หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

แผลคีลอยด์ เรื่องจริงที่หลายคนไม่อยากให้เกิดขึ้น!!

เขียนโดย Zummarikun

        แผลคีลอยด์ เรื่องใหญ่ที่ทำเอาหลายคนปวดขมับเวลาเป็นแผล เพราะแทนที่แผลจะหายเรียบเนียนตามปกติ กลับกลายเป็นก้อนนูนแดง แข็ง แถมบางทีก็มีอาการคันหรือเจ็บจี๊ดๆ ชวนรำคาญใจ วันนี้เรามาทำความเข้าใจเรื่องนี้กันแบบละเอียด มีหลักการรองรับ จะได้รู้เท่าทันและรับมือกับมันได้อย่างถูกวิธีนะคะ

        ถ้าอธิบายตามหลักการแพทย์ แผลคีลอยด์ (Keloid) คือแผลเป็นชนิดหนึ่งที่เกิดจากความผิดปกติของกระบวนการรักษาแผลตามธรรมชาติของร่างกาย โดยปกติแล้ว เวลาที่ผิวหนังเราได้รับบาดเจ็บ ไม่ว่าจะเป็นจากมีดบาด แผลผ่าตัด สิว เจาะหู หรือแม้กระทั่งรอยยุงกัด ร่างกายจะส่งสัญญาณให้สร้างคอลลาเจนขึ้นมาเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ

        แต่ในคนที่มีแนวโน้มจะเป็นคีลอยด์ กลไกนี้มันดันทำงานล้นเกินไปหน่อย ร่างกายสั่งให้ผลิตคอลลาเจนออกมาเรื่อยๆ แบบไม่มีสวิตช์ปิด ส่งผลให้เส้นใยคอลลาเจนเหล่านั้นหนาตัวขึ้นจนกลายเป็นก้อนนูน

        จุดสังเกตสำคัญที่ทำให้คีลอยด์ต่างจากแผลเป็นนูนธรรมดา หรือที่หมอเรียกว่า Hypertrophic Scar คือ เรื่องของขอบเขต แผลเป็นนูนธรรมดาจะนูนขึ้นมาก็จริง แต่จะอยู่แค่ในขอบเขตของแผลเดิมและอาจจะค่อยๆ ยุบลงได้เองตามเวลา แต่ถ้าเป็นคีลอยด์ มันจะลุกลามขยายใหญ่เกินขอบเขตของแผลตั้งต้นไปมาก เหมือนเนื้อร้ายที่ลามออกไปรอบๆ และมักจะไม่ยุบหายไปเองตามกาลเวลา แถมยังมีสีแดงอมม่วงเนื่องจากมีเส้นเลือดมาเลี้ยงมากนั่นเอง

ทำไมบางคนเป็น บางคนไม่เป็น

        เรื่องนี้ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับกรรมพันธุ์ครับ ถ้าคนในครอบครัวมีประวัติเป็นคีลอยด์ ตัวเราก็จะมีโอกาสเป็นได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้เรื่องของสีผิวก็มีส่วน โดยพบว่าคนที่มีผิวสีเข้มจะมีโอกาสเกิดคีลอยด์ได้มากกว่าคนผิวขาว ส่วนบริเวณที่ฮิตที่สุดที่คีลอยด์ชอบขึ้น ได้แก่ หน้าอก หัวไหล่ หลัง ใบหู และลำคอ เนื่องจากผิวหนังบริเวณเหล่านี้มีความตึงตัวสูง กระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนที่ผิดปกติได้ง่าย

ในการรักษา ปัจจุบันยังไม่มีวิธีไหนที่ทำให้หายขาดได้ร้อยเปอร์เซ็นต์แบบไร้ร่องรอย แต่มีนวัตกรรมที่ช่วยให้แผลราบลงและสีจางลงได้หลายวิธี

วิธีแรกที่นิยมที่สุดคือ

        การฉีดยาสเตียรอยด์เฉพาะที่ ยาจะเข้าไปช่วยยับยั้งการสร้างคอลลาเจนและลดการอักเสบ ทำให้แผลค่อยๆ นิ่มลงและยุบตัวลง ซึ่งต้องฉีดต่อเนื่องทุกๆ ไม่กี่สัปดาห์ตามแพทย์นัด

        วิธีต่อมาคือการใช้แผ่นซิลิโคนเจลปิดทับแผล ร่วมกับการนวดคลึงเบาๆ เพื่อให้ผิวหนังมีความชุ่มชื้นและลดแรงตึงผิว ช่วยป้องกันไม่ให้แผลนูนเพิ่มขึ้น

