เห็นคนอื่นหาวแล้วหาวตาม ทำไมสมองถึงรับสัญญาณนี้ไวมาก
การหาวไม่ได้เกิดจากความง่วงอย่างเดียว นักวิทยาศาสตร์ยังศึกษากลไกนี้อยู่ แต่ข้อมูลหลายด้านชี้ว่า การหาวตามกันเกี่ยวข้องกับระบบประสาท การเลียนแบบ และจังหวะทางสังคมของมนุษย์
บ่าย ๆ ในออฟฟิศ แค่มีคนหนึ่งหาวยาว ๆ คนข้าง ๆ ก็อาจเริ่มหาวตาม ทั้งที่เมื่อครู่ยังไม่ได้รู้สึกง่วงมากนัก อาการแบบนี้ไม่ใช่เรื่องคิดไปเอง เพราะการเห็น ได้ยิน อ่าน หรือแม้แต่นึกถึงการหาว สามารถกระตุ้นให้บางคนหาวตามได้จริง
การหาวจึงไม่ใช่แค่สัญญาณว่า “อยากนอน” เสมอไป แต่เป็นพฤติกรรมพื้นฐานของร่างกายที่เกี่ยวข้องกับความง่วง ความเบื่อ ความเครียด การตื่นนอน และช่วงที่ร่างกายกำลังเปลี่ยนจังหวะจากภาวะหนึ่งไปสู่อีกภาวะหนึ่ง
การหาวไม่ได้แปลว่าง่วงอย่างเดียว
เวลามีคนหาวในห้องประชุม หลายคนอาจตีความว่าเขาเบื่อหรือไม่ตั้งใจฟัง แต่ในทางชีววิทยา การหาวมีหลายตัวกระตุ้นกว่านั้น
Cleveland Clinic ระบุว่า นักวิจัยยังไม่มีคำตอบเดียวที่อธิบายหน้าที่ของการหาวได้ทั้งหมด แต่มีแนวคิดสำคัญ เช่น การช่วยเพิ่มความตื่นตัว การเกี่ยวข้องกับการควบคุมอุณหภูมิสมอง และการสื่อสารหรือประสานจังหวะกับคนรอบตัว
การหาวจึงมักเกิดในช่วงเปลี่ยนผ่าน เช่น เพิ่งตื่น กำลังง่วง นั่งนิ่งนาน เบื่อ เครียด หรือก่อนต้องดึงสมาธิกลับมาใช้งาน บางคนอาจหาวก่อนทำกิจกรรมที่ต้องใช้พลังหรือสมาธิสูง ไม่ใช่เพราะอยากหลับ แต่ร่างกายกำลังปรับสถานะของตัวเอง
ทำไมเห็นคนอื่นหาวแล้วเราถึงหาวตาม
ส่วนที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจคือ การหาวสามารถ “ติดต่อ” กันได้ในเชิงพฤติกรรม ไม่ใช่การติดต่อแบบโรค แต่เป็นการตอบสนองของสมองต่อสัญญาณจากคนอื่น
แค่เห็นคนอื่นหาว ได้ยินเสียงหาว หรืออ่านเรื่องการหาว สมองบางคนก็อาจเริ่มจำลองพฤติกรรมนั้นขึ้นมา Cleveland Clinic อธิบายว่า นักวิจัยเรียกสิ่งนี้ว่า contagious yawning หรือการหาวติดต่อ และยังศึกษาต่อว่ากลไกที่แท้จริงคืออะไร
แนวคิดหนึ่งที่ถูกพูดถึงคือ สมองมนุษย์มีแนวโน้มเลียนแบบพฤติกรรมของคนอื่นโดยไม่รู้ตัวอยู่แล้ว เช่น เห็นคนยิ้มแล้วเผลอยิ้มตาม เห็นคนเกาแล้วเริ่มรู้สึกคัน หรือเห็นคนหัวเราะแล้วอยากหัวเราะตาม การหาวอาจอยู่ในกลุ่มพฤติกรรมที่ร่างกายรับสัญญาณสังคมแล้วตอบสนองอย่างรวดเร็ว
เกี่ยวกับความผูกพันจริงไหม
ข้อมูลบางส่วนชี้ว่า คนเราอาจหาวตามคนใกล้ชิดได้ง่ายกว่าคนแปลกหน้า เพราะสมองให้ความสนใจกับคนที่มีความหมายกับเรามากกว่า Cleveland Clinic ระบุว่า งานวิจัยบางส่วนเชื่อมโยงการหาวติดต่อกับความเห็นอกเห็นใจ และการเลียนแบบภาษากายหรือพฤติกรรมของคนที่เรารู้สึกใกล้ชิด
แต่ประเด็นนี้ยังไม่ควรสรุปแบบฟันธงว่า “ใครไม่หาวตามแปลว่าไม่สนิท” หรือ “ไม่หาวตามแปลว่าไม่มีความเห็นใจ” เพราะการตอบสนองของแต่ละคนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งสมาธิ ความเหนื่อย อายุ สภาพแวดล้อม และจังหวะของร่างกายในตอนนั้น
พูดง่าย ๆ คือ การหาวตามอาจเกี่ยวกับมิติทางสังคม แต่ไม่ควรใช้เป็นเครื่องวัดความสัมพันธ์หรือบุคลิกของใครแบบตรงไปตรงมา
ทำไมบางครั้งหาวตาม บางครั้งไม่หาว
การหาวติดต่อไม่ได้เกิดทุกครั้ง ถ้าเรากำลังจดจ่อมาก รีบมาก เครียด หรือไม่ได้สนใจคนที่หาว สมองอาจไม่รับสัญญาณนั้นแรงพอให้ร่างกายตอบสนอง
ในทางกลับกัน ถ้าเรานั่งนิ่งมานาน เหนื่อยเล็กน้อย เบื่อเล็กน้อย หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ชวนให้ระบบตื่นตัวลดลง การเห็นคนอื่นหาวอาจเป็นเหมือนตัวสะกิดให้ร่างกายที่พร้อมจะหาวอยู่แล้วแสดงออกมา
