ภาษาที่คนใช้มากที่สุดในโลก อาจไม่ใช่คำตอบเดียวเสมอไป
จำนวนผู้พูดทำให้บางภาษากลายเป็นภาษาระดับโลก แต่การนับว่า “มากที่สุด” ต้องดูวิธีนับด้วย ทั้งภาษาแม่ ภาษาที่สอง และสถานะของภาษาขนาดเล็กที่กำลังลดจำนวนผู้ใช้ลง
โลกมีภาษาที่ยังใช้งานอยู่มากกว่า 7,000 ภาษา แต่จำนวนผู้พูดของแต่ละภาษาแตกต่างกันมาก บางภาษามีผู้ใช้ระดับพันล้านคน ขณะที่บางภาษาเหลือผู้พูดเพียงชุมชนเล็ก ๆ หรืออาจเหลือแค่ไม่กี่คน
คำถามว่า “ภาษาใดมีคนใช้มากที่สุดในโลก” จึงไม่ได้มีคำตอบเดียวเสมอไป เพราะต้องดูว่ากำลังนับจากอะไร
ถ้านับเฉพาะ “ภาษาแม่” หรือภาษาที่คนใช้ตั้งแต่เกิด ภาษาจีนกลางมักถูกจัดอยู่ในกลุ่มอันดับต้นของโลก ด้วยฐานผู้พูดจำนวนมากในจีนและชุมชนชาวจีนในหลายประเทศ
แต่ถ้านับรวมทั้งเจ้าของภาษาและผู้ที่ใช้เป็นภาษาที่สอง ภาษาอังกฤษมักขึ้นมาอยู่ในอันดับสูงสุด เพราะถูกใช้กว้างในระบบการศึกษา ธุรกิจ เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ การท่องเที่ยว และการสื่อสารระหว่างประเทศ
นี่ทำให้ภาษาอังกฤษดูเหมือนอยู่รอบตัวมากกว่าหลายภาษา แม้จำนวนเจ้าของภาษาโดยตรงจะน้อยกว่าภาษาจีนกลางก็ตาม
ภาษาที่ “ใหญ่ที่สุด” ขึ้นอยู่กับวิธีนับ
การจัดอันดับภาษาทั่วโลกมักแยกออกเป็น 2 แบบหลัก ๆ
แบบแรกคือการนับผู้พูดภาษาแม่ หรือ first-language speakers วิธีนี้ให้ภาพว่าภาษาใดมีฐานชุมชนผู้ใช้ดั้งเดิมมากที่สุด
แบบที่สองคือการนับผู้พูดรวมทั้งหมด ทั้งภาษาแม่และภาษาที่สอง วิธีนี้สะท้อนอิทธิพลของภาษานั้นในโลกจริงมากกว่า โดยเฉพาะภาษาอังกฤษที่ผู้ใช้จำนวนมากไม่ได้เกิดมาในครอบครัวที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก
ภาษาที่มักอยู่ในกลุ่มใหญ่ของโลก ได้แก่ จีนกลาง อังกฤษ ฮินดี สเปน และอาหรับ แต่ลำดับอาจเปลี่ยนได้ตามปี แหล่งข้อมูล และนิยามที่ใช้ เช่น จะนับภาษาอาหรับเป็นกลุ่มเดียวหรือแยกตามสำเนียง จะนับภาษาจีนเป็นจีนกลางอย่างเดียว หรือรวมกลุ่มภาษาจีนแบบกว้าง
จุดนี้ทำให้การอ่านอันดับภาษาโลกต้องระวังมากกว่าการดูตัวเลขเพียงชุดเดียว
ภาษาอังกฤษใหญ่เพราะเป็นภาษาที่สองของคนจำนวนมาก
ภาษาอังกฤษไม่ได้โดดเด่นเพราะเจ้าของภาษามีจำนวนมากที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่เพราะถูกใช้เป็นภาษากลางในหลายพื้นที่ของชีวิตสมัยใหม่
