เศรษฐีทั่วโลกกำลังย้ายประเทศมากขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องภาษี แต่คือแผนกันความเสี่ยง
รายงานด้านการย้ายถิ่นของกลุ่มมั่งคั่งชี้ว่า คนรวยจำนวนมากไม่ได้มองหาบ้านหลังใหม่เพียงเพื่ออยู่สบายขึ้น แต่กำลังสร้าง “ทางเลือกสำรอง” ให้ครอบครัวและทรัพย์สินในโลกที่ผันผวนกว่าเดิม
การย้ายประเทศของคนรวยทั่วโลกกำลังเปลี่ยนความหมายไปอย่างชัดเจน จากเดิมที่หลายคนอาจนึกถึงเรื่องภาษีต่ำกว่า หรือคุณภาพชีวิตดีกว่า วันนี้ประเด็นใหญ่กว่าคือ “ความปลอดภัยของครอบครัวและทรัพย์สิน” ในวันที่การเมือง เศรษฐกิจ และภูมิรัฐศาสตร์คาดเดายากขึ้น
รายงาน Henley Private Wealth Migration Report 2026 ระบุว่า การเคลื่อนย้ายของกลุ่มเศรษฐีระดับโลกกำลังเข้าสู่ยุคของสิ่งที่เรียกว่า “sovereign portfolio” หรือการกระจายสิทธิพำนัก สัญชาติ การลงทุน และผลประโยชน์ทางธุรกิจไว้ในหลายประเทศ ไม่ผูกทุกอย่างไว้กับประเทศเดียวเหมือนในอดีต
ตัวเลขที่ถูกพูดถึงมากคือ คาดว่าในปี 2026 อาจมีเศรษฐีราว 165,000 คนย้ายถิ่นฐานข้ามประเทศ ซึ่งต่อยอดจากแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้า ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกคน “ทิ้งประเทศเดิม” แบบถาวร แต่สะท้อนว่ากลุ่มมั่งคั่งกำลังจริงจังกับการมีทางเลือกสำรองมากขึ้น
สิ่งที่น่าสนใจคือ การย้ายถิ่นของคนรวยยุคนี้ไม่ใช่การเก็บกระเป๋าแล้วไปเริ่มชีวิตใหม่อย่างเดียว หลายกรณีคือการวางโครงสร้างชีวิตไว้หลายชั้น เช่น มีบ้านในอีกประเทศ มีบัญชีธนาคารต่างประเทศ มีบริษัทหรือสินทรัพย์ข้ามพรมแดน หรือถือสิทธิพำนักที่ช่วยให้เดินทางและตั้งหลักได้เร็ว หากประเทศเดิมเกิดความเสี่ยงทางการเมือง การคว่ำบาตร ความไม่สงบ หรือกฎเกณฑ์การเงินเปลี่ยนกะทันหัน
Henley & Partners ระบุว่า ในช่วงต้นปี 2026 บริษัทได้รับใบสมัครจากผู้มีสัญชาติ 86 ประเทศ ครอบคลุมโครงการด้านถิ่นที่อยู่และสัญชาติจากการลงทุน 47 โครงการ สะท้อนว่าการวาง “แผนสำรองข้ามประเทศ” ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เศรษฐีจากภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งอีกต่อไป
ประเทศที่ได้ประโยชน์จากกระแสนี้มักมีคุณสมบัติร่วมกัน คือเสถียรภาพทางการเมือง ระบบกฎหมายชัดเจน ภาคการเงินเข้มแข็ง คุณภาพชีวิตดี และมีเส้นทางให้ผู้ลงทุนหรือครอบครัวมั่งคั่งเข้าไปพำนักได้อย่างเป็นระบบ
สิงคโปร์ถูกจัดให้เป็นจุดหมายที่โดดเด่นในกรอบ Global Wealth Mobility ด้วยคะแนนสูงสุด 79.5 ตามด้วยนิวซีแลนด์ 75.8 จากปัจจัยด้านเสถียรภาพ ระบบกำกับดูแล และความสามารถในการเป็นศูนย์กลางการเงินหรือที่พักพิงระยะยาวของครอบครัวมั่งคั่ง
