หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เมื่อคนในบ้านต้องเป็นศูนย์กลางของทุกเรื่อง เจาะลึกจิตวิทยา Histrionic ที่เรียกร้องความสนใจจนคนรอบข้างหมดแรง

เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง

บางบ้านมีคนคนหนึ่งที่ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น สุดท้ายทุกอย่างต้องวนกลับมาหาเขาเสมอ

คนอื่นป่วย เขาก็ต้องเล่าว่าตัวเองเคยป่วยหนักกว่า

คนอื่นมีปัญหา เขาก็ต้องทำให้ปัญหาของตัวเองใหญ่กว่า

คนอื่นได้รับคำชม เขาก็รู้สึกเหมือนตัวเองถูกแย่งพื้นที่

และถ้าบรรยากาศในบ้านเริ่มสงบเกินไป เขาอาจสร้างเรื่องบางอย่างขึ้นมาเพื่อให้ทุกสายตาหันกลับมาที่เขาอีกครั้ง

หลายคนเรียกพฤติกรรมแบบนี้ว่าเรียกร้องความสนใจ

แต่ในทางจิตวิทยา หากรูปแบบนี้รุนแรง ต่อเนื่อง และกระทบความสัมพันธ์มาก อาจเกี่ยวข้องกับลักษณะบุคลิกภาพแบบ Histrionic

หรือกลุ่มพฤติกรรมที่ต้องการความสนใจสูงมาก ต้องการการยอมรับ และมักแสดงอารมณ์อย่างเข้มข้นกว่าคนทั่วไป

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องพูดให้ชัดก่อน

ไม่ใช่ทุกคนที่ชอบเป็นจุดสนใจจะเป็น Histrionic Personality Disorder

บางคนแค่เป็นคนเปิดเผย

บางคนเป็นคนสนุกสนาน

บางคนชอบเข้าสังคม

และบางคนแค่ต้องการให้คนรักรับฟังมากขึ้นในบางช่วงชีวิต

การวินิจฉัยจริงต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเท่านั้น

แต่สิ่งที่เราพูดถึงในบทความนี้คือรูปแบบความสัมพันธ์ในบ้าน

เมื่อมีคนหนึ่งทำให้ทุกสถานการณ์ต้องหมุนรอบตัวเขาตลอดเวลา

จนคนอื่นในบ้านค่อย ๆ รู้สึกว่า ความรู้สึกของตัวเองไม่มีพื้นที่

คนที่มีลักษณะ Histrionic สูง มักไม่ได้ต้องการความสนใจเพียงเพราะอยากเด่นเท่านั้น

ลึกลงไปกว่านั้น อาจมีความกลัวบางอย่างซ่อนอยู่

กลัวถูกมองข้าม

กลัวไม่มีความสำคัญ

กลัวว่าถ้าไม่มีใครสนใจ ตัวเองจะไร้ค่า

ดังนั้นความสนใจจากคนอื่นจึงกลายเป็นเหมือนอากาศที่ต้องได้รับตลอดเวลา

ปัญหาคือ คนในบ้านมักต้องจ่ายราคาแทน

เพราะเมื่อคนหนึ่งต้องการเป็นศูนย์กลางตลอดเวลา

คนอื่นก็ต้องคอยถอยให้

ต้องคอยปลอบ

ต้องคอยฟัง

ต้องคอยชม

ต้องคอยระวังว่า ถ้าไม่สนใจมากพอ อีกฝ่ายจะน้อยใจ โกรธ หรือสร้างดราม่าขึ้นมา

นี่คือเหตุผลที่หลายคนรู้สึกเหนื่อยทั้งที่ไม่ได้ทะเลาะกันตรง ๆ

เพราะการอยู่กับคนที่ต้องการความสนใจตลอดเวลา ทำให้พลังงานทางใจถูกดูดออกไปทีละน้อย

เหมือนทุกคนต้องเป็นผู้ชมในละครชีวิตของคนคนเดียว

แต่ไม่มีใครได้พักจากบทบาทผู้ชมเลย

ลักษณะที่พบได้บ่อยคืออารมณ์ที่ใหญ่กว่าสถานการณ์จริง

เรื่องเล็กอาจถูกเล่าให้ใหญ่

ความผิดหวังเล็กน้อยอาจกลายเป็นโศกนาฏกรรม

การไม่ได้รับคำตอบทันทีอาจถูกตีความว่าไม่มีใครรัก

และคำวิจารณ์เล็ก ๆ อาจถูกมองว่าเป็นการทำร้ายอย่างรุนแรง

คนรอบข้างจึงเริ่มเรียนรู้ว่า อย่าขัด อย่าทัก อย่าพูดตรงเกินไป

เพราะไม่อยากให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่

แต่ยิ่งทุกคนยอมเงียบ รูปแบบเดิมก็ยิ่งแข็งแรงขึ้น

อีกฝ่ายยิ่งเรียนรู้ว่า ถ้าแสดงอารมณ์ให้ใหญ่พอ ทุกคนจะหยุดและหันมาสนใจ

ในครอบครัว พฤติกรรมแบบนี้อาจทำให้เกิดความไม่สมดุลอย่างมาก

ลูกบางคนอาจรู้สึกว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์มีปัญหา

คู่ชีวิตอาจรู้สึกว่าต้องเป็นผู้ดูแลอารมณ์ของอีกฝ่ายตลอดเวลา

พี่น้องอาจรู้สึกว่าความต้องการของตัวเองถูกกลืนหายไป

เพราะพื้นที่กลางของบ้านถูกยึดไปโดยคนที่ต้องการเสียงปรบมือมากที่สุด

แต่การเข้าใจไม่ได้แปลว่าต้องยอมทุกอย่าง

เราสามารถเห็นใจได้ว่าอีกฝ่ายอาจมีความไม่มั่นคงภายใน

แต่ก็ยังต้องยอมรับว่า พฤติกรรมที่ทำให้คนอื่นเหนื่อย เจ็บ หรือไม่มีพื้นที่ทางใจ เป็นสิ่งที่ต้องมีขอบเขต

วิธีรับมือที่สำคัญคืออย่าให้รางวัลกับดราม่าทุกครั้งโดยไม่รู้ตัว

ถ้าทุกครั้งที่อีกฝ่ายระเบิดอารมณ์ ทุกคนต้องรีบปลอบ รีบยอม รีบให้ความสนใจทั้งหมด

วงจรนี้จะยิ่งดำเนินต่อไป

สิ่งที่ควรทำคือสงบ ชัดเจน และไม่เล่นตามบทดราม่ามากเกินไป

เช่น แทนที่จะตอบโต้ด้วยอารมณ์ อาจพูดว่า

เราเข้าใจว่าคุณรู้สึกมากกับเรื่องนี้

แต่เราจะคุยกันได้เมื่อทุกคนพูดกันด้วยความเคารพ

หรือ

เรารับฟังได้ แต่เราไม่สามารถทิ้งความรู้สึกของตัวเองเพื่อดูแลอารมณ์ของคุณตลอดเวลาได้

ขอบเขตแบบนี้ไม่ได้ใจร้าย

แต่มันช่วยให้ความสัมพันธ์กลับมาอยู่บนพื้นฐานที่ทุกคนยังเป็นมนุษย์เท่ากัน

ไม่ใช่มีคนหนึ่งเป็นตัวเอกตลอดเวลา และคนอื่นเป็นเพียงตัวประกอบในชีวิตของเขา

ท้ายที่สุด Histrionic ในครอบครัวไม่ได้ทำร้ายคนอื่นด้วยความดราม่าอย่างเดียว

แต่มันทำให้บ้านค่อย ๆ สูญเสียความสมดุล

เพราะทุกคนต้องหมุนรอบอารมณ์ของคนคนเดียว

จนลืมไปว่า คนอื่นก็มีความรู้สึก มีบาดแผล และมีสิทธิ์ได้รับการมองเห็นเหมือนกัน

บ้านที่ดีไม่จำเป็นต้องไม่มีใครเรียกร้องความสนใจเลย

แต่ควรเป็นบ้านที่ทุกคนมีพื้นที่พอจะถูกมองเห็น โดยไม่ต้องแย่งกันเป็นศูนย์กลางของจักรวาลตลอดเวลา

เนื้อหาโดย: วัน ๆ หาแต่เรื่อง
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
วัน ๆ หาแต่เรื่อง's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 18 ครั้ง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
กดให้คะแนน หรือกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจและไม่พลาดบทความใหม่ทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: วัน ๆ หาแต่เรื่อง
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รถจักรยานสัญชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปัจจุบันทำไมพังพอนถึงกล้าสู้กับงูเห่า ทั้งที่ไม่ได้กันพิษได้ทุกอย่าง"วัดป่าภูหายหลง" วัดสวย สวรรค์บนดิน ปากช่อง นครราชสีมาวัดที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทยหอยทากอาจมีฟันเป็นหมื่นซี่ อยู่บน “ลิ้นขูดอาหาร” ที่เล็กจนมองไม่เห็นโรงแรมหรูในประเทศไทย ที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนจากต่างชาติถ้ากรุงเทพฯ อยู่ยากขึ้นจริง จังหวัดไหนน่าจะเป็นเมืองอนาคตของไทยงูหัวกะโหลก: จากอดีตเครื่องหนัง สู่การปรับตัวในนิเวศเมืองนกอินทรีมองเห็นไกลแค่ไหน ทำไมจึงถูกยกให้เป็นหนึ่งในสัตว์สายตาดีที่สุดในโลก10 อันดับโรงเรียนนานาชาติค่าเทอมแพงที่สุดในไทย ปี 2569ความหมายของเลข 269 ในมุมมองของนักเสี่ยงโชคงวดวันที่ 1 กรกฎาคม 2569จังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
"วัดป่าภูหายหลง" วัดสวย สวรรค์บนดิน ปากช่อง นครราชสีมางูหัวกะโหลก: จากอดีตเครื่องหนัง สู่การปรับตัวในนิเวศเมืองหอยทากอาจมีฟันเป็นหมื่นซี่ อยู่บน “ลิ้นขูดอาหาร” ที่เล็กจนมองไม่เห็นนกคุ้มหลี จากแฟชั่นวัยรุ่นเขมร แท้จริงคือนกอะไร?ทำไมบางคนทิ้งของไม่ได้เลย เมื่อบ้านรกอาจเป็นสัญญาณของบาดแผลทางใจที่ซ่อนอยู่จ่ายกันอยู่ทุกเดือน! สรุปให้หายคาใจ ค่าไฟทางหลวง-ไฟท้ายซอย ใครจ่าย?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
หอยทากอาจมีฟันเป็นหมื่นซี่ อยู่บน “ลิ้นขูดอาหาร” ที่เล็กจนมองไม่เห็นส้มตำจานเดียว รวมวัตถุดิบจากหลายทวีปกว่าจะเป็นรสแซ่บคุ้นปากคนไทยนกอินทรีมองเห็นไกลแค่ไหน ทำไมจึงถูกยกให้เป็นหนึ่งในสัตว์สายตาดีที่สุดในโลกทำไมบางคนทิ้งของไม่ได้เลย เมื่อบ้านรกอาจเป็นสัญญาณของบาดแผลทางใจที่ซ่อนอยู่
ตั้งกระทู้ใหม่