คนจำนวนมากเรียนภาษาอังกฤษเพื่อใช้ทำงาน อ่านเอกสาร เรียนต่อ เดินทาง ใช้อินเทอร์เน็ต หรือสื่อสารกับคนต่างชาติ
ด้วยเหตุนี้ ภาษาอังกฤษจึงมีอิทธิพลสูงในฐานะภาษาที่เชื่อมคนต่างภาษาเข้าหากัน ขณะที่ภาษาจีนกลางยังคงมีฐานผู้พูดภาษาแม่ขนาดใหญ่มาก โดยเฉพาะจากจำนวนประชากรในจีน
เมื่อดูจากมุมนี้ ภาษาที่ “มีคนใช้มากที่สุด” จึงอาจหมายถึงคนละเรื่องกัน ระหว่างภาษาที่คนเกิดมาใช้มากที่สุด กับภาษาที่คนทั่วโลกใช้เพื่อเชื่อมต่อกันมากที่สุด
อีกด้านของโลกภาษา คือภาษาที่กำลังหายไป
ในขณะที่ภาษาขนาดใหญ่มีผู้ใช้เพิ่มขึ้นหรือคงอิทธิพลในระบบโลก ภาษาขนาดเล็กจำนวนมากกลับอยู่ในภาวะเปราะบาง
UNESCO ระบุว่า อย่างน้อยราว 40% ของภาษาทั่วโลกอยู่ในภาวะเสี่ยง และมีการประเมินว่าภาษาหนึ่งอาจหายไปโดยเฉลี่ยทุก 2 สัปดาห์
การหายไปของภาษาไม่ได้เกิดขึ้นแบบฉับพลันเสมอไป หลายกรณีเริ่มจากคนรุ่นใหม่ใช้ภาษาหลักของประเทศมากขึ้น ใช้ภาษาท้องถิ่นน้อยลงในบ้าน โรงเรียน หรือพื้นที่สาธารณะ
เมื่อไม่มีคนรุ่นใหม่รับช่วงต่อ ภาษาเดิมอาจค่อย ๆ เหลือเพียงผู้สูงอายุไม่กี่คน และเมื่อผู้พูดรุ่นสุดท้ายจากไป ภาษานั้นอาจไม่เหลือการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันอีก
ทำไมภาษาขนาดเล็กจึงสำคัญ
ภาษาไม่ได้เป็นเพียงชุดคำศัพท์หรือไวยากรณ์ แต่ยังเก็บความทรงจำของชุมชน วิธีเรียกสิ่งแวดล้อม ความเชื่อ นิทานพื้นบ้าน พิธีกรรม และวิธีมองโลกของผู้คนในแต่ละพื้นที่
บางภาษามีคำเฉพาะสำหรับพืช สัตว์ ฤดูกาล ภูมิประเทศ หรือความสัมพันธ์ในชุมชนที่ภาษาใหญ่บางภาษาอาจไม่มีคำตรงตัว
เมื่อภาษาหนึ่งหายไป สิ่งที่หายตามไปจึงไม่ใช่แค่เสียงพูด แต่รวมถึงความรู้และประสบการณ์ที่สะสมผ่านคนหลายรุ่น
โลกเชื่อมต่อมากขึ้น แต่ภาษาอาจเหลือน้อยลง
ความเปลี่ยนแปลงของภาษาเกิดพร้อมกับโลกที่เชื่อมต่อกันมากขึ้น เด็กจำนวนมากต้องใช้ภาษาหลักเพื่อเรียนหนังสือ ทำงาน หรือเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจ
ในหลายประเทศ จึงมีความพยายามบันทึกเสียง ทำพจนานุกรม สอนภาษาท้องถิ่นในโรงเรียน ใช้สื่อดิจิทัล หรือให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูภาษาเดิมของตน
สำหรับผู้อ่านไทย เรื่องนี้อยู่ไม่ไกลตัวนัก เพราะประเทศไทยเองก็มีความหลากหลายของภาษาถิ่นและภาษาของกลุ่มชาติพันธุ์หลายกลุ่ม การใช้ภาษาไทยกลางในระบบสาธารณะช่วยให้สื่อสารร่วมกันได้สะดวก แต่ภาษาท้องถิ่นก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต วัฒนธรรม และความทรงจำของผู้คนจำนวนมาก
ดังนั้น ภาษาที่มีคนใช้มากที่สุดในโลกอาจบอกให้เห็นอิทธิพลของประชากร เศรษฐกิจ และการศึกษาโลก ส่วนภาษาที่เหลือผู้พูดน้อยที่สุดบอกให้เห็นอีกด้านหนึ่งของมนุษย์ คือความหลากหลายที่ยังคงอยู่ แต่ต้องพึ่งพาการส่งต่อจากคนรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่ง
KEY TAKEAWAYS:
- โลกมีภาษาที่ยังใช้งานอยู่มากกว่า 7,000 ภาษา แต่จำนวนผู้พูดแตกต่างกันมาก
- ภาษาจีนกลางมักโดดเด่นเมื่อดูจากผู้พูดภาษาแม่ ส่วนภาษาอังกฤษมักนำเมื่อรวมผู้ใช้ภาษาที่สอง
- การจัดอันดับภาษาเปลี่ยนได้ตามวิธีนับ นิยามภาษา และแหล่งข้อมูล
- UNESCO ระบุว่าภาษาจำนวนมากทั่วโลกอยู่ในภาวะเสี่ยง และภาษาอาจหายไปโดยเฉลี่ยทุก 2 สัปดาห์
- ภาษาขนาดเล็กมีคุณค่าทางวัฒนธรรม เพราะเก็บความรู้ ความทรงจำ และวิธีมองโลกของชุมชนไว้
อ้างอิง:
https://www.ethnologue.com/insights/how-many-languages/
https://www.ethnologue.com/insights/ethnologue200/
https://www.unesco.org/en/articles/languages-are-not-just-words-theyre-worlds-unesco-bangkok-celebrates-25-years-international-mother
รัฐกะฉิ่น ดินแดนภูเขาหิมะแห่งประเทศเมียนมา
รถจักรยานสัญชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปัจจุบัน
วัดที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทย
อาหารไทยที่กำลังสูญหาย
เงาะไม่ได้มีแค่ความหวานฉ่ำ ผลไม้หน้าร้อนที่กินให้คุ้มต้องรู้
5 ตัวละครไซโคพาธในหนัง ที่นักวิจัยมองว่าสมจริงกว่าภาพจำเดิม
เรื่องเล่าขานตำนานป่าคำชะโนด
บั้นปลายชีวิตไม่ยึดติด ขอใช้ชีวิตในบ้านสวน
สับปะรดหมักน้ำผึ้ง เมนูแช่เย็นทำง่าย แต่ต้องเก็บให้ถูกวิธี
ห้างสรรพสินค้าไทยที่หรูหรามาก จนหลายคนไม่กล้าเข้าไปเพื่อใช้บริการ
สายทหารที่ “รายได้ดีที่สุด” ในไทย
ปลานิลกับปลาทับทิม ต่างกันตรงไหน ทำไมเลี้ยงแล้วคุ้มไม่เหมือนกัน
รัฐกะฉิ่น ดินแดนภูเขาหิมะแห่งประเทศเมียนมา
5 ตัวละครไซโคพาธในหนัง ที่นักวิจัยมองว่าสมจริงกว่าภาพจำเดิม
The Ordinary Household Items That Can Put Pets at Risk
ตำนานกล่องข้าวน้อยฆ่าแม่
สายทหารที่ “รายได้ดีที่สุด” ในไทย