ยุโรปก็ยังเป็นพื้นที่สำคัญ โดยเฉพาะประเทศที่มีระบบภาษีหรือโปรแกรมพำนักที่จูงใจนักลงทุน เช่น อิตาลี กรีซ โปรตุเกส และบางประเทศในยุโรปใต้ แม้หลายประเทศเริ่มปรับกติกาเรื่องวีซ่าทองคำหรือการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ให้เข้มขึ้นกว่าเดิม แต่ความต้องการจากกลุ่มมั่งคั่งยังมีอยู่ เพราะยุโรปให้ทั้งคุณภาพชีวิต ระบบกฎหมาย และการเข้าถึงตลาดขนาดใหญ่
ฝั่งสหรัฐฯ มีภาพที่ซับซ้อนกว่า เพราะยังเป็นหนึ่งในประเทศที่สร้างความมั่งคั่งได้สูงมาก มีตลาดทุนและนวัตกรรมแข็งแรง แต่ขณะเดียวกัน ชาวอเมริกันมั่งคั่งจำนวนหนึ่งก็เริ่มมองหาสิทธิพำนักหรือบ้านหลังที่สองในต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะในยุโรป ละตินอเมริกา และแคริบเบียน จากแรงกดดันเรื่องความไม่แน่นอนทางการเมือง ค่าครองชีพ และความต้องการมี “optionality” หรือทางเลือกหากต้องย้ายเร็ว
สำหรับผู้อ่านไทย เรื่องนี้อาจไม่ได้เกี่ยวว่าเราต้องย้ายประเทศตามเศรษฐี แต่เป็นสัญญาณของโลกการเงินยุคใหม่ที่คนมีทุนจำนวนมากไม่มองประเทศเดียวเป็นคำตอบทั้งหมดอีกแล้ว การกระจายความเสี่ยงไม่ได้หมายถึงแค่ซื้อหุ้นหลายตัวหรือถือหลายสินทรัพย์ แต่รวมถึงที่อยู่อาศัย สถานะทางกฎหมาย เส้นทางธุรกิจ และแผนครอบครัวด้วย
อย่างไรก็ดี ประเด็นนี้ควรอ่านอย่างระมัดระวัง เพราะรายงานลักษณะนี้มักมาจากอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการให้คำปรึกษาด้านถิ่นที่อยู่และสัญชาติ จึงควรใช้เป็นข้อมูลประกอบแนวโน้ม ไม่ใช่ข้อสรุปว่าทุกประเทศหรือทุกคนรวยกำลังอพยพด้วยเหตุผลเดียวกัน
ภาพใหญ่ที่เห็นได้ชัดคือ ความมั่งคั่งกำลังเคลื่อนที่ตามความเชื่อมั่น ประเทศที่มีเสถียรภาพ กฎชัด และบริหารความเสี่ยงได้ดี จะดึงดูดเงินทุนและครอบครัวมั่งคั่งได้มากขึ้น ส่วนประเทศที่การเมืองผันผวนหรือกติกาไม่แน่นอน อาจเผชิญแรงกดดันจากเงินทุนที่พร้อมย้ายออกเร็วกว่าเดิม
- ปี 2026 มีการคาดการณ์ว่าเศรษฐีราว 165,000 คนอาจย้ายถิ่นฐานข้ามประเทศ
- เหตุผลสำคัญไม่ใช่แค่ภาษี แต่รวมถึงความปลอดภัย เสถียรภาพ และการกระจายความเสี่ยง
- แนวคิดใหม่คือการสร้าง “พอร์ตชีวิตข้ามประเทศ” ทั้งสิทธิพำนัก สัญชาติ บ้าน ธุรกิจ และสินทรัพย์
- สิงคโปร์และนิวซีแลนด์ถูกมองว่าเป็นจุดหมายเด่นของกลุ่มมั่งคั่ง
- สำหรับไทย เรื่องนี้สะท้อนว่าความเชื่อมั่นต่อประเทศ กฎหมาย และเสถียรภาพ มีผลต่อการไหลของเงินทุนมากขึ้น
แหล่งที่มา:
Henley & Partners, Condé Nast Traveler, Barron’s
อ้างอิง:
https://www.henleyglobal.com/publications/henley-private-wealth-migration-report-2026
https://www.henleyglobal.com/publications/citizenship-program-index-2026/industry-insights/private-wealth-migration-past-present-and-future
https://www.cntraveler.com/story/a-growing-number-of-americans-are-seeking-residency-and-citizenship-abroad
Keywords:
เศรษฐีย้ายประเทศ, การย้ายถิ่นของคนรวย, สัญชาติที่สอง, สิงคโปร์นิวซีแลนด์, กระจายความเสี่ยง
เปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
เปิดศึกเลขเด็ดงวดนี้! เจ้าพ่อปากแดง ปะทะ เจ้าแม่ตะเคียนทอง งวด 1 ต.ค. 59 คัดมาให้เน้นๆ พร้อมลุ้นรวย
ส่องเลข 3 สำนักพิมพ์ งวด 1 ต.ค. 69 ตัวไหนมีข้อมูลตรงกัน
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
ความลับ 30 ล้านปีของ “แม่น้ำไนล์”: ทำไมสายน้ำสายนี้ถึงไม่เคยเหือดแห้งกลางทะเลทรายซาฮารา
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
ประวัติศาสตร์หน่อไม้ฝรั่ง: จากผักศักดิ์สิทธิ์แห่งพีระมิด สู่สงครามยาเสพติด และนโยบายที่พังทลายเกษตรกรอเมริกัน
“พ่อมดเมอร์ลิน”: บุคคลจริงในประวัติศาสตร์ หรือภาพสะท้อนจากความทรงจำนับพันปี
หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คน
รู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไร
เกาะของประเทศไทย ที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากชายฝั่งมากที่สุด
เปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ
เปิด 5 สินค้าส่งออกของลาวที่คนไทยอาจคาดไม่ถึง หนึ่งในนั้นทำเงินเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์
เปิดศึกเลขเด็ดงวดนี้! เจ้าพ่อปากแดง ปะทะ เจ้าแม่ตะเคียนทอง งวด 1 ต.ค. 59 คัดมาให้เน้นๆ พร้อมลุ้นรวย
ความลับ 30 ล้านปีของ “แม่น้ำไนล์”: ทำไมสายน้ำสายนี้ถึงไม่เคยเหือดแห้งกลางทะเลทรายซาฮารา
ประวัติศาสตร์หน่อไม้ฝรั่ง: จากผักศักดิ์สิทธิ์แห่งพีระมิด สู่สงครามยาเสพติด และนโยบายที่พังทลายเกษตรกรอเมริกัน
มนุษย์กลัวตายในแต่ละวัฒนธรรมเหมือนหรือต่างกันอย่างไร?
"นอสตราดามุสจีน" ทำนายจะเกิดเหตุการณ์ 911 รอบใหม่..โลกจะล่มสลายในอีก 20 ปีข้างหน้า
วอร์เรน บัฟเฟตต์ วัย 96 ปี วางมือจากตำแหน่งประธานกรรมการของเบิร์กเชียร์ แฮทธาเวย์! หลังจากดำรงตำแหน่งมา 61 ปี เขาได้ส่งมอบตำแหน่งต่อให้กับฮาวาร์ด บุตรชายของเขา
ญี่ปุ่นยกระดับการเตือนภัยสำหรับภูเขาไฟเป็น ระดับ 3 (จากทั้งหมด 5 ระดับ) เป็นครั้งแรกในรอบ18ปี