถึงอะไร

 

ความจริงแล้วตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้ถูกใส่มาเพื่อความสวยงาม แต่เป็นรหัสที่ใช้ระบุข้อมูลของสินค้า เช่น ประเทศผู้ผลิต บริษัทเจ้าของสินค้า และหมายเลขเฉพาะของผลิตภัณฑ์นั้น

 

ยกตัวอย่างเช่น รหัสที่ขึ้นต้นด้วยเลข 885 หมายถึงสินค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทย

 

จึงไม่น่าแปลกใจที่คนไทยมักคุ้นเคยกับตัวเลขนี้บนสินค้าหลายชนิด

 

ทำไมบาร์โค้ดจึงสำคัญ?

 

ก่อนมีบาร์โค้ด ร้านค้าต้องใช้เวลานานในการคิดเงินและตรวจนับสินค้า

 

แต่เมื่อมีระบบสแกนบาร์โค้ด การชำระเงินสามารถทำได้ภายในไม่กี่วินาที ลดข้อผิดพลาดจากมนุษย์ และช่วยให้ร้านค้าทราบจำนวนสินค้าคงเหลือแบบเรียลไทม์

 

ธุรกิจขนาดใหญ่ทั่วโลกจึงสามารถบริหารจัดการคลังสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

จากบาร์โค้ดสู่ QR Code

 

แม้ว่าบาร์โค้ดยังคงถูกใช้งานอย่างแพร่หลาย แต่ปัจจุบันโลกเริ่มเปลี่ยนไปสู่ QR Code ซึ่งสามารถเก็บข้อมูลได้มากกว่า

 

QR Code สามารถบันทึกเว็บไซต์ ข้อมูลการชำระเงิน ตำแหน่งที่ตั้ง หรือข้อความต่าง ๆ ได้ในพื้นที่เล็ก ๆ เพียงหนึ่งช่อง

 

อย่างไรก็ตาม บาร์โค้ดยังคงเป็นระบบที่ได้รับความนิยมในภาคธุรกิจค้าปลีกทั่วโลก เพราะมีต้นทุนต่ำและใช้งานง่าย

 

สิ่งประดิษฐ์เล็ก ๆ ที่เปลี่ยนโลก

 

หากลองคำนวณดู ทุกวันมีการสแกนบาร์โค้ดหลายพันล้านครั้งทั่วโลก ตั้งแต่ร้านสะดวกซื้อ ร้านขายยา ซูเปอร์มาร์เก็ต ไปจนถึงโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

 

สิ่งประดิษฐ์ที่เริ่มต้นจากเส้นไม่กี่เส้นบนชายหาด กลายเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกมานานกว่าครึ่งศตวรรษ

 

มากกว่าแค่เส้นสีดำบนสินค้า

 

ครั้งต่อไปที่คุณหยิบสินค้าในร้านค้า ลองสังเกตบาร์โค้ดบนบรรจุภัณฑ์ดูอีกครั้ง เพราะเบื้องหลังเส้นสีดำเล็ก ๆ เหล่านั้น คือหนึ่งในนวัตกรรมที่สำคัญที่สุดของโลกยุคใหม่ เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้การซื้อขายสินค้าเป็นเรื่องง่าย รวดเร็ว และแม่นยำ จนกลายเป็นสิ่งที่ผู้คนทั่วโลกขาดไม่ได้ในปัจจุบัน

เนื้อหาโดย: Gario
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Gario's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 5 ครั้ง
เขียนโดย Gario
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทยห้างสรรพสินค้าไทยที่หรูหรามาก จนหลายคนไม่กล้าเข้าไปเพื่อใช้บริการความสำเร็จอาจไม่ใช่เส้นชัยเดียวกันสำหรับทุกคน5 จังหวัดที่มีงูเยอะที่สุดในประเทศไทยฮัวกาชีนา โอเอซิสกลางทะเลทรายเปรู ที่สวยเหมือนหลุดจากภาพวาดเทน้ำซักผ้าลงชักโครกได้ไหม?4 เมืองร้างในไทย จากยุคเหมืองแร่ถึงเมืองบาดาลใต้เขื่อนย้อนความสนุกเด็กไทยยุค 2000 ต้น ก่อนมือถือจะกินเวลาหลังเลิกเรียน😁 ชวนมาดูเมื่อช่างภาพคนนี้ได้พบกับคนที่เขาเคยถ่ายภาพเอาไว้เมื่อ 40 ปีก่อน และปัจจุบันพวกเขาก็เปลี่ยนไปมากจริง ๆ 😆อดีตพยาบาลผันตัวเป็นแม่ค้า..ลีลาเด็ดจนคนแห่ต่อคิวเพียบลัทธิที่ไม่ใช่ศาสนา เข้าใจแนวคิดการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในโลกเสียบปลั๊กทิ้งไว้กินไฟจริงไหม 4 อุปกรณ์ที่ควรตัดไฟหลังใช้
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
😁 ชวนมาดูเมื่อช่างภาพคนนี้ได้พบกับคนที่เขาเคยถ่ายภาพเอาไว้เมื่อ 40 ปีก่อน และปัจจุบันพวกเขาก็เปลี่ยนไปมากจริง ๆ 😆ย้อนความสนุกเด็กไทยยุค 2000 ต้น ก่อนมือถือจะกินเวลาหลังเลิกเรียน10 นกหายากที่พบในไทย สัตว์ปีกล้ำค่าที่นักดูนกใฝ่ฝันจะได้เห็นสักครั้ง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ร้านโชห่วยในอดีตกับร้านสะดวกซื้อในปัจจุบัน ต่างกันอย่างไร และอะไรที่หายไปตามกาลเวลาตลาดนัดที่ใหญ่ที่สุดในแต่ละภูมิภาคของไทย แหล่งช้อปปิ้งและศูนย์รวมวิถีชีวิตท้องถิ่นเรื่องกล้วยๆที่เรามองข้าม10 นกหายากที่พบในไทย สัตว์ปีกล้ำค่าที่นักดูนกใฝ่ฝันจะได้เห็นสักครั้ง
ตั้งกระทู้ใหม่