        สำหรับแผลที่เป็นก้อนใหญ่มาก บางครั้งแพทย์อาจพิจารณาใช้การจี้เย็นด้วยไนโตรเจนเหลว เพื่อให้เซลล์คีลอยด์ตายแล้วหลุดลอกออกไป หรืออาจจะใช้การเลเซอร์เพื่อทำลายเส้นเลือดที่มาเลี้ยงแผล ทำให้แผลฝ่อลง ส่วนการผ่าตัดคีลอยด์ออกตรงๆ มักจะเป็นวิธีสุดท้ายที่เลือกใช้ เพราะมีความเสี่ยงสูงมากที่แผลผ่าตัดใหม่จะกลับมาเป็นคีลอยด์ซ้ำ และอาจจะใหญ่กว่าเดิมเสียด้วยซ้ำไป ดังนั้นหากต้องผ่าตัด แพทย์มักจะทำควบคู่ไปกับการฉีดยาหรือการฝังแร่เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ

        สิ่งสำคัญที่สุดคือการป้องกันค่ะ ถ้าคุณรู้ตัวว่าเป็นคนน้ำเหลืองไม่ดี หรือคนในบ้านเป็นคีลอยด์ง่าย พยายามหลีกเลี่ยงการทำศัลยกรรมที่ไม่จำเป็น หลีกเลี่ยงการเจาะหู เจาะตามร่างกาย หรือการสัก และถ้าหากเกิดบาดแผลขึ้นมาแล้ว ควรรีบดูแลรักษาความสะอาดอย่างดี ไม่ไปแกะเกา และอาจจะเริ่มใช้แผ่นซิลิโคนเจลแปะป้องกันไว้ตั้งแต่แผลเริ่มแห้งสนิท เพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลม

        สุดท้ายนี้ คีลอยด์ไม่ได้เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่มันส่งผลต่อความมั่นใจและการใช้ชีวิตค่อนข้างมาก หากคุณกำลังเจอปัญหานี้อยู่ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผิวหนังหรือศัลยแพทย์ตกแต่งเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับตัวคุณที่สุด ไม่ควรซื้อยามาแต้มหรือพยายามบีบแกะเอง เพราะอาจจะทำให้แผลอักเสบลุกลามจนรักษายากกว่าเดิม

เนื้อหาโดย: Zummarikun
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Zummarikun's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 91 ครั้ง
เขียนโดย Zummarikun
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: Zummarikun
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
30 ต้นไม้มงคลปลูกหน้าบ้าน เสริมเฮง ทนแดด เลือกให้ปัง10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจนทำไมประเทศนี้จึงเขียน Laos แต่ออกเสียง ลาวนอนกี่ชั่วโมงถึงพอ เปิดเวลานอนแต่ละวัย เตือนสายติดกาแฟเสือตกถังพลังเงินดี งวด 16 ต.ค. 2569 เปิดเลขเด่น 1 เลขรอง 5 พร้อมชุด 2 ตัว 3 ตัว และเลขเบิ้ลทำไมเงินไทยถึงเรียกว่า “บาท” ทั้งที่หลายประเทศใช้คำว่า ดอลลาร์ ปอนด์ หรือเยน?จังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียวเลขเด็ดหลวงปู่ธุดงค์ งวด 16 ตุลาคม 69หวยซองห้าหมื่น งวด 16 ตุลาคม 2569สอบเข้า ม.1 ปี 2569 โรงเรียนไหนดี? เช็กเกณฑ์โรงเรียนดัง 7 วิธีเตรียมสอบ และแผนสำหรับรอบถัดไปสำเนียงสยามสมัยอโยธยา เรียกฝรั่งแต่ละชาติว่าอย่างไรเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.7 ริกเตอร์ในปานามา! โบสถ์พังถล่มและอาคารหลายหลังได้รับความเสียหาย มีการออกประกาศเตือนภัยสึนามิสำหรับชายฝั่งในห้าประเทศ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ตื่นมาอย่าเพิ่งลุก 5 ท่าบริหารหน้าท้องบนเตียง ช่วยสร้างกล้ามเนื้อได้ แม้มีเวลาน้อยสอบเข้า ม.1 ปี 2569 โรงเรียนไหนดี? เช็กเกณฑ์โรงเรียนดัง 7 วิธีเตรียมสอบ และแผนสำหรับรอบถัดไปข้าวเหนียวไทยไปไกลแค่ไหน? เปิดตลาดต่างประเทศที่นิยมข้าวเหนียวจากประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ให้ภาพเล่าเรื่อง
โภชนาการบำบัดคืออะไร? การปรับอาหารให้เหมาะกับโรคและร่างกายความหมายและแรงบันดาลใจจากเนื้อเพลง ("เริ่มต้นทำด้วยคำว่ารัก...ดังคำโบราณที่ว่า "น้ำขึ้นให้รีบตัก" ก็ต้องแบบนี้สิใช่มั้ย😁อาการไอไม่ใช่โรค แต่เป็น "กลไกการป้องกันตัว"
ตั้งกระทู้ใหม่