ด้วงดอกไม้ หาได้ยากใกล้สูญพันธุ์ในประเทศไทย
ด้วงดอกไม้ หาได้ยากใกล้สูญพันธุ์ในประเทศไทย พบได้ทุกภาคของประเทศไทย ตั้งแต่ยอดดอยสูงสุดอย่างยอดดอยอินทนนทน์ และแม้ในกรุงเทพมหานครแถบชานเมืองก็ยังพบด้วงดอกไม้ได้บ่อยครั้ง
ด้วงดอกไม้เพศผู้และเพศเมียมีขนาดใกล้เคียงกันคือ 27-30 มม. ด้วงดอกไม้ในสกุล Thaumastopeus sp. เพศผู้และเพศเมียมีลักษณะคล้ายคลึงกันมาก แตกต่างกันที่ส่วน tibia ของขาหน้าเพศผู้จะมีหนามขนาดเล็กและเรียวกว่าขาของเพศเมีย
เพศเมียจะวางไข่ในเศษซากพืชหรือแม้แต่ในทางมะพร้าวสดที่มีเศษซากพืชร่วงอยู่ภายใน จากนั้นตัวอ่อนจะกินเศษซากพืชเหล่านั้น เมื่อใกล้เข้าสู่ระยะดักแด้ตัวหนอนจะสร้างกระเปาะจากเศษซากพืชเหล่านั้นโดยใช้วัสดุที่ละเอียดที่สุดล้อมรอบตัวเมื่อกระเปาะแห้งจะเป็นเกราะป้องกันจากศัตรูได้อย่างดี
เมื่อเจริญเป็นตัวเต็มวัยจะเจาะกระเปาะดักแด้ออกมาเพื่อหากิน อาหารส่วนมากจะเป็นยางไม้และผลไม้ เช่น เนื้อของผลลำไย จึงเป็นศัตรูพืชชนิดหนึ่งของเกษตรกรที่ทำสวนลำไย อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบการระบาดรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อผลผลิตลำไยด้วงดอกไม้ (Flower Beetles / Flower Chafers)เป็นกลุ่มแมลงปีกแข็งที่อยู่ในวงศ์ย่อย (ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวงศ์ใหญ่ Scarabaeidae หรือวงศ์ด้วงกว่างและแมลงนูน)
แหล่งที่มา" สามารถแบ่งออกได้ตามบริบทหลักๆ ดังนี้ครับ:
แหล่งที่พบตามธรรมชาติ (ถิ่นที่อยู่อาศัย)กระจายอยู่ทั่วโลก: ด้วงดอกไม้พบได้ในหลายทวีปทั่วโลก แต่จะมีความหลากหลายทางสายพันธุ์สูงที่สุดในเขตร้อน (Tropics) เช่น ทวีปแอฟริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอเมริกาใต้
ในประเทศไทย:สามารถพบด้วงดอกไม้ได้ทั่วไปตามป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง รวมถึงสวนผลไม้และสวนสาธารณะทั่วทุกภาค
บริเวณที่มักเจอ:มักพบเกาะอยู่ตามดอกไม้ที่มีน้ำหวานเยอะ, ต้นไม้ที่มีสปอร์หรือยางไหล (เช่น ต้นมะม่วง ต้นไผ่), และผลไม้สุกคาต้น(เช่น กล้วย มะละกอ มะม่วง) เนื่องจากพวกมันกินน้ำหวาน เกสรดอกไม้ และน้ำเลี้ยงจากพืชเป็นอาหารหลัก
วงจรชีวิตและแหล่งกำเนิดตัวอ่อน ถ้าสงสัยว่าพวกมันเติบโตมาจากไหน วงจรชีวิตของด้วงดอกไม้เริ่มจาก:
ใต้ดินและกองปุ๋ยหมัก: ตัวเมียจะวางไข่ในดิน กองใบไม้ผุ ผงไม้ผุ หรือกองปุ๋ยหมัก
ตัวหนอน (Larvae): เมื่อไข่ฟักเป็นตัวหนอน (มักเรียกว่า "หนอนด้วง" หรือ "ด้วงแรด" ในภาษาชาวบ้าน) พวกมันจะอาศัยอยู่ใต้ดินหรือในเนื้อไม้ผุ โดยทำหน้าที่ช่วยย่อยสลายอินทรียวัตถุ กินเศษไม้และใบไม้แห้งเป็นอาหาร
ดักแด้จนเป็นตัวเต็มวัย:หลังจากผ่านระยะดักแด้ในดินแล้ว พวกมันจึงจะลอกคราบเป็นด้วงดอกไม้ปีกสวยงามบินขึ้นมาหาอาหารบนต้นไม้
ปัจจุบันด้วงดอกไม้ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มผู้เลี้ยงแมลง (โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่มีสีสันสดใส สีเหลือบโลหะ หรือสายพันธุ์ต่างประเทศที่มีขนาดใหญ่ จากแอฟริกา)ฟาร์มเพาะเลี้ยง:ส่วนใหญ่มาจากฟาร์มเพาะเลี้ยงแมลงทั้งในไทยและต่างประเทศ (เช่น ญี่ปุ่น ไต้หวัน) ซึ่งมีการพัฒนาสายพันธุ์ให้มีสีสันแปลกใหม่การจับจากธรรมชาติ มีการดักจับตามฤดูกาล (มักเป็นช่วงฤดูฝนที่แมลงชุกชุม) แต่ปัจจุบันนิยมซื้อขายตัวที่เพาะพันธุ์เองมากกว่าเพราะแข็งแรงและไม่ทำลายระบบนิเวศ
เขียนโดย puypuy
Swainsona formosa: มหัศจรรย์แห่งพฤกษาท่ามกลางทะเลทรายที่อันร้อนระอุในออสเตรเลีย
ทำไมพังพอนถึงกล้าสู้กับงูเห่า ทั้งที่ไม่ได้กันพิษได้ทุกอย่าง
ส่องเทรนด์เลขตามสไตล์ "เเต๋วจ๋าพารวย" 1/7/69
ความหมายของเลข 269 ในมุมมองของนักเสี่ยงโชคงวดวันที่ 1 กรกฎาคม 2569
ถ่ายรูปผู้ชายให้ดูดีขึ้น เริ่มจากมุมกล้อง แสง และท่าทางที่ไม่ฝืน
โรงแรมหรูในประเทศไทย ที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนจากต่างชาติ
จีนยังครองแชมป์ต่างชาติซื้อคอนโดไทย ขณะที่เมียนมาขึ้นมาแรงในตลาดปีล่าสุด
" นกมีหูหนูมีปีก "
อาชีพข้าราชการที่เงินเดือนเยอะที่สุด
ทำไมคนส่วนใหญ่ถนัดขวา มากกว่าถนัดซ้าย วิทยาศาสตร์อธิบายไว้หลายทาง
แรงงานไทยในเกาหลี
จังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ
จังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ
อยากเขียนบน Postjung ให้มีรายได้ ต้องเริ่มจากอะไรให้ถูกทาง
4 ภาษาในประเทศไทยที่มีผู้ใช้งานมากที่สุด