นี่อาจอธิบายได้ว่าทำไมห้องประชุมยาว ๆ ตอนบ่ายถึงเป็นพื้นที่ที่การหาวแพร่ต่อกันง่าย ทั้งแสงไฟนิ่ง อากาศเย็น เสียงพูดโทนเดียว และการนั่งอยู่กับที่นานเกินไป ล้วนทำให้ร่างกายหลายคนเข้าสู่จังหวะใกล้เคียงกัน
สัตว์อื่นก็หาวตามกันได้
การหาวไม่ได้เกิดเฉพาะมนุษย์ สัตว์หลายชนิดก็หาวได้ และงานวิจัยเกี่ยวกับการหาวติดต่อพบว่า พฤติกรรมนี้มีรายงานในมนุษย์และสัตว์สังคมบางชนิด โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องอ่านสัญญาณจากสมาชิกในกลุ่ม
นักวิจัยจึงสนใจว่า การหาวตามกันอาจเกี่ยวข้องกับการประสานจังหวะของกลุ่ม เช่น การเปลี่ยนจากพักไปสู่ตื่นตัว หรือจากตื่นตัวไปสู่การพัก แม้รายละเอียดจำนวนมากยังต้องศึกษาเพิ่ม แต่พฤติกรรมเล็ก ๆ นี้ทำให้เห็นว่าร่างกายของสัตว์สังคมไม่ได้แยกขาดจากสภาพแวดล้อมรอบตัว
หาวมากผิดปกติควรสังเกต
สำหรับคนทั่วไป การหาวเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะตอนง่วง เบื่อ หรือเห็นคนอื่นหาว ถือเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าหาวมากผิดปกติหลายวัน หาวถี่จนรบกวนชีวิตประจำวัน หรือมีอาการอื่นร่วม เช่น ง่วงมากผิดปกติ เวียนหัว หายใจไม่สะดวก อ่อนแรง หรือมีอาการคล้ายโรคหลอดเลือดสมอง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ Cleveland Clinic ระบุว่า การหาวมากผิดปกติอาจเกี่ยวข้องกับการนอนหลับ ยาบางชนิด หรือภาวะทางระบบประสาทบางประเภท
ในชีวิตประจำวัน การหาวตามคนอื่นจึงมักไม่ใช่เรื่องน่ากังวล แต่น่าจะเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการที่สมองและร่างกายมนุษย์ไวต่อสัญญาณรอบตัวมากกว่าที่เรารู้สึกตัว
KEY TAKEAWAYS:
- การหาวไม่ได้เกิดจากความง่วงเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับความเบื่อ ความเครียด การตื่นนอน และการเปลี่ยนจังหวะของร่างกาย
- การเห็น ได้ยิน อ่าน หรือนึกถึงการหาว อาจกระตุ้นให้บางคนหาวตามได้
- นักวิทยาศาสตร์ยังไม่มีคำตอบเดียวเรื่องหน้าที่ของการหาว แต่มีหลายทฤษฎี เช่น ความตื่นตัว การควบคุมอุณหภูมิสมอง และสัญญาณทางสังคม
- การหาวตามอาจเกี่ยวข้องกับการเลียนแบบและความใกล้ชิดทางสังคม แต่ไม่ควรใช้ตัดสินความสัมพันธ์ของใคร
- ถ้าหาวมากผิดปกติและมีอาการอื่นร่วม ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ
แหล่งที่มา: Cleveland Clinic, PubMed Central, Frontiers in Neuroscience
อ้างอิง:
https://my.clevelandclinic.org/health/body/yawning
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC9332820/
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC3534187/
ความลับพริกน้ำปลา ทำไมบางร้านวางหลายวันแล้วพริกยังดูสดไม่ดำคล้ำ
9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทย
รุ่นพี่ ม.6 เทพฯ นนท์ สุดทน! ขอพูดบ้าง หลังเห็นกระแสโทษโรงเรียน ลั่น “คนทำไม่ปกติ อย่าโยนความผิดให้ใคร”
พี่บ่าว ปู่วัดสายป่า เปิดแนวทางเลขงวด 16 สิงหาคม 2569 ลุ้น 760-60-70-76 ล่าง 85
10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขา
เลขเล็ก ๆ ที่เราไม่เคยสนใจ อาจไม่ได้เป็นแค่เลขธรรมดา
ส่องบัญชีทรัพย์สิน นายก อบจ. นนทบุรี หลังถูกบุกยิง
สถิติเลขท้ายสองตัวงวดกลางเดือน 10 ปีย้อนหลัง บวกมุมมองวันพระใหญ่ปลายเดือนสิงหา งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2569
“งวดสุดท้าย” หลวงพ่อไห้ 16 ส.ค. 69
iPhone สร้างยากกว่าพีระมิด 10,000 เท่าจริงหรือ?
จากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้าน
จังหวัดที่ไม่มีเพื่อนบ้านทางพื้นดิน เพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย
